Search
Main Menu
 รายละเอียด : FTA รายประเทศ

ASEAN-HongKong


ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง

(ASEAN-Hong Kong FTA)

ความเป็นมา

อาเซียนและฮ่องกงเริ่มเจรจาความตกลง AHKFTA ตั้งแต่ปี 2557 และคณะเจรจาของทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปผลของการเจรจาทั้งหมดในการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา(2560) โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและฮ่องกงได้ประกาศความสำเร็จของการเจรจา AHKFTA เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2560 ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-ฮ่องกง (AEM – Hong Kong, China Consultations) ครั้งที่ 2 ทั้งนี้ AHKFTA เป็นความตกลงฉบับที่ 6 ระหว่างอาเซียนกับประเทศภายนอก

ความตกลง AHKFTA ซึ่งครอบคลุมการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะสร้างประโยชน์ต่ออาเซียนและฮ่องกง โดยฮ่องกงจะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่ต่ำลงของอาเซียน ส่วนอาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการที่ฮ่องกงยินยอมผูกพันภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการจากอาเซียนในอัตรา 0% ซึ่งสร้างความแน่นอนต่อการส่งออกไปยังฮ่องกง ว่าฮ่องกงไม่สามารถขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอาเซียนได้ในอนาคต นอกจากนี้ อาเซียนสามารถใช้ฮ่องกงเป็นประตูการค้าและศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างจีน

ภายใต้ความตกลง AHKFTA ฮ่องกงจะเปิดตลาดการค้าบริการให้อาเซียนมากกว่าที่ฮ่องกงเปิดให้แก่ประเทศอื่นๆ ภายใต้ WTO และจะเปิดตลาดบริการเพิ่มเติมตามที่ไทยเรียกร้องในสาขาบริการการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีต่อการยกมาตรฐานภาคบริการของอาเซียนจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากฮ่องกง โดยเฉพาะสาขาการเงิน โลจิสติกส์ และการให้บริการทางกฎหมาย รวมถึงโอกาสในการเข้าสู่แหล่งทุนในฮ่องกง เนื่องจากฮ่องกงมีศักยภาพในการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงอาเซียน (ASEANConnectivity) และโครงการพัฒนา EEC เป็นต้น นอกจากนี้ ฮ่องกงได้สนับสนุนเงิน 25 ล้านเหรียญฮ่องกง เพื่อดำเนินการให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการภายในระยะเวลา 5 ปี หลังจากความตกลง AHKFTA มีผลใช้บังคับ ซึ่งจะรวมถึงความร่วมมือในสาขาที่ไทยมีนโยบายส่งเสริมภายในประเทศ เช่น SMEs พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ เป็นต้น

สำหรับไทยจะได้รับประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์จากความตกลง AHKFTA โดยการใช้ฮ่องกงเป็นประตูการค้าสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนและตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร เป็นต้น และยกระดับด้านการค้าบริการ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของไทยกับนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) ของจีน และเขตเศรษฐกิจใหม่ (ฮ่องกง มาเก๊า และมณฑลกว้างตุ้ง) หรือ Greater Bay Area ของฮ่องกง

สถานะล่าสุด

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติเห็นชอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Free Trade Agreement: AHKFTA) และความตกลงด้านการลงทุนระหว่างอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Investment Agreement: AHKIA) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดสัมมนาประชาพิจารณ์ความตกลงดังกล่าวแล้ว ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนได้รับทราบสาระสำคัญของความตกลงฯ และไม่ขัดข้องต่อการลงนามในความตกลงทั้งสองฉบับ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางอภิรดี ตันตราภรณ์) ร่วมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและรัฐมนตรีการค้าฮ่องกง (นายเอ็ดเวิร์ด เหยา) มีกำหนดจะลงนามในความตกลง AHKFTAในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 31 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

รัฐมนตรีเศรษฐกิจของชาติสมาชิกอาเซียนและฮ่องกงได้ลงนามความตกลงการค้าเสรีและความตกลงด้านการลงทุนระหว่างอาเซียน-ฮ่องกงแล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ หลังจากทั้งสองฝ่ายประกาศความสำเร็จของการเจรจาเมื่อกันยายน ที่ผ่านมา ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งกลุ่มอาเซียน โดยความตกลงจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2562

