Tuesday, January 06, 2009  
| | |
 Search
  |  
MainMenu


รายละเอียด
คำถามจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาเรื่อง"นานาทรรศนะต่อการทำ ASEAN-EU FTA"

คำตอบสำหรับคำถามที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมการสัมมนา

เรื่อง นานาทรรศนะต่อการทำ ASEAN-EU FTA”

วันพุธที่ 17 กันยายน 2551 ณ โรงแรม ดิ เอ็มเมอรัลด์ กรุงเทพฯ

......................................................................................................

ภาพรวม

 

-           ทำไมแบบรับฟังความคิดเห็นค่อนข้างเอียงระบุแต่ข้อดี แบบรับฟังดังกล่าวจะนำไปใช้ทางใดบ้าง

ตอบ      แบบรับฟังความเห็นอาจดูเหมือนเอนเอียงไปในทางบวก  แต่เมื่ออ่านโดยรวม จะเห็นว่า  แบบรับฟังความเห็นได้เปิดโอกาสให้ผู้ตอบตอบ  เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับการทำความตกลงการค้าเสรี  หากผู้ตอบไม่เห็นด้วย  ก็ถือว่าคำตอบนั้นเด็ดขาดในตัวเอง  แต่หากผู้ตอบเห็นด้วย  ผู้วิเคราะห์รวมทั้งผู้เจรจา  ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่าทำไมจึงเห็นด้วย  และหากเห็นด้วยที่จะให้จัดทำความตกลงการค้าเสรี  ผู้ตอบมีข้อกังวล  คำแนะนำ  หรือข้อคิดเห็นสำหรับผู้เจรจาอย่างไรบ้าง  ดังนั้น  จะเห็นว่าโดยแท้จริงแล้ว  แบบสอบถามไม่ได้โน้มเอียงไปในทางที่ต้องทำเอฟทีเอ  แต่การที่มีการซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมมาก  ก็เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ละเอียดและสามารถนำไปใช้ประกอบการเตรียมการเจรจาของฝ่ายไทยต่อไป

 

-           การที่ EU จะทำ FTA กับ 3 ประเทศก่อน (สิงคโปร์  บรูไน และไทย) จะถือว่ายังอยู่ในกรอบเจรจาที่ขออนุมัติผ่านสภา หรือว่าต้องนำเข้าสภาตามมาตรา 190 อีกครั้ง แยกต่างหาก เพราะเป็น Bilateral ไม่ใช่ Regional

ตอบ      การเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีในกรอบอาเซียนกับคู่เจรจาทุกประเทศ  จะมีการเจรจาส่วนหนึ่งที่ต้องแยกการเจรจาเป็นแบบสองฝ่าย  คือส่วนของการลดภาษีสินค้า  และการเปิดตลาดการค้าบริการ  สำหรับการเจรจาในกรอบASEAN-EU ที่ EU เสนอจะเจรจากับสิงคโปร์ บรูไน และไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาในกรอบ ASEAN-EU ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่การแยกตัวออกมาทำ FTA ต่างหากอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจาก EU ต้องการเร่งรัดกระบวนการการเจรจา จึงขอเจรจาสองฝ่ายกับประเทศที่มีความพร้อมก่อน โดยผลการเจรจากับ 3 ประเทศ ก็จะนำไปร่วมเจรจากับอาเซียนอื่นๆ ในที่สุด ทั้งนี้ ไทยได้เจรจากับ EU ตามกรอบเจรจาที่ไทยได้รับอนุมัติจากสภา   ขณะนี้  สหภาพยุโรปยังไม่ได้เสนอทำ FTA แบบ Bilateral กับประเทศใดในอาเซียนเลย  แต่มีอาเซียนหลายประเทศที่ต้องการจะแยกทำ Bilateral FTA กับสหภาพยุโรป 

 

-           การรองรับด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลจาก FTA (การใช้ทรัพยากรธรรมชาติภายในประเทศ)?

