Search
Main Menu
 รายละเอียด
สาระสำคัญของความตกลงการค้าเสรีแคนาดา-เกาหลีใต้ (Canada – Korea Free Trade Agreement: CKFTA)

 

CKFTA เป็นความตกลงแบบ Comprehensive ประกอบด้วย 23 ข้อบท (Chapters) ซึ่งครอบคลุม
การค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน รวมถึงประเด็นใหม่ๆ เช่น นโยบายการแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ แรงงาน และสิ่งแวดล้อม โดยข้อบทหลักของ
CKFTA มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

 

1.      การค้าสินค้า (Trade in Goods)

1.1    การลดภาษีในภาพรวม

§ แคนาดา : จะยกเลิกภาษีร้อยละ 97.8 ของรายการสินค้า (วันแรกที่ CKFTA มีผลบังคับใช้ จะยกเลิกภาษีทันทีร้อยละ 76.4 ของรายการสินค้า)

§ เกาหลีใต้: จะยกเลิกภาษีร้อยละ 98.2 ของรายการสินค้า (วันแรกที่ CKFTA มีผลบังคับใช้ จะยกเลิกภาษีทันทีร้อยละ 81.9 ของรายการสินค้า)

1.2    การลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรม (Non Agricultural goods) รวมสินค้าประมง และป่าไม้

§ แคนาดา : จะยกเลิกภาษีสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหมด (วันแรกที่ CKFTA มีผลบังคับใช้ จะยกเลิกภาษีทันทีร้อยละ 90.2 ของรายการสินค้าสินค้าอุตสาหกรรม และจะทยอยยกเลิกภาษีสินค้าที่เหลือทั้งหมดภายใน 12 ปีหลังจาก CKFTA มีผลใช้บังคับ)

§ เกาหลีใต้ : จะยกเลิกภาษีสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหมด (วันแรกที่ CKFTA มีผลบังคับใช้ จะยกเลิกภาษีมากกว่าร้อยละ 95 ของรายการสินค้าอุตสาหกรรม และจะทยอยยกเลิกภาษีสินค้าอีก
ร้อยละ 4.2 ภายใน 5 ปี และทยอยยกเลิกภาษีสินค้าทั้งหมด ภายใน 10 ปีหลังจาก
CKFTA มีผลใช้บังคับ)

1.3    การลดภาษีสินค้าเกษตรและอาหาร (Agricultural and agri-food products)

§ แคนาดา : จะยกเลิกภาษีร้อยละ 87 ของรายการสินค้าเกษตรและอาหาร (วันแรกที่ CKFTA มีผลบังคับใช้ จะยกเลิกภาษีทันทีร้อยละ 50.7 ของรายการสินค้า และทยอยยกเลิกภาษีสินค้าอีก ร้อยละ 36.3 ภายใน 5 ปีหลังจาก CKFTA มีผลใช้บังคับ) โดยสินค้าที่แคนาดาไม่นำมาลดภาษี (exclusion list) คือ สินค้า supply managed products (เช่น นมและผลิตภัณฑ์ สัตว์ปีก และไข่ เป็นต้น)

§ เกาหลีใต้ : จะยกเลิกภาษีร้อยละ 86.8 ของรายการสินค้าเกษตรและอาหาร โดยสินค้าที่เกาหลีใต้ไม่นำมาลดภาษี (exclusion list) เช่น นมและผลิตภัณฑ์ สัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ โสม ข้าว น้ำตาล และยาสูบ เป็นต้น

1.4    มีการจัดตั้งกลไกการหารือด้านการค้าสินค้า ดังนี้ (1) Committee on Goods เพื่อเป็นกลไกใน
การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้า
(2) Sub-Committee on Trade in Forest Products เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปิดตลาดและติดตามการปฏิบัติตามความตกลงฯ ที่อาจกระทบต่อสินค้าป่าไม้ และ (3) Sub-Committee on Sub-Committee on Trade in Automotive เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปิดตลาดและติดตามการปฏิบัติตามความตกลงฯ ที่อาจกระทบต่อสินค้ายานยนต์

 

2.     กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of origin)

§ มีกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้าสำหรับสินค้าทุกรายการ (specific rules of origin for all products)

