ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษารายละเอียดความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น (AJCEP) ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 36 คน จาก สว. 9 คน พรรคพลังประชาชน 13 คน ประชาธิปัตย์ 9 คน ชาติไทย 2 คน พรรคอื่นๆ พรรคละ 1 คน โดยจะใช้เวลา 15 วัน
นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ความตกลงนี้ได้เจรจาร่วมกันมาทั้งหมด 11 รอบ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2548 และได้ข้อสรุปเมื่อเดือน พ.ย. 2550 โดยมีเนื้อหาช่วยเพิ่มศักยภาพการค้าการลงทุน การเปิดตลาดระหว่างประเทศสมาชิก 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า และญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จึงได้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาให้ความเห็นชอบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ควรย้อนดูรายละเอียดการทำข้อตกลงที่ทำมาในอดีต ทั้งในประเด็นความคุ้มค่า และความเป็นธรรม ไม่อยากให้เอาตัวเลขประโยชน์ที่ ได้รับมาพิจารณาอย่างเดียว เพราะทำเอฟทีเอกับญี่ปุ่นที่ผ่านมาถูกพูดถึงความเสียหายเรื่องปัญหาขยะพิษ จุลชีพ เป็นอย่างมาก ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่ จะเกิดขึ้นตามมาภายหลังจึงเห็นควรให้ ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาว่าจะส่งผลกระทบด้านใดบ้าง
นายตวง อันทะไชย สว. กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการทำเอฟทีเอกับญี่ปุ่นก็ได้รับการพูดถึงผลกระทบไม่ว่าจะเป็นการขนขยะพิษ ดังนั้น ควรศึกษาผลกระทบด้านนิเวศว่าคุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่จะได้รับหรือไม่