Search
Main Menu
 รายละเอียด
การเปิดตลาดสินค้ากระดาษและสิ่งพิมพ์ ภายใต้กรอบ FTA

การเปิดตลาดภายใต้กรอบเจรจา FTA  ของไทยกับคู่เจรจาซึ่งมีทั้งที่มีผลใช้บังคับแล้ว และที่เจรจาเสร็จแล้ว ในปัจจุบันได้แก่ 4 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  จีน  อินเดีย สำหรับญี่ปุ่นได้ข้อสรุปในการเจรจาแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการลงนามในความตกลงฯ    โดยได้มีการเจรจาลดภาษีสินค้า กระดาษและสิ่งพิมพ์ กับทุกประเทศ  ยกเว้นกรอบ FTAไทย-อินเดีย ยังมิได้มีการเปิดตลาดใน 82 รายการที่ได้ลดภาษีไปแล้ว  ส่วนกรอบอื่นๆข้างต้น สรุปการลดภาษีได้ดังนี้

1.       กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ (พิกัด HS 48 )

1.1   กระดาษพิมพ์เขียน

- ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลียเป็น 0 ในปี 2009 และ 2010

นิวซีแลนด์ และจีน เป็น 0 ในปี  2010

                                    - คู่เจรจา(ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ) ลดภาษีให้ไทย เป็น 0 ทันที สำหรับ จีน เป็นสินค้าอ่อนไหวมีภาษีเป็น 0-5 % ในปี 2018 และเป็นสินค้าอ่อนไหวสูงที่คงภาษีไว้ที่ 7.5 %

                       1.2 กระดาษคราฟท์

                              - ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลียเป็น 0 ในปี 2009  ส่วนนิวซีแลนด์ และจีน เป็น 0 ในปี  2010

                                    - คู่เจรจา (ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ลดภาษีให้ไทย เป็น 0 ทันที สำหรับ จีน เป็นสินค้าอ่อนไหวมีภาษีเป็น 0-5 % ในปี 2018 และเป็นสินค้าอ่อนไหวสูงที่คงภาษีไว้ที่ 7.5 % 

                         1.3 กระดาษแข็ง

  - ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลียเป็น 0 ในปี 2009 และ

2010   นิวซีแลนด์ และจีน เป็น 0 ในปี  2010

                                    -   คู่เจรจา (ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ) ลดภาษีให้ไทย เป็น 0 ทันที สำหรับ จีน เป็นสินค้าอ่อนไหวมีภาษีเป็น 0-5 % ในปี 2018 และส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวสูงที่คงภาษีไว้ที่ 7.5 %  

   1.4  กระดาษชำระ/เช็ดหน้า และกระดาษอนามัย

          - ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ทยอยลดเป็น 0 ในปี 2010 ยกเว้น กระดาษชำระแต่งสีหรือทำลาย และกระดาษผ้าอ้อมอื่นๆ ที่ภาษีเป็น 0 ในปี 2009  นิวซีแลนด์ กระดาษชำระเป็นม้วน/แผ่นแต่งพื้นผิว (HS 4803) เป็น 0 ทันที และกระดาษชำระเพื่อการอนามัย (HS 4818 เช่น ผ้าอ้อม) ทยอยลดเป็น 0 ในปี 2010  ส่วนจีนทยอยลดเป็น 0 ในปี 2010  

                                  - คู่เจรจา (ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ) ลดภาษีให้ไทย เป็น 0 ทันที และ จีน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวสูงที่คงภาษีไว้ที่ 7.5 % 

   1.5  บรรจุภัณฑ์กระดาษ(หีบ กล่อง ซอง )

- ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน เป็น 0

 ในปี 2010

 

                                    - คู่เจรจา (ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ลดภาษีให้ไทย เป็น 0 ทันที สำหรับ จีน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวมีภาษีเป็น 0-5 %  ในปี 2018  ยกเว้น กระสอบ/ถุง (HS481930) เป็น 0 ในปี 2010

                       1.6  กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษอื่นๆ

                      - ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดยส่วนใหญ่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน เป็น 0 ในปี 2010  ยกเว้น กระดาษหนังสือพิมพ์ ออสเตรเลีย เป็น 0 ปี 2007 นิวซีแลนด์เป็น  0-5%  ในปี 2006  และจีน เป็นสินค้าอ่อนไหวมีภาษี 5%  ในปี 2018

                           - คู่เจรจา (ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ) ลดภาษีให้ไทย เป็น 0 ทันที สำหรับ จีน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวมีภาษีเป็น 0-5 % ในปี 2018 และเป็นสินค้าอ่อนไหวสูงที่คงภาษีไว้ที่ 7.5 %  นอกจากนั้น มีบางรายการ เช่น กระดาษที่แทรกด้วยกระดาษคาร์บอน กระดาษไหว้เจ้าทยอยลดภาษีเป็น 0 ในปี 2010