ตอบ      ประเทศไทยมีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่กำกับดูแลเรื่องการรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอยู่แล้ว  นอกจากนี้  ยังมีกรมโรงงานอุตสาหกรรม  ที่ดูแลไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยของเสียหรือสารพิษที่เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ผลกระทบที่จะเกิดต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลมาจาก FTA  ซึ่งอาจมาจากการมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น  หรือมีการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น  ต้องอยู่ในระดับที่กฎหมายของไทยกำหนดไว้  และผู้ผลิตทุกคนทั้งไทยและต่างชาติต้องปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียมกัน  แต่หากคนไทยเห็นว่า  ประเทศไทยควรมีกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดกว่าปัจจุบัน  หรือการบังคับใช้กฎหมายยังไม่ดีเท่าที่ควร  ก็สามารถเสนอความเห็นนี้ไปยังกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงอุตสาหกรรม  และกระทรวงพาณิชย์ได้   

 

-           ลักษณะของสำนักงาน/ทีมงานเพื่อติดตามการเจรจา การใช้สิทธิประโยชน์  โครงการความร่วมมือ พัฒนา และเยียวยาผู้ประกอบการควรเป็นอย่างไร

ตอบ      ปัจจุบัน  กรมการค้าต่างประเทศทำหน้าที่ดูแลเรื่องการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีทุกฉบับของไทยอยู่แล้ว  โดยผ่านทางการออกใบรับรองการใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษี  นอกจากนี้  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้มีการกำกับดูแลและประสานงานกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในกรณีที่เกิดปัญหาทางการค้าในด้านต่าง ๆ ภายหลังจากที่ความตกลงฯ มีผลบังคับใช้

สำหรับเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ  รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตร  และกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมและบริการ  โดยกองทุนแรกอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กองทุนที่สอง อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการค้าต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์  เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

 

-           การใช้อนุญาโตตุลาการในการตัดสินข้อพิพาทจะเสียความได้เปรียบทางการค้าหรือไม่ ไทยมี resource เพียงพอที่จะเข้าไปทำงานในระดับนั้นหรือไม่

ตอบ      กลไกระงับข้อพิพาทภายใต้ความตกลง ASEAN – EU ยังไม่ได้มีการตกลงกันในรายละเอียด อย่างไรก็ตามข้อบทเรื่องกลไกระงับข้อพิพาทของความตกลง FTA และของ WTO ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้ในการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและรัฐ มีหลักการโดยสรุป คือ ในกรณีที่มีปัญหาหรือเกิดความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก ประเทศสมาชิกก็จะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นที่พอใจและยอมรับของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็สามารถขอตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ หรือคณะผู้พิจารณาเพื่อเป็นคนกลางมาพิจารณาตัดสินข้อพิพาทได้ ทั้งนี้ ประเทศคู่กรณีจะต้องตกลงกันเพื่อคัดเลือกคนที่จะมาทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการ โดยหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยก็สามารถคัดค้านได้ และหารือกันจนกว่าจะได้คนที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ประเทศมหาอำนาจไม่สามารถใช้อิทธิพลแทรกแซงการตัดสินเพื่อประโยชน์ของตนได้ เพราะการตัดสินกรณีพิพาทจะพิจารณาจากประเด็นกฎหมายและหลักฐาน  และคำตัดสินมีผลผูกพันคู่กรณี ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากกลไกระงับข้อพิพาทเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยในหลายกรณี เช่น กรณีพิพาทที่ไทยฟ้องชนะสหภาพยุโรปใน WTO เรื่องไก่หมักเกลือ และกรณีพิพาทที่ไทยฟ้องชนะสหรัฐฯ ใน WTO เรื่อง AD กุ้ง เป็นต้น

            สำหรับข้อห่วงกังวลเรื่องบุคลลากรที่จะเข้าไปทำงานนั้น ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะประเทศไทยมีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์เป็นอนุญาโตตุลาการอยู่แล้วหลายท่าน

             จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าการใช้อนุญาโตตุลาการในการตัดสินข้อพิพาทนั้น ไม่เพียงแต่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียเปรียบทางการค้าต่อประเทศไทย แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ไทยใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังมีความรวดเร็วและช่วยลดภาระให้กับศาลภายในประเทศอีกด้วย

สินค้า

 

-           โครงการการนำเข้าชาผง และชาใบ จะมีโอกาสการนำเข้าเป็นร้อยละ  0-5 หรือไม่ เพราะเหตุใด เพราะขณะนี้ภาษีในโควต้าอยู่ที่ร้อยละ 30

ตอบ      ปัจจุบันไทยเปิดตลาดสินค้าชาภายใต้กรอบไทย-ออสเตรเลีย FTA ลดภาษีเหลือ 0 และไม่มีโควตา  ส่วนการเจรจาภายใต้กรอบอาเซียน-สหภาพฯ จะต้องมีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐและเอกชน ก่อนพิจารณากำหนดท่าทีในเรื่องนี้  ซึ่งหากพบว่าการเปิดตลาดสินค้าชาให้สหภาพฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมชาในประเทศ ก็อาจมีการพิจารณาปรับลดภาษีได้

