Thursday, November 20, 2008  
| | |
 Search
  |  
MainMenu


รายละเอียด
การให้ความช่วยเหลือภาคการผลิตสินค้าและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า(Updated 7 มี.ค. 51)

การให้ความช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

            รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนการปรับตัวสำหรับสินค้าเกษตรและการดำเนินการเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การพัฒนาคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) โดยจัดตั้งกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ขึ้นในปี 2547 ตามมติคณะรัฐมนตรี   เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2547 อนุมัติงบประมาณให้ปีละ 1,000 ล้านบาท รวมระยะเวลา 10 ปี เป็นเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการกองทุน[1]

การให้ความช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์

            นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2550  คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้ง กองทุนเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในสินค้าเกษตร แปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม และบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้า ให้สามารถปรับตัวหรือปรับเปลี่ยนให้สามารถแข่งขันได้  โดยในเบื้องต้นให้จัดสรรเงินงบประมาณประจำปี 2550-2551 ให้กระทรวงพาณิชย์เพี่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือแล้ว[2]  สำหรับปี 2552 กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติจัดตั้งเป็นกองทุน[3] และขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อใช้ในการดำเนินงานของกองทุนในการให้ความช่วยเหลือภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบต่อไป[4]

·         กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดำเนินงานโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการ เปิดเสรีทางการค้า ในปี 2550 2551  และบริหารจัดการกองทุนฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นในปี 2552 ต่อไป     

ในการนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาค การผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า[5] ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติโครงการและจัดสรรเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบในปี 2550 และ 2551  โดยมีองค์ประกอบดังนี้

 

            (1)  ปลัดกระทรวงพาณิชย์                                                               ประธานกรรมการ

            (2)  ปลัดกระทรวงการคลัง หรือผู้แทน                                                           กรรมการ

            (3)  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือผู้แทน                                                     กรรมการ

            (4)  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือผู้แทน                                             กรรมการ

            (5)  ปลัดกระทรวงแรงงาน หรือผู้แทน                                                           กรรมการ

            (6)  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ                    กรรมการ

                  หรือผู้แทน

            (7)  อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ                                                     กรรมการ

            (8)  อธิบดีกรมการค้าภายใน หรือผู้แทน                                                        กรรมการ

            (9)  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย                                                กรรมการ

            (10) ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย                                                   กรรมการ

            (11) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ                                                    กรรมการและเลขานุการ

·         หลักเกณฑ์และขั้นตอนในการพิจารณาอนุมัติโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า  ซึ่งคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ ให้ความเห็นชอบ  มีดังนี้

            (1)  ผู้มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือ ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร  สินค้าอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า  และต้องการขอรับความช่วยเหลือในระยะสั้นเพื่อให้สามารถปรับตัวได้  ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวครอบคลุมถึงสินค้าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

            (2)  ขั้นตอนการเสนอโครงการขอรับความช่วยเหลือ  กลุ่มผู้ผลิตจะต้องจัดทำโครงการเสนอฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ ที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  โดยเสนอผ่านสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการค้า ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

            (3)  หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการ

                  (3.1)  กลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ ที่เสนอโครงการขอรับความช่วยเหลือ เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี  โดยพิจารณาได้จาก

                               การนำเข้าสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการเปิดเสรี หรือมีสัญญาณบ่งชี้ หรือคาดการณ์ได้ว่าสินค้าและบริการที่ผลิตภายใน ประเทศจะได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี

                               ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (ประเภทเดียวกับสินค้าที่นำเข้า) มีแนวโน้มลดลง

                               การจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องลดลง

                               มีผลการศึกษาระบุว่าภาคการผลิตสินค้าหรือภาคบริการนั้นๆ ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี

 

                      (3.2)  โครงการที่เสนอขอรับความช่วยเหลือต้องอยู่ในรูปของ

                                      การศึกษาวิจัยและพัฒนา

                                      การจัดหาที่ปรึกษาเพื่อช่วยเหลือในการปรับปรุงธุรกิจ

                                      การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ / อาชีพใหม่ให้กับคนงาน

                                      การจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างให้ผู้ประกอบการมีความรู้ในการปรับตัว

