การค้าระหว่างประเทศ

การค้ารวม คู่ค้าหลักของ EFTA คือ สหภาพยุโรป โดยประมาณร้อยละ 70 ของการค้าระหว่างประเทศของ EFTA ค้ากับสหภาพยุโรป มีมูลค่า 188 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การค้าของ EFTA กับประเทศ Non-EU กำลังขยายตัว ทั้งนี้ สัดส่วนการค้าระหว่าง EFTA กับเอเชีย และ EFTA กับ NAFTA มีสัดส่วนเท่าๆกัน คิดเป็นร้อยละ 12 และ 11 ตามลำดับ โดย EFTA ได้เปรียบดุลการค้าระหว่างประเทศมาตลอด ตั้งแต่ปี 1997 นอกจากนี้ EFTA ยังเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนในต่างประเทศสูงเป็นอันดับ 4 รองจาก ญี่ปุ่น แคนาดา และเยอรมนี มีมูลค่ากว่า 17 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ประมาณร้อยละ 0.42 ของการค้าระหว่างประเทศ EFTA ค้ากับไทย ขณะที่ประมาณร้อยละ 1.07 ของการค้าไทยค้ากับ EFTA โดยในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2544-2546) การค้ารวมมีมูลค่าเฉลี่ย 1,627.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ามาโดยตลอด สำหรับในปี 2546 การค้ารวมมีมูลค่า 1,782.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 25.14 โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 155.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่ม EFTA โดยมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 88 ของการค้าไทยกับ EFTA ทั้งนี้ มูลค่าการค้าสองฝ่ายยังคงมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับการค้ากับกลุ่มประเทศอื่นของโลก การค้าระหว่างไทยกับ EFTA จึงยังมีโอกาสที่จะขยายตัวอีกมาก (ตารางที่ 1)

การส่งออก ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2544-2546) การส่งออกของไทยไป EFTA มีมูลค่าเฉลี่ย 778.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.14 สำหรับในปี 2546 การส่งออกมีมูลค่า 969.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 53.05 โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้สำหรับเดินทาง สิ่งทออื่นๆ ข้าว และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น (ตารางที่ 2)

แหล่งนำเข้าสำคัญของ EFTA ได้แก่ สหภาพยุโรป ร้อยละ 74.8 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 6.44 ญี่ปุ่น ร้อยละ 2.35 จีน ร้อยละ 2.29 รัสเซีย ร้อยละ 1.46 อาเซียน ร้อยละ 1.33 และไทย ร้อยละ 0.4 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด

การนำเข้า สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ แผงวงจรไฟฟ้า และแก้วและผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น โดยในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2544-2546) การนำเข้าของไทยจาก EFTA มีมูลค่าเฉลี่ย 849.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 สำหรับในปี 2546 การนำเข้ามีมูลค่า 943.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 2.29 (ตารางที่ 3)

ตลาดส่งออกสำคัญของ EFTA ได้แก่ สหภาพยุโรป ร้อยละ 66 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 10 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ญี่ปุ่น ร้อยละ 3 แคนาดา ร้อยละ 2 ฮ่องกง ร้อยละ 1.9 อาเซียน ร้อยละ 1.8 และไทย ร้อยละ 0.4 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด