Friday, November 21, 2008  
| | |
 Search
  |  
MainMenu


รายละเอียด
"พิเชษฐ์ ตันเจริญ" รมช.พาณิชย์ "Thainess to the World"

สัมภาษณ์
ในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ปรากฏชื่อ "พิเชษฐ์ ตันเจริญ" เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และได้รับมอบหมายให้ดูแลกรมส่งเสริมการส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ เท่ากับว่าพิเชษฐ์ต้องรับหน้าที่สำคัญในการผลักดันยอดส่งออกซึ่งเป็น รายได้หลัก ที่มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษถึงแนวทางในการทำงาน

- นโยบายในด้านการส่งออก

ความจริงการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2551 ไม่น่าเป็นห่วง เพราะขยายตัวถึง 26.1% จากเป้าหมายการ ส่งออกทั้งปี 2551 ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ที่ 12.5% และ นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20% ซึ่งน่าจะทำได้ ทั้งนี้เราควรเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดใหม่ให้มากขึ้น และรักษาฐานการส่งออกในตลาดเดิม จากขณะนี้สัดส่วน การส่งออกไปตลาดหลักเหลือ 49.5% ต่อตลาดรอง 50.5% จากเดิมตลาดหลัก ถึง 51% และตลาดรอง 49% ซึ่งเป็น ทิศทาง ที่ดีที่เราต้องลดการพึ่งพา ตลาดหลักอย่างเดียว เพื่อจะไม่ได้รับผลกระทบมากจากปัญหาซับไพรมที่เกิดในสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สหรัฐลดการนำเข้าสินค้าไทย

- แนวทางเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไป ตลาดใหม่

ในการจัดงานบางกอกเจมส์ในวันที่ 11-15 ก.ย.นี้ ผู้อำนวยการสำนักงาน ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลก มาเข้า ร่วมงาน และจะหารือร่วมกับ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกระทรวงพาณิชย์ (HTA) กรมการค้าต่างประเทศ ถึงการสร้างภาพลักษณ์การค้าการลงทุนไทยใหม่ภายใต้แนวคิด "Thainess to the World"

หากทำได้ไทยจะสามารถผลักดันให้มีการส่งออกแพ็กเกจทั้งสินค้า บริการ การลงทุน การท่องเที่ยว แฟชั่น และบันเทิง ที่จะแสดงออกถึงวัฒนธรรมความเป็นไทย เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับสินค้าและบริการที่ไทยมีอยู่ เพราะเชื่อว่าหากไทยสามารถสร้างจุดเด่นดังกล่าว ไทยจะเป็นช่องทางการส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก โดยจะมุ่งเน้นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น จีน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และประเทศกลุ่มซีไอเอส เชื่อว่าจะทดแทนการส่งออกไปตลาดหลักที่ชะลอลงได้อย่างแน่นอน

- ปัจจัยด้านการเมืองกระทบต่อการค้า หรือไม่

ไม่น่าจะกระทบ เพราะประเด็นการเมืองกับการค้าเป็นคนละเรื่องกัน มองว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายในไม่ช้า และในการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 40 ที่ประเทศสิงคโปร์ ก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ เพราะว่าเป็น การเมืองภายในที่ประเทศสมาชิกเห็นว่าไทยน่าจะจัดการได้ และจะไม่กระทบต่อการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือน ธ.ค.นี้ที่ไทย

แต่ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกให้ชี้แจงกับประเทศคู่ค้าถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการค้าและการลงทุน เพราะการค้าและการเมืองเป็นคนละเรื่องกัน และเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการ ส่งออกของไทยในปีนี้ และยังคาดว่าสถานการณ์การเมืองจะคลี่คลายก่อนที่ไทยจะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปลาย ปีนี้ได้ทันแน่นอน

- จะดึงเรื่องระบายข้าวกลับมาทำเองหรือไม่

ในเรื่องข้าว แม้ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับกรมการค้าต่างประเทศโดยตรง แต่ก็มีคณะทำงานแก้ไขปัญหาข้าวทั้งระบบที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคอยกำกับดูแลอยู่ และผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวมากนัก ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้เอง แต่ผมมีแผนจะเดินทางไปทำตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในหลายประเทศในช่วงปลายปีนี้ อาทิ งานแสดงสินค้าอาหารที่ประเทศเยอรมนี การพบกับผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มที่รัสเซีย การพบกับผู้นำเข้ามันสำปะหลังในประเทศจีน เร็วๆ นี้ เพื่อให้ทันผลผลิตมันสำปะหลังในฤดูกาลนี้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด

- ประเด็นที่ต้องการให้มีการผลักดันแก้ไขโดยเร่งด่วน

การแก้ไขปัญหาด้านอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ล่าสุดที่ไปพบกับห้างสรรพสินค้า Giant ซึ่งมีอยู่ 7 สาขาในสิงคโปร์ มีการนำเข้าสินค้าไทยหลายอย่าง เช่น ข้าว ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส และอาหารปรุงสำเร็จ ผลไม้ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ปกติจะนำเข้าผ่านโบรกเกอร์ ซึ่งต้องมีปัญหา ทำให้ไทยเสียโอกาสขายสินค้าเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่สิงคโปร์เจราจากับผู้นำเข้าสินค้า ติดต่อซื้อขายกับ ผู้ประกอบการไทยโดยตรง ไทยต้องพยายามลดอุปสรรคทางการค้า

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 8 ก.ย. 2551


Written By:  admin
Date Posted:  9/8/2008
Number of Views:  82

Return