คำตอบสำหรับคำถามที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมการสัมมนา
เรื่อง “นานาทรรศนะต่อการทำ ASEAN-EU FTA”
วันพุธที่ 17 กันยายน 2551 ณ โรงแรม ดิ เอ็มเมอรัลด์ กรุงเทพฯ
......................................................................................................
ภาพรวม
- ทำไมแบบรับฟังความคิดเห็นค่อนข้างเอียงระบุแต่ข้อดี แบบรับฟังดังกล่าวจะนำไปใช้ทางใดบ้าง
ตอบ แบบรับฟังความเห็นอาจดูเหมือนเอนเอียงไปในทางบวก แต่เมื่ออ่านโดยรวม จะเห็นว่า แบบรับฟังความเห็นได้เปิดโอกาสให้ผู้ตอบตอบ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับการทำความตกลงการค้าเสรี หากผู้ตอบไม่เห็นด้วย ก็ถือว่าคำตอบนั้นเด็ดขาดในตัวเอง แต่หากผู้ตอบเห็นด้วย ผู้วิเคราะห์รวมทั้งผู้เจรจา ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่าทำไมจึงเห็นด้วย และหากเห็นด้วยที่จะให้จัดทำความตกลงการค้าเสรี ผู้ตอบมีข้อกังวล คำแนะนำ หรือข้อคิดเห็นสำหรับผู้เจรจาอย่างไรบ้าง ดังนั้น จะเห็นว่าโดยแท้จริงแล้ว แบบสอบถามไม่ได้โน้มเอียงไปในทางที่ต้องทำเอฟทีเอ แต่การที่มีการซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมมาก ก็เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ละเอียดและสามารถนำไปใช้ประกอบการเตรียมการเจรจาของฝ่ายไทยต่อไป
- การที่ EU จะทำ FTA กับ 3 ประเทศก่อน (สิงคโปร์ บรูไน และไทย) จะถือว่ายังอยู่ในกรอบเจรจาที่ขออนุมัติผ่านสภา หรือว่าต้องนำเข้าสภาตามมาตรา 190 อีกครั้ง แยกต่างหาก เพราะเป็น Bilateral ไม่ใช่ Regional
ตอบ การเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีในกรอบอาเซียนกับคู่เจรจาทุกประเทศ จะมีการเจรจาส่วนหนึ่งที่ต้องแยกการเจรจาเป็นแบบสองฝ่าย คือส่วนของการลดภาษีสินค้า และการเปิดตลาดการค้าบริการ สำหรับการเจรจาในกรอบASEAN-EU ที่ EU เสนอจะเจรจากับสิงคโปร์ บรูไน และไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาในกรอบ ASEAN-EU ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่การแยกตัวออกมาทำ FTA ต่างหากอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจาก EU ต้องการเร่งรัดกระบวนการการเจรจา จึงขอเจรจาสองฝ่ายกับประเทศที่มีความพร้อมก่อน โดยผลการเจรจากับ 3 ประเทศ ก็จะนำไปร่วมเจรจากับอาเซียนอื่นๆ ในที่สุด ทั้งนี้ ไทยได้เจรจากับ EU ตามกรอบเจรจาที่ไทยได้รับอนุมัติจากสภา ขณะนี้ สหภาพยุโรปยังไม่ได้เสนอทำ FTA แบบ Bilateral กับประเทศใดในอาเซียนเลย แต่มีอาเซียนหลายประเทศที่ต้องการจะแยกทำ Bilateral FTA กับสหภาพยุโรป
- การรองรับด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลจาก FTA (การใช้ทรัพยากรธรรมชาติภายในประเทศ)?
