สรุปความคืบหน้าการเจรจา FTA ของไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 26-30 เมษายน 2547

1. การเจรจา FTA

1.1 อาเซียน-จีน บรูไนเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะเจรจาอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2547 ณ กรุงบันดาร์ เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

ในการประชุมครั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปผลเจรจารูปแบบการลดภาษีสินค้าได้ทั้งหมด แต่สามารถหาท่าทีร่วมกันได้ในเรื่องรูปแบบการลดภาษีสินค้าปกติ (Normal Track)

- ให้เริ่มลดภาษีตั้งแต่ปี 2005 และเหลือ 0 ในปี 2010 ยกเว้นฟิลิปปินส์ที่ขอขยายเวลาออกไปจนถึงปี 2012

- สินค้าที่มีอัตราภาษี < ร้อยละ 5 ในปี 2007 ได้กำหนดเพดานอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 5 และลดเหลือ 0 ในปี 2009

- จำนวนรายการสินค้า ในปี 2007 ต้องลดภาษีลงเหลือร้อยละ 0-5 จำนวนร้อยละ 60 ของรายการสินค้า

สำหรับรายการสินค้าอ่อนไหว อาเซียนและจีนมีท่าทีที่ แตกต่างกัน คือ

- การกำหนดเพดานสินค้าอ่อนไหว ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ต้องการให้กำหนดรายการสินค้าอ่อนไหวเป็นร้อยละ 10 ของรายการสินค้าทั้งหมด แต่จีนเห็นว่าเพดานดังกล่าวมีจำนวนมากเกินไป ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเปิดเสรีในอนาคต ทั้งนี้ ขณะนี้อาเซียนทุกประเทศ ยกเว้น ฟิลิปปินส์ ได้ยื่นรายการสินค้าอ่อนไหวแล้วประมาณประเทศละ 500 รายการ ขณะที่จีนยื่นเพียง 100 รายการ

- รูปแบบการลดภาษี อาเซียนเสนอรูปแบบการลดภาษีโดยอิงหลักการบางส่วนของ CEPT คือ เมื่อมีการลดภาษีสินค้าอ่อนไหว ลงถึงระดับหนึ่ง จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจากประเทศอื่นตามรูปแบบการลดภาษีปกติ แม้ว่าสินค้าดังกล่าวจะยังเป็นสินค้าอ่อนไหว สำหรับจีนได้เสนอว่า เมื่อมีการลดภาษีอ่อนไหวลงมาถึงระดับหนึ่ง จะได้รับสิทธิพิเศษจากประเทศอื่นในอัตราภาษีเดียวกันในสินค้าดังกล่าว

ในระหว่างการประชุม ไทยได้หารือสองฝ่ายกับจีน เพื่อผลักดันการเจรจาให้สำเร็จตามกำหนดเวลา รวมทั้งผลักดันประเด็นที่ไทยมีข้อกังวล สรุปได้ ดังนี้

- รายการสินค้าอ่อนไหวของจีน เช่น น้ำตาล ยางพารา และโพลีเอทิลีน แต่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งในการหารือทวิภาคี ฝ่ายไทยขอให้จีนปรับรายการสินค้าดังกล่าวออก ส่วนจีนได้ขอให้ไทยปรับสินค้าเหล็กบางรายการออกเช่นกัน เนื่องจากในอดีตไม่เคยมีการค้าระหว่างกัน และขอให้ไทยพิจารณาเฉพาะรายการสินค้าที่มีความอ่อนไหวกับจีนจริงๆ

- การเปิดเสรีระหว่างไทย-จีน จีนเห็นว่าควรดำเนินการเจรจาอาเซียน-จีนให้เสร็จสิ้นก่อน หลังจากนั้นจึงเจรจาเปิดเสรีระหว่างไทย-จีน

2. การประชุมเตรียมการของฝ่ายไทย

2.1 กรอบท่าทีการเจรจา เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2547 ที่ประชุม กนศ. ได้เห็นชอบกรอบท่าทีการเจรจาเขตการค้าเสรีของไทย และได้มอบหมายหน่วยงานหลักในการเจรจา เช่น มอบกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานเรื่อง FTA สำหรับกรอบท่าทีการเจรจา FTA ในภาพกว้าง คือ 1) ควรสอดคล้องกับหลักการของ WTO (WTO-consistent) โดยครอบคลุมสินค้าอย่างมาก (substantially all the trade) และการค้าบริการทุกสาขา 2) ควรครอบคลุมทั้งเรื่องสินค้า บริการ การลงทุน (Comprehensive) 3) ควรเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Facilitation) โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบภายในประเทศ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเข้าตลาด เป็นต้น และได้มอบ หน่วยงานหลักในการเจรจาแต่ละเรื่อง โดยให้พร้อมเป็นหน่วยงานหลักในภาพรวมและประสานงานเรื่อง FTA

2.2 การเตรียมการไทย-สหรัฐฯ แผนการเจรจา ไทยได้ยื่นข้อเสนอหัวข้อเจรจาและสหรัฐฯ ได้ขอปรับแก้ ซึ่งมีประเด็นที่แตกต่างกัน คือการเปิดตลาด โดยไทยเสนอให้เจรจารวมเป็น package เดียว ยกเว้นสิ่งทอ แต่สหรัฐฯ เสนอให้แยกเจรจาระหว่างสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ สหรัฐฯ เสนอให้มีเรื่องแรงงานและสิ่งแวดล้อมด้วย เอกสารแนบ 1

กำหนดการเจรจา

- การประชุมครั้งแรก วันที่ 28 มิถุนายน 2547

- การประชุมครั้งที่ 2 ประมาณวันที่ 20 กันยายน 2547

- สำหรับครั้งที่ 3 , 4 ฯลฯ จะได้มีการหารือต่อไป

2.3 การเตรียมการไทย-นิวซีแลนด์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้จัดประชุมเตรียมการเรื่องการเข้าสู่ตลาด เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2547 โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียม ข้อมูล สำหรับการประชุมหารือเบื้องต้นระหว่างหัวหน้าคณะเจรจาไทย-นิวซีแลนด์ ที่ภูเก็ต โดยมอบกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดูเรื่องมูลค่าการค้า กรมการค้าต่างประเทศเรื่องมาตรการที่มิใช่ภาษี กระทรวงการคลังเรื่องภาษี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องมาตรการสุขอนามัย และกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องมาตรฐานสินค้า

2.4 ไทย-เปรู ไทยได้ยื่นหัวข้อเจรจาประกอบด้วย

- Trade in Goods (Modality for tariff reduction and elimination, Non tariff barriers และ Rules of Origin)

- Trade in Services (Exchange of concessions และ Cooperation in services)

- และ Draft text on Thailand-Peru Free Trade Agreement

ซึ่งเปรูเห็นชอบตามที่ไทยเสนอ และเห็นว่าอาจสรุปผลการเจรจาได้ก่อนกำหนด

3. การทำความเข้าใจกับสาธารณชน

ปลัดกระทรวงพาณิชย์พบหัวหน้าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต่างๆ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2547 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดทำเขตการค้าเสรีของไทย เพื่อให้มีการนำเสนอข่าวที่มีข้อมูลที่ถูกต้องและหลีกเลี่ยงความสับสนของผู้บริหารสื่อ