                2. สิ่งพิมพ์ (พิกัด HS 49)                    

    สินค้า สิ่งพิมพ์ ส่วนใหญ่คู่เจรจาให้ไทย เป็น 0 ทันที ทั้ง ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  ยกเว้น จีน ที่มีบางรายการเป็นสินค้าอ่อนไหวที่มีภาษีเป็น 7.5%  ไปจนถึงปี 2018 ภาษีจึงเหลือ 0-5%  เช่น ใบหุ้น พันธบัตร ใบเอกสารสิทธิ์ที่คล้ายกัน สมุดเช็ค รูปลอก ไปรษณียบัตร ปฏิทิน และรูปภาพ เป็นต้น

                  2.1 หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่ม โบร์ชัวร์ แผ่นปลิว

                          ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดยหนังสือที่เป็นภาษาไทยนั้น จะทยอยลดภาษีให้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็น 0 ในปี 2015  สำหรับ จีน เป็นสินค้าอ่อนไหวทยอยลดภาษีเป็น   5 % ในปี 2018   ยกเว้นที่เป็นอักษรอื่นๆ (ไม่ใช่ภาษาไทย) มีภาษีเป็น 0 ทันที สำหรับทุกประเทศ

                       2.2 หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร

                           ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดยหนังสือที่เป็นภาษาไทยนั้น ออสเตรเลีย เป็น 0 ปี 2007  นิวซีแลนด์ เป็น 0ในปี 2009  ยกเว้นที่เป็นอักษรอื่นๆ (ไม่ใช่ภาษาไทย) ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีภาษีเป็น 0 ทันที และจีน เป็น 0ในปี 2009 

                   2.3 หนังสือภาพ สมุดวาด

                       ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย เป็น 0 ปี 2007  นิวซีแลนด์  และจีน เป็น 0ในปี 2009 

                   2.4 บทเพลงที่พิมพ์

                       ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย เป็น 0 ในปี 2007  สำหรับ

นิวซีแลนด์ และจีน เป็น 0ในปี 2009  

                      2.5 แผนที่

                        ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็น 0 ปี 2007  ส่วน จีน เป็น 0ในปี 2009 

                    2.6 แปลน ภาพลายเส้น

                         ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็น 0 ปี 2007  สำหรับ จีน เป็น 0 ในปี 2009 

                    2.7  ไปรษณียากร

                           ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  และจีน เป็น 0ในปี 2010  อย่างไรก็ตาม สำหรับ ใบสต็อกใบหุ้น พันธบัตร ใบเอกสารสิทธิ์ที่คล้ายกัน สมุดเช็ค  ไทยลดให้ทุกประเทศ เป็น 0 ทันที

                       2.8 รูปลอก

                            ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  และจีน เป็น 0ในปี 2010 

                       2.9 ไปรษณียบัตร

                            ไทยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็น 0 ทันที  ส่วน จีน ทยอยลดภาษี เป็น 0ในปี 2010  

                       2.10 ปฏิทิน

                              ไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจา โดย ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  และจีน เป็น 0ในปี 2010 

                    2.11 สิ่งพิมพ์อื่นๆ (เช่น ภาพถ่าย)

                              ไทยลดภาษีให้คู่เจรจา โดยที่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีบางส่วนที่ไทยทยอยลดภาษีให้เป็น 0 ในปี 2009  และอีกส่วนหนึ่งไทยให้ทั้ง ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  และจีน โดยทยอยลดภาษีเป็น 0ในปี 2010   อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เป็นภาพถ่าย รูปภาพ สำหรับ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ไทยลดภาษีให้เป็น 0 ทันที 

                   ข้อวิเคราะห์

                 สินค้า กระดาษ และสิ่งพิมพ์ ที่มีการเปิดตลาดภายใต้กรอบ FTA ไปแล้วนั้น โดยภาพรวมแล้ว คู่เจรจาส่วนใหญ่ ได้เปิดตลาดซึ่งจะเป็นประโยชน์กับฝ่ายไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตที่มีศักยภาพสามารถส่งออกไปแข่งขันในตลาดคู่เจรจาที่เปิดมากขึ้นได้  อุตสาหกรรมกระดาษและอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์  แต่สำหรับ จีน ยังคงเป็นสินค้าอ่อนไหวจำนวนมาก ขณะที่ที่ฝ่ายไทยอาจมองว่าในอนาคต เมื่อประเทศไทยเปิดตลาดสินค้ากลุ่มนี้ โดยที่ทยอยลดภาษีเป็นลำดับแล้ว จะช่วยให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องกลุ่มนี้ สามารถนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบที่จะช่วยให้ต้นทุนต่ำลง