ตอบ ประเทศไทยมีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่กำกับดูแลเรื่องการรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ดูแลไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยของเสียหรือสารพิษที่เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบที่จะเกิดต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลมาจาก FTA ซึ่งอาจมาจากการมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น หรือมีการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ต้องอยู่ในระดับที่กฎหมายของไทยกำหนดไว้ และผู้ผลิตทุกคนทั้งไทยและต่างชาติต้องปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียมกัน แต่หากคนไทยเห็นว่า ประเทศไทยควรมีกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดกว่าปัจจุบัน หรือการบังคับใช้กฎหมายยังไม่ดีเท่าที่ควร ก็สามารถเสนอความเห็นนี้ไปยังกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ได้
- ลักษณะของสำนักงาน/ทีมงานเพื่อติดตามการเจรจา การใช้สิทธิประโยชน์ โครงการความร่วมมือ พัฒนา และเยียวยาผู้ประกอบการควรเป็นอย่างไร
ตอบ ปัจจุบัน กรมการค้าต่างประเทศทำหน้าที่ดูแลเรื่องการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีทุกฉบับของไทยอยู่แล้ว โดยผ่านทางการออกใบรับรองการใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษี นอกจากนี้ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้มีการกำกับดูแลและประสานงานกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในกรณีที่เกิดปัญหาทางการค้าในด้านต่าง ๆ ภายหลังจากที่ความตกลงฯ มีผลบังคับใช้
สำหรับเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตร และกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยกองทุนแรกอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทุนที่สอง อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
- การใช้อนุญาโตตุลาการในการตัดสินข้อพิพาทจะเสียความได้เปรียบทางการค้าหรือไม่ ไทยมี resource เพียงพอที่จะเข้าไปทำงานในระดับนั้นหรือไม่
ตอบ กลไกระงับข้อพิพาทภายใต้ความตกลง ASEAN – EU ยังไม่ได้มีการตกลงกันในรายละเอียด อย่างไรก็ตามข้อบทเรื่องกลไกระงับข้อพิพาทของความตกลง FTA และของ WTO ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้ในการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและรัฐ มีหลักการโดยสรุป คือ ในกรณีที่มีปัญหาหรือเกิดความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก ประเทศสมาชิกก็จะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นที่พอใจและยอมรับของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็สามารถขอตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ หรือคณะผู้พิจารณาเพื่อเป็นคนกลางมาพิจารณาตัดสินข้อพิพาทได้ ทั้งนี้ ประเทศคู่กรณีจะต้องตกลงกันเพื่อคัดเลือกคนที่จะมาทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการ โดยหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยก็สามารถคัดค้านได้ และหารือกันจนกว่าจะได้คนที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ประเทศมหาอำนาจไม่สามารถใช้อิทธิพลแทรกแซงการตัดสินเพื่อประโยชน์ของตนได้ เพราะการตัดสินกรณีพิพาทจะพิจารณาจากประเด็นกฎหมายและหลักฐาน และคำตัดสินมีผลผูกพันคู่กรณี ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากกลไกระงับข้อพิพาทเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยในหลายกรณี เช่น กรณีพิพาทที่ไทยฟ้องชนะสหภาพยุโรปใน WTO เรื่องไก่หมักเกลือ และกรณีพิพาทที่ไทยฟ้องชนะสหรัฐฯ ใน WTO เรื่อง AD กุ้ง เป็นต้น
สำหรับข้อห่วงกังวลเรื่องบุคลลากรที่จะเข้าไปทำงานนั้น ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะประเทศไทยมีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์เป็นอนุญาโตตุลาการอยู่แล้วหลายท่าน
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าการใช้อนุญาโตตุลาการในการตัดสินข้อพิพาทนั้น ไม่เพียงแต่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียเปรียบทางการค้าต่อประเทศไทย แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ไทยใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังมีความรวดเร็วและช่วยลดภาระให้กับศาลภายในประเทศอีกด้วย