                                      กิจกรรมที่มีผลโดยรวมต่อการส่งเสริมการบริโภค การตลาด ฯลฯ ของภาคการผลิตและภาคบริการนั้นๆ

                      (3.3)  โครงการที่เสนอขอรับความช่วยเหลือ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10  และไม่เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ แล้ว

                      (3.4)  โครงการที่เสนอขอรับความช่วยเหลือมีระยะเวลาดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี

                      (3.5)  การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ  พิจารณาจากระยะเวลาในการเปิดเสรีก่อน / หลัง

                (4)  ขั้นตอนการดำเนินการ และการติดตาม / ประเมินผลโครงการ 

                      (4.1)  คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า เพื่อพิจารณาโครงการในเบื้องต้น ก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ พิจารณาอนุมัติโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือ  รวมทั้งอนุมัติเบิกจ่ายเงินงวดของโครงการ 

                      (4.2)  เมื่อคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือฯ อนุมัติโครงการแล้ว  กรมการค้าต่างประเทศจะ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาโครงการโดยวิธีตกลง  เพื่อคัดเลือกและจัดจ้างผู้ทำโครงการ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของโครงการ และตรวจรับงานจ้างด้วย[6]

  • ผลการดำเนินงาน[7]

 

ปี

โครงการที่ให้ความช่วยเหลือ

วงเงิน

(ล้านบาท)

2550

1. โครงการเผยแพร่ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค 

2. โครงการศึกษาเพื่อปรับยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยให้เติบโต 

   อย่างยั่งยืนภายใต้กรอบการค้าเสรี

5.0

1.0

2551

1. โครงการจัดทำระบบประกันคุณภาพ GMP โรงงานผลิตปลาป่นเพื่อความปลอดภัย

   ของอาหารสัตว์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

2. โครงการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มคลัสเตอร์ส้มเชียงใหม่เพื่อการปรับตัวจากผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้า

3. โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมยาเพื่อรองรับผลกระทบ AFTA ในข้อตกลงด้าน ASEAN Harmonized Products ของสินค้ายาจาก ระบบเอกสารการขึ้นทะเบียนยาแบบ ACTD (ASEAN Common Technical Dossier)

4. โครงการศึกษาและเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาเพื่อรองรับผลกระทบจากบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (Mutual Recognition Agreement : MRA) ตามกรอบข้อตกลงของการค้าเสรีอาเซียน

5. โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ (Beef Competitiveness)

6. โครงการรณรงค์การบริโภคเนื้อโคและการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทย

7. โครงการนำร่องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปลาน้ำจืด

7.44392

 

4.468

 

2.8

 

 

2.6

 

 

4.4545

 

4.816

13.0

 

ปี

โครงการที่ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

วงเงิน

(ล้านบาท)

2550

1. โครงการการตรวจสอบความนุ่มของเนื้อโคพันธุ์กำแพงแสนเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตเนื้อโคขุน (ส่งให้กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ พิจารณา)

2.696

-------------------------------------



[1] ติดตามรายละเอียดได้ที่ ส่วนบริหารกองทุนภาคการเกษตร สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจ-การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

[2] ในปี 2550 มีเงินงบประมาณ 40 ล้านบาท ส่วนปี 2551 จำนวน 100 ล้านบาท

[3] โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ วิธีการงบประมาณ

[4] กองทุนของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อนกัน แต่จะเสริมและเชื่อมโยง/ส่งต่อระหว่างกัน เพื่อให้การให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบของภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและกว้างขวางยิ่งขึ้น

[5] คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 154/2550 (วันที่ 30 พฤษภาคม 2550) และ ที่ 252/2550 (วันที่ 6 สิงหาคม 2550)

[6] ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

[7] ติดตามรายละเอียดได้ที่ สำนักส่งเสริมสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์


Written By:  admin
Date Posted:  9/28/2007
Number of Views:  2140

Return