 

-           ขณะนี้การเปิดขอโควต้าสินค้าเกษตร ทำไมถึงเปิดช้ามาก บางทีเกือบปลายปีจึงจะเปิดให้ขอ ซึ่งมีผลต่อธุรกิจเช่นกัน

ตอบ      สินค้าเกษตรภายใต้ระบบโควตามีคณะกรรมการกำกับดูแลทุกรายการ  โดยคณะกรรมการฯ มีหน้าที่กำหนดนโยบายการเปิดตลาดสินค้าโควตาภาษีในแต่ละปี โดยจะพิจารณาถึงพันธกรณีของไทยภายใต้ AFTA และ WTO  และกำหนดอัตราภาษีในโควตา ภาษีนอกโควตาในแต่ละปี  ความล่าช้าที่เกิดขึ้นอาจมีจากหลายสาเหตุ  หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่มีการเปิดตลาดล่าช้า  สามารถสอบถามได้โดยตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้

สินค้า

คณะกรรมการที่รับผิดชอบ

เลขานุการ

น้ำนมดิบ/ นมปรุงแต่ง และ นมผงขาดมันเนย

คณะกรรมการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์

กรมปศุสัตว์

มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ เมล็ดกาแฟ กาแฟสำเร็จรูป ชา พริกไทย กระเทียม และลำไยแห้ง

คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์มและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม มะพร้าว เนื้อมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว

คณะกรรมการนโยบายพืชน้ำมันและน้ำมันพืช

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

น้ำมันปาล์มและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม

คณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มทั้งระบบ (เฉพาะราคาและการตลาด)

กรมการค้าภายใน

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง

คณะกรรมการนโยบายอาหาร

กรมการค้าภายใน

ข้าว

คณะกรรมการนโยบายข้าว

กรมการค้าภายใน

น้ำตาลทราย

คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

ใบยาสูบ

-

กรมสรรพสามิต

ไหมดิบ

คณะกรรมการหม่อนไหมแห่งชาติ

กรมวิชาการเกษตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        - ข้อเสียที่ไทยได้รับจากการเจรจากับ EU คืออะไรบ้าง

ตอบ      สินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าสหภาพฯ จะต้องมีการปรับตัวรองรับการแข่งขันจากสินค้านำเข้าจากสหภาพฯ  ผู้ประกอบการและสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องติดตามข่าวสารการเจรจาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและปรับตัวแต่เนิ่นๆ  โดยจะต้องประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง  เพื่อพิจารณามาตรการรองรับที่เหมาะสมและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

 

-           การเจรจาภายใต้กรอบ Multilateral และกรอบ ASEAN สามารถดำเนินการไปได้พร้อมๆ กันหรือไม่ หรือต้องรอให้กรอบ Multilateral เสร็จสิ้นก่อน เพราะทราบว่าบาง forum ต้องรอท่าทีจากกรอบ Multilateral ก่อน

ตอบ      การเจรจาภายใต้กรอบอาเซียนสามารถทำควบคู่ไปกับการเจรจาระดับพหุภาคี  เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศให้มากที่สุด   โดยทั่วไปแล้วการลดภาษีภายใต้กรอบอาเซียนจะลดมากกว่าและเร็วกว่าการลดภาษีภายใต้กรอบพหุภาคี ซึ่งหมายถึง ผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ จะมากกว่าและเร็วกว่า การเจรจาในระดับพหุภาคี  อย่างไรก็ดี การเจรจาภายใต้อาเซียนหรือ FTA อาจไม่ครอบคลุมการเจรจาบางเรื่องซึ่งดำเนินการอยู่ภายใต้การเจรจาระดับพหุภาคี อาทิ การลดการอุดหนุนการผลิตและการลด/เลิกการอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร เป็นต้น

 

-           ขอทราบการเปิดตลาดสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของสหภาพยุโรป และของไทย

ตอบ      สหภาพฯ ได้ส่งสัญญาณบวกพร้อมลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมเป็นศูนย์ทุกรายการ หากการเจรจาในภาพรวมมีผลการเปิดตลาดมากพอ  สำหรับท่าทีการเปิดตลาดสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกำลังจัดการประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เป็นระยะๆ  เพื่อกำหนดท่าทีไทยในการเจรจากับสหภาพฯ ต่อไป

 

-           ผลดีและผลเสียของการเปิดเสรีการค้าสินค้าที่มีต่อภาคประชาชน

ตอบ      การพิจารณาผลดีผลเสียต่อภาคประชาชน จำเป็นต้องแบ่งกลุ่มประชาชนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ประชาชนที่อยู่ในฐานะผู้ส่งออก ผู้ประกอบการและฐานะผู้บริโภค

