Search
Main Menu
 รายละเอียด
ผลการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 4 วันที่ 25 สิงหาคม 2553 ณ ประเทศเวียดนาม

      รองนายกรัฐมนตรี (นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 4 เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบสถานะการประเมินผลตาม AEC Scorecard ซึ่งเป็นกลไกในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศสมาชิก โดยมีการวัดผลทุก  2 ปี  ครั้งแรกระหว่าง 1 มกราคม 2551- 31 ธันวาคม 2552 ซึ่งอาเซียนในภาพรวม ทำได้  ร้อยละ 78.2  ของแผนงานที่ครบกำหนด ในส่วนของไทย จากการวัดผลล่าสุดถึงเดือนกรกฎาคม 2552 สามารถดำเนินการได้เพิ่มขึ้น 15 มาตรการ เช่น 

      1. การให้สัตยาบันความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA)

      2. การดำเนินการ National Single Window (ไทยเปิดให้บริการ NSW ระยะที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 เชื่อมโยงระบบระหว่างกรมศุลกากรกับภาครัฐ 4 หน่วยงาน คือ กรมการค้าต่างประเทศ กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมปศุสัตว์)

      3. การให้สัตยาบันความตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการเปิดเสรีขนส่งสินค้าทางอากาศ ความตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยบริการเดินอากาศและพิธีสารแนบท้าย เป็นต้น สำหรับมาตรการที่ไทยยังไม่สามารถดำเนินการได้ เช่น การเปิดเสรีภาคบริการ เป็นเรื่องที่ประเทศสมาชิกอื่นยังทำไม่ได้เช่นกัน นอกจากนี้ พิธีสารภายใต้ความตกลงการอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านแดน บางเรื่องยังต้องหารือในรายละเอียดกับประเทศสมาชิกอื่น

      ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดทำแผนแม่บทเรื่องการเชื่อมโยงกันในอาเซียน (ASEAN Connectivity) มี 4 ด้านหลัก คือ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนา โดยแผนแม่บทฯ ประกอบด้วย (1) การเชื่อมโยงทางกายภาพ (ขนส่ง ICT พลังงาน) (2)  การเชื่อมโยงองค์กร (การเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน, MRA, ขนส่ง, CAPACITY BUILDING) (3)  การเชื่อมโยงประชาชน (ท่องเที่ยว การศึกษาและวัฒนธรรม) โดยไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงด้านกายภาพโดยเฉพาะการขนส่งเป็นหลัก และการอำนวยความสะดวกทางการค้าเพื่อช่วยลดต้นทุนทางธุรกรรมให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ (1) ASEAN SINGLE WINDOW (2) การนำระบบการรับรองถิ่นกำเนินสินค้าด้วยตนเอง (SELF CERTIFICATION) มาใช้ และ(3) การจัดตั้งคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียน (ASEAN TRADE REPOSITORY) แต่ต้องคำนึงถึงระดับความพร้อมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศอาเซียนและให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพ (CAPACITY BUILDING) ด้วย

       ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องถึงความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ AEC ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆโดยเฉพาะภาคธุรกิจเพื่อใช้ประโยชน์จาก AEC ได้อย่างเต็มที่ โดยมีแผนงานทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ในส่วนของไทยจะให้ความสำคัญกับกลุ่ม SME เป็นพิเศษ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 

กันยายน 2553


Written By:  admin
Date Posted:  2/9/2553
Number of Views:  604

Return