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการลงนามว่า ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับฮ่องกง พร้อมด้วยรัฐมนตรีเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนและนายเอ็ดเวิร์ด เยา รัฐมนตรีพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง ได้ร่วมกันลงนามในความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Free Trade Agreement: AHKFTA) และความตกลงด้านการลงทุนระหว่างอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Investment Agreement: AHKIA) ซึ่งเป็นความตกลงลำดับที่ 6 ระหว่างอาเซียนกับประเทศภายนอก โดยความตกลงได้ครอบคลุมการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การอำนวยความสะดวกทางการค้า และการให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างอาเซียนกับฮ่องกง ซึ่งจะสร้างประโยชน์กับทั้งอาเซียนและฮ่องกง โดยอาเซียนสามารถใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นประตูสู่ตลาดใหญ่อย่างจีน จากช่องทางที่ฮ่องกงและจีนได้ทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันเองไว้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของฮ่องกงด้านการเงิน โลจิสติกส์และการให้บริการทางกฎหมาย ตลอดจนการเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคของฮ่องกง

นางอภิรดี กล่าวเสริมว่า ไทยจะได้รับประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์จากความตกลงดังกล่าวจากการที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภูมิภาคและประตูสู่จีนและตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งไทยและฮ่องกงพร้อมสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันโดยเฉพาะการเป็นประตูการค้าและการลงทุนสู่ภูมิภาคระหว่างกัน การยกระดับของการค้าบริการ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน รวมทั้งการเชื่อมโยงโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของไทยกับนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) ของจีน และเขตเศรษฐกิจใหม่ (ฮ่องกง มาเก๊า และมณฑลกว้างตุ้ง) หรือ Greater Bay Area ของฮ่องกง

ทั้งนี้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง และความตกลงด้านการลงทุน มีสาระสำคัญโดยสรุปได้ ดังนี้

1) การค้าสินค้า

ได้กำหนดกรอบการลดอัตราภาษีนำเข้า โดยแบ่งกลุ่มสินค้า แบ่งเป็นสินค้าปกติ (ลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน 3 ปี และ 10 ปี) สินค้าอ่อนไหว (ลดภาษีเหลือร้อยละ 0-5 ภายใน 12 ปี) สินค้าอ่อนไหวสูง (ลดภาษีเหลือน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 50 ภายใน 14 ปี) และสินค้าไม่ลดภาษี โดยฮ่องกงจะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่ต่ำลงของอาเซียน ส่วนอาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการที่ฮ่องกงยินยอมผูกพันภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการจากอาเซียนในอัตรา 0% ซึ่งสร้างความแน่นอนต่อการส่งออกไปยังฮ่องกงว่าฮ่องกงไม่สามารถขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ ความตกลงได้กำหนดกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่รัดกุม ป้องกันการสวมสิทธิจากประเทศที่ไม่ใช่ภาคีสมาชิกของความตกลงนี้

2) การค้าบริการ

สมาชิกอาเซียนและฮ่องกงมีข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการแยกเป็นรายประเทศ โดยฮ่องกงจะเปิดตลาดการค้าบริการให้อาเซียนมากกว่าที่เปิดให้แก่ประเทศอื่นๆ ภายใต้ WTOเช่น อนุญาตให้ผู้ให้บริการของภาคีสมาชิกเข้าไปลงทุนในฮ่องกงโดยถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 100 ในสาขาบริการต่าง ๆ จำนวนกว่าร้อยละ 90 ของสาขาบริการ และเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติมตามที่ไทยเรียกร้องในสาขาบริการการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยผู้ให้บริการของภาคีสมาชิกสามารถถือหุ้นได้ร้อยละ 100 สำหรับการให้บริการโดยบุคคลธรรมดา

3) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ

อาเซียนและฮ่องกงได้จัดทำแผนงาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือใน 5 สาขา ได้แก่ (1) บริการวิชาชีพ (2) พิธีการศุลกากร (3) การอำนวยความสะดวกทางการค้า/ โลจิสติกส์ (4) SMEs และ (5) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยฮ่องกงได้จัดสรรให้เงินสนับสนุน จำนวน 25 ล้านเหรียญฮ่องกง สำหรับโครงการความร่วมมือในระยะเวลา 5 ปี หลังความตกลงมีผลใช้บังคับ