สินค้า
- โครงการการนำเข้าชาผง และชาใบ จะมีโอกาสการนำเข้าเป็นร้อยละ 0-5 หรือไม่ เพราะเหตุใด เพราะขณะนี้ภาษีในโควต้าอยู่ที่ร้อยละ 30
ตอบ ปัจจุบันไทยเปิดตลาดสินค้าชาภายใต้กรอบไทย-ออสเตรเลีย FTA ลดภาษีเหลือ 0 และไม่มีโควตา ส่วนการเจรจาภายใต้กรอบอาเซียน-สหภาพฯ จะต้องมีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐและเอกชน ก่อนพิจารณากำหนดท่าทีในเรื่องนี้ ซึ่งหากพบว่าการเปิดตลาดสินค้าชาให้สหภาพฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมชาในประเทศ ก็อาจมีการพิจารณาปรับลดภาษีได้
- ขณะนี้การเปิดขอโควต้าสินค้าเกษตร ทำไมถึงเปิดช้ามาก บางทีเกือบปลายปีจึงจะเปิดให้ขอ ซึ่งมีผลต่อธุรกิจเช่นกัน
ตอบ สินค้าเกษตรภายใต้ระบบโควตามีคณะกรรมการกำกับดูแลทุกรายการ โดยคณะกรรมการฯ มีหน้าที่กำหนดนโยบายการเปิดตลาดสินค้าโควตาภาษีในแต่ละปี โดยจะพิจารณาถึงพันธกรณีของไทยภายใต้ AFTA และ WTO และกำหนดอัตราภาษีในโควตา ภาษีนอกโควตาในแต่ละปี ความล่าช้าที่เกิดขึ้นอาจมีจากหลายสาเหตุ หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่มีการเปิดตลาดล่าช้า สามารถสอบถามได้โดยตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้
|
สินค้า |
คณะกรรมการที่รับผิดชอบ |
เลขานุการ |
|
น้ำนมดิบ/ นมปรุงแต่ง และ นมผงขาดมันเนย |
คณะกรรมการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์ |
กรมปศุสัตว์ |
|
มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ เมล็ดกาแฟ กาแฟสำเร็จรูป ชา พริกไทย กระเทียม และลำไยแห้ง |
คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ |
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร |
|
ถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์มและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม มะพร้าว เนื้อมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว |
คณะกรรมการนโยบายพืชน้ำมันและน้ำมันพืช |
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร |
|
น้ำมันปาล์มและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม |
คณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มทั้งระบบ (เฉพาะราคาและการตลาด) |
กรมการค้าภายใน |
|
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง |
คณะกรรมการนโยบายอาหาร |
กรมการค้าภายใน |
|
ข้าว |
คณะกรรมการนโยบายข้าว |
กรมการค้าภายใน |
|
น้ำตาลทราย |
คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย |
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย |
|
ใบยาสูบ |
- |
กรมสรรพสามิต |
|
ไหมดิบ |
คณะกรรมการหม่อนไหมแห่งชาติ |
กรมวิชาการเกษตร |
- ข้อเสียที่ไทยได้รับจากการเจรจากับ EU คืออะไรบ้าง
ตอบ สินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าสหภาพฯ จะต้องมีการปรับตัวรองรับการแข่งขันจากสินค้านำเข้าจากสหภาพฯ ผู้ประกอบการและสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องติดตามข่าวสารการเจรจาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและปรับตัวแต่เนิ่นๆ โดยจะต้องประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการรองรับที่เหมาะสมและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
- การเจรจาภายใต้กรอบ Multilateral และกรอบ ASEAN สามารถดำเนินการไปได้พร้อมๆ กันหรือไม่ หรือต้องรอให้กรอบ Multilateral เสร็จสิ้นก่อน เพราะทราบว่าบาง forum ต้องรอท่าทีจากกรอบ Multilateral ก่อน
ตอบ การเจรจาภายใต้กรอบอาเซียนสามารถทำควบคู่ไปกับการเจรจาระดับพหุภาคี เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศให้มากที่สุด โดยทั่วไปแล้วการลดภาษีภายใต้กรอบอาเซียนจะลดมากกว่าและเร็วกว่าการลดภาษีภายใต้กรอบพหุภาคี ซึ่งหมายถึง ผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ จะมากกว่าและเร็วกว่า การเจรจาในระดับพหุภาคี อย่างไรก็ดี การเจรจาภายใต้อาเซียนหรือ FTA อาจไม่ครอบคลุมการเจรจาบางเรื่องซึ่งดำเนินการอยู่ภายใต้การเจรจาระดับพหุภาคี อาทิ การลดการอุดหนุนการผลิตและการลด/เลิกการอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร เป็นต้น
- ขอทราบการเปิดตลาดสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของสหภาพยุโรป และของไทย