ผลดี

·         ผู้ส่งออก ได้รับประโยชน์จากการขยายตลาดส่งออกในสหภาพฯ เมื่ออุปสรรคทางการค้า (ภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี) ลด/เลิกไป

·         ผู้ประกอบการ/เกษตรกร ได้รับประโยชน์จากการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบที่ไทยไม่สามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกลง จากการลดภาษีนำเข้า  ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

·         ผู้บริโภค ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าที่ลดลง ความหลากหลายมากขึ้น และคุณภาพของสินค้าที่มากขึ้น อันเป็นผลจากการแข่งขันในตลาดที่มีมากขึ้น

 

ผลเสีย

·         ผู้ส่งออก การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีอาจทำได้ไม่เต็มที่ หากการผลิตสินค้าของไทยไม่ได้แหล่งกำเนิดตามที่สหภาพฯ กำหนด

·         ผู้ประกอบการ/เกษตรกร ในสินค้าที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าประเทศคู่เจรจา จะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่จะทวีความเข้มข้นในตลาดภายในประเทศ

 

-           การเปิดเสรีกับ EU จะเปิดมากกว่ากรอบของ ASEAN ที่เปิดภายในกลุ่มหรือไม่     

ตอบ      ไม่มากกว่ากรอบอาเซียน  เนื่องจากอาเซียนได้กำหนดให้มีการยกเลิกภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีทั้งหมดในปี 2010 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ และปี 2015 สำหรับประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน 4 ประเทศ ยกเว้นรายการสินค้าอ่อนไหวที่อาจยังคงระดับภาษีสุดท้ายไว้ได้ แต่ก็จะอยู่ในระดับที่ต่ำมาก

 

-           EU ให้ความสนใจเปิดเสรีกับสาขาใดเป็นพิเศษ

ตอบ      กลุ่มสินค้าที่สหภาพฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ กลุ่มสินค้าที่สหภาพฯ มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสูง ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อ สุราและแอลกอฮอล์ ยานยนต์นั่งส่วนบุคคล และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

 

-           การเปิดกับ EU จะมากกว่าที่ไทยเปิดกับประเทศอื่นๆ แล้วหรือไม่ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ

ตอบ      การที่ไทยจะเปิดตลาดให้สหภาพฯ มากหรือน้อยกว่าคู่เจรจาที่ไทยได้ทำ FTA ไปแล้วนั้น  ขึ้นอยู่กับการเจรจาว่า  ไทยจะได้อะไรจากสหภาพฯ บ้าง  และสินค้าที่อ่อนไหวในการเจรจาแต่ละกรอบจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการแข่งขันของไทยกับประเทศนั้นๆ  ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย

 

-           การทำความตกลง FTA ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ เช่น อาเซียน-ญี่ปุ่น  อาเซียน-เกาหลี และอาเซียน- EU ประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ตกลงเปิดตลาดให้ประเทศคู่เจรจา และในขณะเดียวกันประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องเปิดตลาดให้แก่กันในทุกกรณีใช่หรือไม่  ดังนั้น หากประเทศไทยเปิดตลาดสินค้าประมงให้ญี่ปุ่น ไทยจะต้องเปิดตลาดสินค้าประเภทเดียวกันให้มาเลเซียด้วยใช่หรือไม่ และหลักการนี้นำมาใช้กับความตกลงทุกฉบับที่อาเซียนทำกับประเทศคู่เจรจาใช่หรือไม่

ตอบ      ตามหลักการแล้ว สิ่งที่ไทยเปิดให้กับคู่เจรจา ภายใต้การเจรจากรอบอาเซียน-คู่เจรจา จะต้องขยายผลให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนที่เหลือด้วย  ดังนั้น การพิจารณาเปิดตลาดจะต้องคำนึงถึงประเทศคู่เจรจาและประเทศสมาชิกอื่นด้วย  แต่ในทางปฏิบัติแล้ว  การค้าขายระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมักจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้กรอบ AFTA ที่เรียกว่า CEPT Agreement ซึ่งมีอัตราภาษีต่ำกว่ากรอบอาเซียน-คู่เจรจาต่างๆ

 

-           การทำ ASEAN-EU FTA ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กจะได้รับประโยชน์และผลกระทบอย่างไรบ้าง และมีแนวทางรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไร รวมทั้ง ภาครัฐจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร

