การให้ความช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนการปรับตัวสำหรับสินค้าเกษตรและการดำเนินการเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การพัฒนาคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) โดยจัดตั้งกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ขึ้นในปี 2547 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2547 อนุมัติงบประมาณให้ปีละ 1,000 ล้านบาท รวมระยะเวลา 10 ปี เป็นเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการกองทุน
การให้ความช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2550 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้ง กองทุนเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในสินค้าเกษตร แปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม และบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้า ให้สามารถปรับตัวหรือปรับเปลี่ยนให้สามารถแข่งขันได้ โดยในเบื้องต้นให้จัดสรรเงินงบประมาณประจำปี 2550-2551 ให้กระทรวงพาณิชย์เพี่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือแล้ว สำหรับปี 2552 กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติจัดตั้งเป็นกองทุน และขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อใช้ในการดำเนินงานของกองทุนในการให้ความช่วยเหลือภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบต่อไป
· กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดำเนินงานโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการ เปิดเสรีทางการค้า ในปี 2550 – 2551 และบริหารจัดการกองทุนฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นในปี 2552 ต่อไป
ในการนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาค การผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติโครงการและจัดสรรเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบในปี 2550 และ 2551 โดยมีองค์ประกอบดังนี้
(1) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประธานกรรมการ
(2) ปลัดกระทรวงการคลัง หรือผู้แทน กรรมการ
(3) ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือผู้แทน กรรมการ
(4) ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือผู้แทน กรรมการ
(5) ปลัดกระทรวงแรงงาน หรือผู้แทน กรรมการ
(6) เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
หรือผู้แทน
(7) อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรรมการ
(8) อธิบดีกรมการค้าภายใน หรือผู้แทน กรรมการ
(9) ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ
(10) ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการ
(11) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กรรมการและเลขานุการ
· หลักเกณฑ์และขั้นตอนในการพิจารณาอนุมัติโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ซึ่งคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ ให้ความเห็นชอบ มีดังนี้
(1) ผู้มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือ ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า และต้องการขอรับความช่วยเหลือในระยะสั้นเพื่อให้สามารถปรับตัวได้ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวครอบคลุมถึงสินค้าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
(2) ขั้นตอนการเสนอโครงการขอรับความช่วยเหลือ กลุ่มผู้ผลิตจะต้องจัดทำโครงการเสนอฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ ที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยเสนอผ่านสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการค้า ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
(3) หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการ
(3.1) กลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ ที่เสนอโครงการขอรับความช่วยเหลือ เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี โดยพิจารณาได้จาก
– การนำเข้าสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการเปิดเสรี หรือมีสัญญาณบ่งชี้ หรือคาดการณ์ได้ว่าสินค้าและบริการที่ผลิตภายใน ประเทศจะได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี
– ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (ประเภทเดียวกับสินค้าที่นำเข้า) มีแนวโน้มลดลง
– การจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องลดลง
– มีผลการศึกษาระบุว่าภาคการผลิตสินค้าหรือภาคบริการนั้นๆ ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี
(3.2) โครงการที่เสนอขอรับความช่วยเหลือต้องอยู่ในรูปของ
– การศึกษาวิจัยและพัฒนา
– การจัดหาที่ปรึกษาเพื่อช่วยเหลือในการปรับปรุงธุรกิจ
– การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ / อาชีพใหม่ให้กับคนงาน
– การจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างให้ผู้ประกอบการมีความรู้ในการปรับตัว
– กิจกรรมที่มีผลโดยรวมต่อการส่งเสริมการบริโภค การตลาด ฯลฯ ของภาคการผลิตและภาคบริการนั้นๆ
(3.3) โครงการที่เสนอขอรับความช่วยเหลือ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 และไม่เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ แล้ว
(3.4) โครงการที่เสนอขอรับความช่วยเหลือมีระยะเวลาดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี
(3.5) การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ พิจารณาจากระยะเวลาในการเปิดเสรีก่อน / หลัง
(4) ขั้นตอนการดำเนินการ และการติดตาม / ประเมินผลโครงการ
(4.1) คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า เพื่อพิจารณาโครงการในเบื้องต้น ก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ พิจารณาอนุมัติโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือ รวมทั้งอนุมัติเบิกจ่ายเงินงวดของโครงการ
(4.2) เมื่อคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ อนุมัติโครงการแล้ว กรมการค้าต่างประเทศจะ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาโครงการโดยวิธีตกลง เพื่อคัดเลือกและจัดจ้างผู้ทำโครงการ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของโครงการ และตรวจรับงานจ้างด้วย
|
ปี |
โครงการที่ให้ความช่วยเหลือ |
วงเงิน
(ล้านบาท) |
|
2550 |
1. โครงการเผยแพร่ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค
2. โครงการศึกษาเพื่อปรับยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยให้เติบโต
อย่างยั่งยืนภายใต้กรอบการค้าเสรี |
5.0
1.0 |
|
2551 |
1. โครงการจัดทำระบบประกันคุณภาพ GMP โรงงานผลิตปลาป่นเพื่อความปลอดภัย
ของอาหารสัตว์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
2. โครงการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มคลัสเตอร์ส้มเชียงใหม่เพื่อการปรับตัวจากผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้า
3. โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมยาเพื่อรองรับผลกระทบ AFTA ในข้อตกลงด้าน ASEAN Harmonized Products ของสินค้ายาจาก ระบบเอกสารการขึ้นทะเบียนยาแบบ ACTD (ASEAN Common Technical Dossier)
4. โครงการศึกษาและเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาเพื่อรองรับผลกระทบจากบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (Mutual Recognition Agreement : MRA) ตามกรอบข้อตกลงของการค้าเสรีอาเซียน
5. โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ (Beef Competitiveness)
6. โครงการรณรงค์การบริโภคเนื้อโคและการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทย
7. โครงการนำร่องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปลาน้ำจืด |
7.44392
4.468
2.8
2.6
4.4545
4.816
13.0 |
|
ปี |
โครงการที่ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือ |
วงเงิน
(ล้านบาท) |
|
2550 |
1. โครงการการตรวจสอบความนุ่มของเนื้อโคพันธุ์กำแพงแสนเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตเนื้อโคขุน (ส่งให้กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ พิจารณา) |
2.696 |
-------------------------------------