|  


รายละเอียด
พาณิชย์ชี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังบรรลุผล AFTA

                       พาณิชย์ย้ำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ภาษีสินค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เป็น 0% คาดส่งผลให้การค้าไทยกับอาเซียนขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 25% ต่อปี  แนะผู้ประกอบการเร่งใช้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบขยายโอกาสทางการค้า

                        นายอลงกรณ์  พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 อาเซียนได้บรรลุผลการเปิดเสรีการค้าสินค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยภาษีสินค้าของประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไนฯ สิงคโปร์) ได้ลดเป็น 0% หมดทุกรายการ  สำหรับสมาชิกอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ (CLMV) ภาษีสินค้าทั้งหมดอยู่ที่ 0-5 % หมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 และจะลดเป็น 0% ทั้งหมดในปี 2558   สำหรับการลดภาษีสินค้าในปี 2553  อาเซียนได้ประกาศลดภาษีเป็น 0% เพิ่มเติมจำนวน 1,657 รายการ หรือประมาณ  20% ของจำนวนรายการสินค้าที่จะนำมาลดภาษีทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยและอาเซียนได้ลดภาษีสินค้าจำนวน 80% ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนเป็น 0% ไปแล้วตั้งแต่ปี 2550 หรือคิดเป็นจำนวน 7,657 รายการ

                        การบรรลุผลของการเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียน จะส่งผลดีต่อการค้าของไทยกับอาเซียนที่จะขยายตัวมากขึ้นไปอีก จากเดิมที่มีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ย 20%  จะขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 25% ต่อปี  นอกจากนี้อาเซียนยังเป็นตลาดใหญ่ มีประชากรถึงกว่า 580 ล้านคน  นับเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจ/ผู้ประกอบการไทยควรเร่งการใช้สิทธิประโยชน์ให้มากขึ้น ทั้งในด้านการส่งออก  ซึ่งไทยจะสามารถส่งออกสินค้าที่ได้แหล่งกำเนิดสินค้าของไทยไปยังตลาดอาเซียน ด้วยอัตราภาษี 0% สร้างความได้เปรียบให้กับสินค้าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์  ด้านการนำเข้า จะทำให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการใช้วัตถุดิบมากขึ้น สามารถเลือกหาแหล่งนำเข้าจากประเทศที่มีศักยภาพในอาเซียน ด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำ นำมาผลิตและส่งออกต่อไป ก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจของไทยนายอลงกรณ์กล่าว

                        ทั้งนี้   สินค้าของไทยที่มีศักยภาพในตลาดอาเซียนมีหลายกลุ่ม  คือ สินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว ที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการลดภาษีของประเทศสมาชิกอื่น เช่น อินโดนีเซียผูกพันภาษีข้าวใน WTO สูงถึง 160% แต่ในอาเซียน 25%  น้ำตาลที่ตลาดหลักของไทย คืออินโดนีเซีย จะลดภาษีภายใต้ AFTA เหลือ 5-10% ในปี 2558  เป็นต้น สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่  เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ยางพาราแท่ง/ยางแผ่นรมควัน ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ อาหารสำเร็จรูป (อาหารกระป๋อง)

                         นายอลงกรณ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  สาขาที่ยังมีความกังวลกันอยู่ โดยเฉพาะสาขาเกษตร ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัวยาวนานกว่าด้านอุตสาหกรรม  ภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการกำหนดหลายมาตรการเพื่อเตรียมพร้อม ได้แก่   การบริหารการนำเข้า  จัดตั้งระบบติดตาม   ตรวจสอบการนำเข้า  กำหนดการใช้มาตรการด้านคุณภาพต่างๆ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค   เช่น   ด้านสุขอนามัย  ด้านมาตรฐาน  ความเข้มงวดด้านการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า  นอกจากนี้หากเกิดการทะลักสามารถใช้มาตรการปกป้อง  (safeguard measure) โดยการขึ้นภาษีหรือกำหนดปริมาณการนำเข้าได้ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ยินดีให้ข้อมูลและตอบข้อซักถาม  โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับความตกลง สาระสำคัญและข้อผูกพันของไทยได้ที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ call center 02-507-7555  อีกทั้งสามารถสอบถามการใช้สิทธิประโยชน์ มาตรการรองรับและการให้ความช่วยเหลือเพื่อการปรับตัว ได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ สายด่วน 1385 

 

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 

มกราคม 2553


Written By:  admin
Date Posted:  7/1/2553
Number of Views:  1146

Return