        อย่างไรก็ตาม  ในระยะต่อไปก็ย่อมจะมีการแข่งขันจากตลาดภายนอกเข้ามาตลาดใน

ประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน  ดังนั้น จึงทำให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการแข่งขันกับต่างประเทศ ทั้งในด้านการพยายามลดต้นทุน เพิ่มนวัตกรรมใหม่ ผลิตสินค้าที่มีความแตกต่าง/หลากหลาย มีคุณภาพ/มาตรฐาน  ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ของไทยยังมีช่วงเวลายืดหยุ่นที่เหลือก่อนภาษีเป็น 0 ในช่วงระหว่างปี 2007-2010 เป็นต้นไป

 

สรุปการเปิดตลาดสินค้ากระดาษและสิ่งพิมพ์ ภายใต้กรอบ FTA

----------------------------

 

                1. การเปิดตลาดภายใต้กรอบเจรจา FTA  ของไทยกับคู่เจรจาซึ่งมีทั้งที่มีผลใช้บังคับแล้ว และที่เจรจาเสร็จแล้ว ในปัจจุบันได้แก่ 4 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  จีน  อินเดีย   ส่วนญี่ปุ่นเจรจาเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงนาม   โดยได้มีการเจรจาลดภาษีสินค้า กระดาษและสิ่งพิมพ์ กับทุกประเทศ ยกเว้น กรอบ FTAไทย-อินเดียยังมิได้มีการเปิดตลาดใน 82 รายการที่เร่งลดภาษีไปแล้ว

                2. กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ประกอบด้วย กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษคราฟท์ กระดาษแข็ง กระดาษชำระและกระดาษอนามัย บรรจุภัณฑ์กระดาษ และกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษอื่นๆ ส่วนใหญ่ฝ่ายไทยทยอยลดภาษีให้คู่เจรจาเป็น 0 ในปี 2009-2010ขณะที่คู่เจรจาส่วนใหญ่เปิดตลาดให้ไทย และมีภาษีเป็น 0 ยกเว้น จีนยังเป็นสินค้าอ่อนไหวและอ่อนไหวสูง

 

                3. สิ่งพิมพ์ ส่วนใหญ่คู่เจรจาให้ไทย เป็น 0 ทันที ทั้ง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

ยกเว้น จีน ที่มีบางรายการยังเป็นสินค้าอ่อนไหว  สำหรับฝ่ายไทยนั้น ถ้าเป็นสิ่งพิมพ์ภาษาไทยแล้ว ไทยทยอยลดภาษีให้เป็น 0 ระหว่างปี 2007-2015 แต่ถ้าไม่ใช่อักษรไทยแล้ว ฝ่ายไทยเปิดตลาดเป็น 0 ทันที่ สำหรับสิ่งพิมพ์อื่นๆ ฝ่ายไทยทยอยลดให้เป็น 0 ประมาณปี 2009-2010

                                4. ข้อวิเคราะห์ สินค้า กระดาษ และสิ่งพิมพ์ ที่มีการเปิดตลาดภายใต้กรอบ FTA ไปแล้วนั้น โดยภาพรวมแล้ว คู่เจรจาส่วนใหญ่ ได้เปิดตลาดซึ่งจะเป็นประโยชน์กับฝ่ายไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตที่มีศักยภาพสามารถส่งออกไปแข่งขันในตลาดคู่เจรจาที่เปิดมากขึ้นได้ อุตสาหกรรมกระดาษและอตสาหกรรมสิ่งพิมพ์  แต่สำหรับ จีน ยังคงเป็นสินค้าอ่อนไหวจำนวนมาก ขณะที่ที่ฝ่ายไทยอาจมองว่าในอนาคต เมื่อประเทศไทยเปิดตลาดสินค้ากลุ่มนี้ โดยที่ทยอยลดภาษีเป็นลำดับแล้ว จะช่วยให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องกลุ่มนี้ สามารถนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบที่จะช่วยให้ต้นทุนต่ำลง

        อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปก็ย่อมจะมีการแข่งขันจากตลาดภายนอกเข้ามาตลาดใน

ประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน  ดังนั้น จึงทำให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการแข่งขันกับต่างประเทศ ทั้งในด้านการพยายามลดต้นทุน เพิ่มนวัตกรรมใหม่ ผลิตสินค้าที่มีความแตกต่าง/หลากหลาย มีคุณภาพ/มาตรฐาน  ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ของไทยยังมีช่วงเวลายืดหยุ่นที่เหลือก่อนภาษีเป็น 0 ในช่วงระหว่างปี 2007-2010 เป็นต้นไป

 

----------------------------------------------------

 

ตาราง 1 ไทยลดภาษีสินค้ากระดาษและสิ่งพิมพ์ให้คู่เจรจา

ตาราง 2 คู่เจรจาลดภาษีสินค้ากระดาษและสิ่งพิมพ์ให้ไทย

 

กลุ่มงานวิเคราะห์สินค้าอุตสาหกรรม 2

สำนักวิเคราะห์สินค้าอุตสาหกรรม

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

มิถุนายน 2549


Written By:  admin
Date Posted:  1/11/2549
Number of Views:  10487

Return