4) ด้านการลงทุน

จะครอบคลุมการคุ้มครองการลงทุนและการส่งเสริมและการอำนวยความสะดวกการลงทุน แบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลัก คือ (1) การเปิดตลาด อาเซียนและฮ่องกงตกลงจะพิจารณาประเด็นของการเปิดตลาดด้านการลงทุนภายในเวลา 1 ปีหลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับแล้ว (2) การคุ้มครองการลงทุนให้แก่นักลงทุนของภาคีหลังจากที่ได้เข้ามาจัดตั้งธุรกิจแล้วในอีกภาคีหนึ่ง รวมถึงการปฏิบัติต่อการลงทุนด้วยความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันและการให้ความคุ้มครองและความมั่นคงอย่างครบถ้วน และ (3) การส่งเสริมและการอำนวยความสะดวกการลงทุน เช่น การสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน การทำให้กระบวนการสำหรับการยื่นขอและการอนุมัติการลงทุน ง่ายขึ้น การส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลด้านการลงทุน และการจัดตั้งศูนย์การลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เป็นต้น

ในปี 2562 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ก็จะเริ่มมีผลใช้บังคับ โดยฮ่องกง มีศักยภาพหลายด้าน อาทิ การพัฒนา SMEs การค้าบริการวิชาชีพ เป็นนักลงทุนที่มีศักยภาพ และยังมีบทบาทในการเป็นประตูการค้าและการลงทุนของไทยมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันฮ่องกงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) ของจีน เห็นได้จากการที่ฮ่องกงและจีนมีโครงการเชื่อมโยงใหญ่ ร่วมกัน อาทิ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลยาวกว่า 50 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างฮ่องกง มาเก๊า และจู่ไห่ มณฑลกวางตุ้งของจีน และโครงการพัฒนาพื้นที่ Guangdong - Hong Kong - Macau Greater Bay Area: Greater Bay Area (มณฑลกวางตุ้ง 9 เมือง ฮ่องกง และมาเก๊า) เพื่อพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็น World Class City Cluster โดยไทยสามารถเชื่อมโยงผ่านฮ่องกงไป Greater Bay Area ได้

ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ฮ่องกงผูกพันลดภาษีทุกรายการที่ร้อยละ 0 โดยถึงแม้ว่าปัจจุบัน ในทางปฏิบัติ ภาษีนำเข้าของฮ่องกงจะเป็นศูนย์ทุกรายการแล้ว แต่ผูกพันการลดภาษีภายใต้ WTO เพียงร้อยละ 47 เท่านั้น ดังนั้น หากไม่มีความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ฮ่องกงก็สามารถขึ้นภาษีในสินค้าอีก ร้อยละ 53 ที่ไม่ได้ผูกพันไว้ได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อมีความตกลงเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ฮ่องกงจะไม่สามารถขึ้นภาษีในสินค้าใด ๆ ได้อีก นอกจากนั้น ฮ่องกงยังเปิดตลาดบริการเพิ่มเติมตามที่ไทยเรียกร้องในบริการการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาบริการดังกล่าว จะเข้าไปลงทุนอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ฮ่องกงได้ให้เงินสนับสนุนจำนวน 25 ล้านเหรียญฮ่องกง สำหรับแผนการดำเนินงานภายใต้บทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ในระยะเวลา 5 ปี หลังความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ ซึ่งครอบคลุมสาขาความร่วมมือด้านต่าง ๆ ได้แก่ บริการวิชาชีพ โลจิสติกส์ SMEs และ E-Commerce เป็นต้น โดยไทยสามารถเสนอโครงการขอความช่วยเหลือด้านวิชาการจากฮ่องกง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในด้านดังกล่าวได้

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

-ASEAN - Hong Kong Free Trade Agreement โดย นางสาวเก็จพิรุณ เกาะสุวรรณ์

-ความตกลงการค้าเสรี อาเซียน - ฮ่องกง (Info graphic)

-ฮ่องกง : สถานที่แห่งการเติบโตทางธุรกิจ

-การจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกง

-Export Clinic โดยนางสาวบุณิกา แจ่มใส

 


Date Posted: 14/5/2557
Date Modified: 29/12/2560
Number of Views:   10797


Return