ตอบ      สหภาพฯ มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าเหล็ก  แต่เน้นการส่งออกไปประเทศในยุโรปและอเมริกา  สำหรับไทยและอาเซียน มิใช่ตลาดส่งออกหลักของสหภาพฯ  Supplier เหล็กรายใหญ่สำหรับตลาดเอเชียและอาเซียน คือ ญี่ปุ่น จีน และสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งอาศัยความได้เปรียบด้านระยะทางที่ใกล้กว่าสหภาพฯ  อย่างไรก็ดี  มีผู้ประกอบการ หลายรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขยาย สมาชิกภาพของสหภาพฯ ในอนาคตว่า อาจครอบคลุมยูเครนและรัสเซีย  ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกเหล็กที่มีศักยภาพสูงมากของโลก  แต่ประเด็นการขยายสมาชิกภาพของสหภาพฯ จะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากอาเซียนเจรจากับสหภาพฯ (สมาชิก 27 ประเทศ)  หากมีการขยายสมาชิกภาพใหม่จะต้องนำมาเจรจาและทบทวนใหม่  ไทยและอาเซียนจะไม่ขยายสิทธิพิเศษทางภาษีให้สมาชิกใหม่ทันที

สำหรับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย  ปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ5

10  อย่างไรก็ดี ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ของไทยที่ชัดเจน มั่นคงและยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพื่อรองรับต่อการแข่งขันจากสินค้านำเข้าของประเทศคู่เจรจา FTA อื่นๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และสาธารณรัฐเกาหลี

 

-           ทำไม EU จึงสนใจจะเปิดเสรีสินค้าโภคภัณฑ์ (นม เนื้อ เหล้า) ซึ่ง EU มีต้นทุนต่ำกว่าใช่หรือไม่ และสาเหตุเนื่องจากมีการอุดหนุนของรัฐบาล EU อย่างมากใช่หรือไม่

ตอบ      สินค้ากลุ่มนม เนื้อ เหล้า เป็นกลุ่มสินค้าที่สหภาพฯ มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสูง  ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการให้การอุดหนุนการผลิตภายในประเทศ  ซึ่งทำให้สหภาพฯ พัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ

 

-           Brand power  ของ EU มากกว่าไทยใช่หรือไม่

ตอบ      สหภาพฯ มีการสร้าง image ของสินค้าที่ชัดเจน อาทิ สินค้าเครื่องหนังสำหรับกลุ่มผู้บริโภคในตลาดบน, สินค้าอุตสาหกรรมที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม และสินค้าเกษตรที่เน้นความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก  จึงส่งผลให้ Brand power ของสหภาพฯ มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด

 

-           การนำเข้าสินค้าทุนได้รับสิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยู่แล้ว ทำไมต้องเปิดเสรีอีก

ตอบ      แม้ภาคเอกชนจะได้รับสิทธิพิเศษจาก BOI ในการนำเข้าสินค้าทุนอยู่แล้ว  แต่การทำ FTA จะทำให้ภาคเอกชนที่ต้องการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบอื่นๆ ที่ไทยไม่สามารถผลิตได้ (ด้วยข้อจำกัดด้านการผลิต ศักยภาพการผลิต และเทคโนโลยี) ในราคาที่ถูกลง  ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตลดลงและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

บริการ

 

-           ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมไปลงทุน/ค้าบริการการเงินกับต่างประเทศหรือไม่

ตอบ      ปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ไทยหลายบริษัทมีศักยภาพเพียงพอที่ไปลงทุนในประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจสูง อาทิ ประเทศจีน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ก็มีการจัดตั้งสาขา ธนาคารในเครือ และธนาคารร่วมทุนในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฮ่องกง อินเดีย และสหรัฐอเมริกา

 

-           ปัจจุบันธนาคารต่างประเทศถูกห้ามเปิดสาขาหากมีการเปิดเสรีให้ธนาคารต่างประเทศเปิดสาขา จะทำให้คุณภาพการบริการดีขึ้นหรือไม่ หรือเป็น threat ต่อธนาคารไทย

ตอบ      การเปิดเสรีให้ธนาคารต่างชาติสามารถเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยได้มากขึ้น อาจทำให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกเหนือจากนี้ การขยายจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ ก็เป็นการขยายช่องทางการเข้าถึงเงินทุนในพื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ดี การเปิดเสรีก็มีข้อควรระวังต่างๆ เช่น ธนาคารต่างประเทศอาจเลือกให้บริการแต่เฉพาะพื้นที่ให้ผลกำไรสูงเท่านั้น (cherry picking)  รวมถึงท