ตอบ สหภาพฯ ได้ส่งสัญญาณบวกพร้อมลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมเป็นศูนย์ทุกรายการ หากการเจรจาในภาพรวมมีผลการเปิดตลาดมากพอ สำหรับท่าทีการเปิดตลาดสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกำลังจัดการประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เป็นระยะๆ เพื่อกำหนดท่าทีไทยในการเจรจากับสหภาพฯ ต่อไป
- ผลดีและผลเสียของการเปิดเสรีการค้าสินค้าที่มีต่อภาคประชาชน
ตอบ การพิจารณาผลดีผลเสียต่อภาคประชาชน จำเป็นต้องแบ่งกลุ่มประชาชนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ประชาชนที่อยู่ในฐานะผู้ส่งออก ผู้ประกอบการและฐานะผู้บริโภค
ผลดี
· ผู้ส่งออก ได้รับประโยชน์จากการขยายตลาดส่งออกในสหภาพฯ เมื่ออุปสรรคทางการค้า (ภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี) ลด/เลิกไป
· ผู้ประกอบการ/เกษตรกร ได้รับประโยชน์จากการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบที่ไทยไม่สามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกลง จากการลดภาษีนำเข้า ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น
· ผู้บริโภค ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าที่ลดลง ความหลากหลายมากขึ้น และคุณภาพของสินค้าที่มากขึ้น อันเป็นผลจากการแข่งขันในตลาดที่มีมากขึ้น
ผลเสีย
· ผู้ส่งออก การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีอาจทำได้ไม่เต็มที่ หากการผลิตสินค้าของไทยไม่ได้แหล่งกำเนิดตามที่สหภาพฯ กำหนด
· ผู้ประกอบการ/เกษตรกร ในสินค้าที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าประเทศคู่เจรจา จะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่จะทวีความเข้มข้นในตลาดภายในประเทศ
- การเปิดเสรีกับ EU จะเปิดมากกว่ากรอบของ ASEAN ที่เปิดภายในกลุ่มหรือไม่
ตอบ ไม่มากกว่ากรอบอาเซียน เนื่องจากอาเซียนได้กำหนดให้มีการยกเลิกภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีทั้งหมดในปี 2010 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ และปี 2015 สำหรับประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน 4 ประเทศ ยกเว้นรายการสินค้าอ่อนไหวที่อาจยังคงระดับภาษีสุดท้ายไว้ได้ แต่ก็จะอยู่ในระดับที่ต่ำมาก
- EU ให้ความสนใจเปิดเสรีกับสาขาใดเป็นพิเศษ
ตอบ กลุ่มสินค้าที่สหภาพฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ กลุ่มสินค้าที่สหภาพฯ มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสูง ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อ สุราและแอลกอฮอล์ ยานยนต์นั่งส่วนบุคคล และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
- การเปิดกับ EU จะมากกว่าที่ไทยเปิดกับประเทศอื่นๆ แล้วหรือไม่ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ
ตอบ การที่ไทยจะเปิดตลาดให้สหภาพฯ มากหรือน้อยกว่าคู่เจรจาที่ไทยได้ทำ FTA ไปแล้วนั้น ขึ้นอยู่กับการเจรจาว่า ไทยจะได้อะไรจากสหภาพฯ บ้าง และสินค้าที่อ่อนไหวในการเจรจาแต่ละกรอบจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการแข่งขันของไทยกับประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย
- การทำความตกลง FTA ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ เช่น อาเซียน-ญี่ปุ่น อาเซียน-เกาหลี และอาเซียน- EU ประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ตกลงเปิดตลาดให้ประเทศคู่เจรจา และในขณะเดียวกันประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องเปิดตลาดให้แก่กันในทุกกรณีใช่หรือไม่ ดังนั้น หากประเทศไทยเปิดตลาดสินค้าประมงให้ญี่ปุ่น ไทยจะต้องเปิดตลาดสินค้าประเภทเดียวกันให้มาเลเซียด้วยใช่หรือไม่ และหลักการนี้นำมาใช้กับความตกลงทุกฉบับที่อาเซียนทำกับประเทศคู่เจรจาใช่หรือไม่
ตอบ ตามหลักการแล้ว สิ่งที่ไทยเปิดให้กับคู่เจรจา ภายใต้การเจรจากรอบอาเซียน-คู่เจรจา จะต้องขยายผลให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนที่เหลือด้วย ดังนั้น การพิจารณาเปิดตลาดจะต้องคำนึงถึงประเทศคู่เจรจาและประเทศสมาชิกอื่นด้วย แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การค้าขายระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมักจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้กรอบ AFTA ที่เรียกว่า CEPT Agreement ซึ่งมีอัตราภาษีต่ำกว่ากรอบอาเซียน-คู่เจรจาต่างๆ
