จัดสรรโควตานมผง"57,200ตัน"วุ่นไม่จบ ก.เกษตรประเคนสิทธิ์ผูกขาดให้ส.อาหารนม

กลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนม-เบเกอรี่-ไอศกรีม-ช็อกโกแลต -นมเปรี้ยว ดิ้นทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม หลัง ครม.มีมติให้คู่กรณีสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย เป็นผู้บริหารจัดสรรโควตานำเข้านมผง WTO/TAFTA จำนวน 57,200 ตัน หวั่นถูกแกล้งตัดโควตานำเข้า ล่าสุดถูกบีบให้ยอมรับโควตาแค่ 7,000 ตัน แต่สมาคมฮุบโควตาคนเดียว 49,000 ตัน แลกนมดิบไม่ล้นตลาด

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเรื่องการบริหารจัดการโควตานำเข้านมผงขาดมันเนยและน้ำนมดิบปี 2548 ในวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมานี้ โดยกำหนดให้ประเทศไทยมีการเปิดตลาด "นมผงขาดมันเนย" จำนวน 57,200 ตัน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นการเปิดตลาดตามข้อผูกพันขององค์การการค้าโลก (WTO) จำนวน 55,000 ตัน กับการเปิดตลาดตามความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) จำนวน 2,200 ตัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ มติ ครม.ครั้งนี้กลับกำหนดให้ "สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย" เป็นผู้บริหารและจัดสรรโควตานมผงขาดมันเนยแต่เพียงผู้เดียว

แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทันทีที่ ครม.มีมติให้สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย เป็นผู้บริหารและจัดสรรโควตานำเข้านมผงจำนวน 57,200 ตัน ทางกระทรวงเกษตรฯก็ได้รับหนังสือคัดค้านจากผู้ประกอบการนมเปรี้ยว-ไอศกรีม-กาแฟ-ช็อกโกแลต-เบเกอรี่ และขนมปังกรอบ ในนาม "กลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่น" ทันที โดยหนังสือคัดค้านดังกล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะมอบอำนาจในการจัดสรรโควตานมผงให้กับสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย

ทั้งนี้ หนังสือคัดค้านเรื่อง "ขอความเป็นธรรมในการจัดสรรโควตานมผงขาดมันเนย" ของกลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่นได้ ให้เหตุผลว่า แนวทางการบริหารน้ำนมดิบของเกษตรกรและการจัดสรรโควตานำเข้านมผงประจำปี 2548 ที่ถูกกำหนดโดยนายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ด้วยการกำหนดให้ผู้นำเข้านมผงจะต้องรับซื้อน้ำนมดิบภายในประเทศจากเกษตรกรในราคา ก.ก.ละ 12.50 บาท ในอัตราส่วน 6 ต่อ 1 หรือรับซื้อนมดิบ 6 ส่วน มีสิทธิได้รับจัดสรรโควตานำเข้านมผง 1 ส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบภายในประเทศล้นเกินนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาห กรรมนมแปรรูปอื่นที่ใช้นมผงเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เนื่องจากทางกลุ่มไม่สามารถใช้ "น้ำนมดิบ" เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารแปรรูปจากนมได้ เพราะมีข้อจำกัดทางด้านสูตร และกรรมวิธีผลิตอาหารแปรรูปที่ถูกกำหนดให้ใช้ "นมผงขาดมันเนย" เท่านั้น ดังนั้นการที่ทางกลุ่มถูกบังคับให้ต้องรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในอัตราส่วน 6 ต่อ 1 จึงไม่มีความเป็นธรรม โดยน้ำนมดิบที่ถูกบังคับให้รับซื้อมาต้องนำมาทำลายทิ้ง หรือถูกจำหน่ายในราคาถูกผ่านกลับไปให้กลุ่มอุตสาห กรรมอื่นที่ใช้น้ำนมดิบเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแทน

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ การที่ ครม.มีมติให้สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย เป็นผู้บริหารและจัดสรรโควตานำเข้านมผงแต่เพียงผู้เดียวนั้น ในข้อเท็จจริงปรากฏสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทยบางรายเป็นทั้งผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากน้ำนมดิบ กับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากนมผงนำเข้า ประกอบกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกวางจำหน่ายในตลาดแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่นด้วย

ดังนั้น จึงเป็นการไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรมสำหรับกลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่นที่ให้สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทยเป็นผู้จัดสรรโควตานำเข้านมผง เพราะสมาคมมีส่วนได้ส่วนเสียในการนำเข้านมผง อาจจะไม่ให้ความเป็นธรรมในการจัดสรรโควตานำเข้านมผงหรือทางกลุ่มอาจจะถูกสมาคมกลั่นแกล้งด้วยการตัดโควตาหรืองดจัดสรรโควตาให้ก็ได้

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทางกลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่นจึงขอให้มีการ "ชะลอ" การนำแนวทางการบริหารน้ำนมดิบของเกษตรกรและการจัดสรรโควตานำเข้านมผงขาดมันเนยประจำปี 2548 ออกไปก่อนจนกว่าจะมีการศึกษาทบทวนและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการทั้งภาคเอกชนและเกษตรกร พร้อมกันนั้นทางกลุ่มยังเสนอให้นำวิธีการจัดสรรโควตานำเข้านมผงปี 2547 ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายได้รับการจัดสรรไปแล้วมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาจัดสรรโควตานำเข้านมผงปี 2548 ด้วย

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่นเข้ามาว่า การเจรจาเพื่อจัดสรรโควตานำเข้านมผงระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย กับกลุ่มนิติบุคคลผู้ประกอบการแปรรูปอาหารนมอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ผลิตนมเปรี้ยว จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ล่าสุดทางสมาคมได้ตกลงใจที่จะจัดสรรโควตานำเข้านมผงขาดมันเนยให้กับสมาชิกของสมาคมจำนวนประมาณ 49,000 ตันไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนโควตาที่เหลืออีกประมาณ 7,000 ตัน (หักส่วนจัดสรรเฉพาะกลุ่มไอศกรีม/ช็อกโกแลตออกไปแล้ว) นั้น ทางสมาคมจะยังไม่จัดสรรให้

"เราได้รับแจ้งว่า สมาคมจะแขวนโควตานำเข้านมผงจำนวน 7,000 ตันไว้เฉยๆ ไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อบีบทางกลุ่มเรา เนื่องจาก ครม.ได้มีมติมอบอำนาจให้สมาคมเป็นผู้บริหารและจัดสรรโควตานมผงนำเข้า ถ้าเขาไม่จัดสรรโควตาให้เราก็ตาย ขณะนี้เรือที่ขนนมผงนำเข้าได้ทยอยเดินทางมาถึงไทยแล้ว ปัญหาก็คือ เอาของออกไม่ได้เพราะกรมการค้าต่างประเทศยังไม่ได้ออกประกาศจัดสรรโควตานำเข้านมผงตามพันธกรณี WTO/TAFTA ผมเชื่อว่าหากยังตกลงกันไม่ได้ภายในเดือนนี้ นมผงขาดมันเนยจะขาดตลาดแน่" แหล่งข่าวกล่าว

----------------------------

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 7 เมษายน 2548