- การทำ ASEAN-EU FTA ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กจะได้รับประโยชน์และผลกระทบอย่างไรบ้าง และมีแนวทางรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไร รวมทั้ง ภาครัฐจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร
ตอบ สหภาพฯ มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าเหล็ก แต่เน้นการส่งออกไปประเทศในยุโรปและอเมริกา สำหรับไทยและอาเซียน มิใช่ตลาดส่งออกหลักของสหภาพฯ Supplier เหล็กรายใหญ่สำหรับตลาดเอเชียและอาเซียน คือ ญี่ปุ่น จีน และสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งอาศัยความได้เปรียบด้านระยะทางที่ใกล้กว่าสหภาพฯ อย่างไรก็ดี มีผู้ประกอบการ หลายรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขยาย สมาชิกภาพของสหภาพฯ ในอนาคตว่า อาจครอบคลุมยูเครนและรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกเหล็กที่มีศักยภาพสูงมากของโลก แต่ประเด็นการขยายสมาชิกภาพของสหภาพฯ จะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากอาเซียนเจรจากับสหภาพฯ (สมาชิก 27 ประเทศ) หากมีการขยายสมาชิกภาพใหม่จะต้องนำมาเจรจาและทบทวนใหม่ ไทยและอาเซียนจะไม่ขยายสิทธิพิเศษทางภาษีให้สมาชิกใหม่ทันที
สำหรับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย ปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ5 –
10 อย่างไรก็ดี ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ของไทยที่ชัดเจน มั่นคงและยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพื่อรองรับต่อการแข่งขันจากสินค้านำเข้าของประเทศคู่เจรจา FTA อื่นๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และสาธารณรัฐเกาหลี
- ทำไม EU จึงสนใจจะเปิดเสรีสินค้าโภคภัณฑ์ (นม เนื้อ เหล้า) ซึ่ง EU มีต้นทุนต่ำกว่าใช่หรือไม่ และสาเหตุเนื่องจากมีการอุดหนุนของรัฐบาล EU อย่างมากใช่หรือไม่
ตอบ สินค้ากลุ่มนม เนื้อ เหล้า เป็นกลุ่มสินค้าที่สหภาพฯ มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการให้การอุดหนุนการผลิตภายในประเทศ ซึ่งทำให้สหภาพฯ พัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ
- Brand power ของ EU มากกว่าไทยใช่หรือไม่
ตอบ สหภาพฯ มีการสร้าง image ของสินค้าที่ชัดเจน อาทิ สินค้าเครื่องหนังสำหรับกลุ่มผู้บริโภคในตลาดบน, สินค้าอุตสาหกรรมที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม และสินค้าเกษตรที่เน้นความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก จึงส่งผลให้ Brand power ของสหภาพฯ มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด
- การนำเข้าสินค้าทุนได้รับสิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยู่แล้ว ทำไมต้องเปิดเสรีอีก
ตอบ แม้ภาคเอกชนจะได้รับสิทธิพิเศษจาก BOI ในการนำเข้าสินค้าทุนอยู่แล้ว แต่การทำ FTA จะทำให้ภาคเอกชนที่ต้องการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบอื่นๆ ที่ไทยไม่สามารถผลิตได้ (ด้วยข้อจำกัดด้านการผลิต ศักยภาพการผลิต และเทคโนโลยี) ในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตลดลงและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย
บริการ
- ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมไปลงทุน/ค้าบริการการเงินกับต่างประเทศหรือไม่
ตอบ ปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ไทยหลายบริษัทมีศักยภาพเพียงพอที่ไปลงทุนในประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจสูง อาทิ ประเทศจีน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ก็มีการจัดตั้งสาขา ธนาคารในเครือ และธนาคารร่วมทุนในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฮ่องกง อินเดีย และสหรัฐอเมริกา
- ปัจจุบันธนาคารต่างประเทศถูกห้ามเปิดสาขาหากมีการเปิดเสรีให้ธนาคารต่างประเทศเปิดสาขา จะทำให้คุณภาพการบริการดีขึ้นหรือไม่ หรือเป็น threat ต่อธนาคารไทย
ตอบ การเปิดเสรีให้ธนาคารต่างชาติสามารถเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยได้มากขึ้น อาจทำให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกเหนือจากนี้ การขยายจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ ก็เป็นการขยายช่องทางการเข้าถึงเงินทุนในพื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ดี การเปิดเสรีก็มีข้อควรระวังต่างๆ เช่น ธนาคารต่างประเทศอาจเลือกให้บริการแต่เฉพาะพื้นที่ให้ผลกำไรสูงเท่านั้น (cherry picking) รวมถึงท