§ สำหรับสินค้ายานยนต์ (vehicles) อนุญาตให้นับเอาวัตถุดิบจากสหรัฐอเมริกาเป็นวัตถุดิบภายใน ประเทศได้ (culmulation)  

 

3.     กระบวนการถิ่นกำเนิดสินค้าและการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Origin Procedures and Trade Facilitation)

§ มีกระบวนการเกี่ยวกับการบริหารจัดการถิ่นกำเนิดสินค้าที่โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และไม่เป็นอุปสรรคต่อการค้า

§ ให้มีการวินิจฉัยถิ่นกำเนิดสินค้าหรือพิกัดสินค้าล่วงหน้า (Advance Ruling)  

§ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจปล่อยสินค้า

§ ให้มีระบบการจัดการข้อร้องทุกข์ที่ยุติธรรมและโปร่งใส

 

4.     มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures)

§ ยืนยันสิทธิและพันธกรณีภายใต้ WTO Agreement on the Application of Sanitary and Phytosanitary Measures (WTO SPS Agreement)  

§ จัดตั้ง SPS committee เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช

 

5.     มาตรการทางเทคนิค (Standards-Related Measures)

§ ยืนยันสิทธิและพันธกรณีตาม WTO Agreement on Technical Barriers to Trade

§ ส่งเสริมการใช้มาตรฐานที่ได้รับยอมรับระหว่างประเทศ (internationally accepted standards) และแนวทางระบบบริหารจัดการคุณภาพ (quality management system guidelines) ในการกำกับดูแลเครื่องมือการแพทย์และเวชภัณฑ์ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าสำหรับสินค้าดังกล่าว

§ ส่งเสริมการใช้มาตรฐานที่ได้รับยอมรับระหว่างประเทศ (internationally accepted standards) ในการกำกับดูแลเครื่องมือการแพทย์และเวชภัณฑ์ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าสำหรับสินค้าดังกล่าว

§ จัดตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับสินค้าก่อสร้าง (building products) เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการแลกเปลี่ยนข้อมูล

§ ส่งเสริมความโปร่งใสในการพัฒนามาตรฐานและกฎเกณฑ์ต่างๆ

§ อนุญาตให้ยานยนต์ของแคนาดาที่ผลิตตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพยุโรปสามารถส่งเข้าไปขายในเกาหลีใต้ได้

§ จัดตั้งกลไกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาด้านมาตรการทางเทคนิค

6.     มาตรการเยียวยา (Trade Remedies)

§ ยืนยันสิทธิและข้อผูกพันตามความตกลง WTO ที่เกี่ยวข้อง

§ ยอมรับการปฏิบัติบางอย่างเกี่ยวกับสืบสวนการตอบโต้การทุ่มตลาด (anti-dumping) และ
การตอบโต้การอุดหนุน
(Countervail) ที่สอดคล้องกับกฎหมายและกระบวนการของแคนาดาปัจจุบัน

§ ให้มีกลไกในการปรึกษาหารือระหว่างภาคีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และหารือเกี่ยวกับกฎหมาย นโยบาย หรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการเยียวยา

 

7.     มาตรการปกป้องสองฝ่าย (Bilateral Safeguards)

§ อนุญาตให้ขึ้นภาษีชั่วคราว (ไม่เกิน applied MFN rate) สำหรับสินค้าที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก
การบังคับใช้
CKFTA ซึ่งก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ

§ การใช้มาตรการปกป้องสองฝ่าย จะใช้ได้เฉพาะในช่วง transition period ที่กำหนดไว้เท่านั้น และ จะใช้มาตรการดังกล่าวได้ไม่เกิน 4 ปี  

§ ภายหลังจาก 24 เดือนที่มีการใช้มาตรการปกป้องสองฝ่าย ภาคีที่ใช้มาตรการปกป้องจะต้องให้
การชดเชยด้านภาษี
(tariff-based compensation) แก่ภาคีอีกฝ่าย หรือ มิฉะนั้นจะได้รับการตอบโต้ด้านภาษี (retaliatory tariff measure)

 

8.     การค้าบริการข้ามพรมแดน (Cross-border trade in services)

§ ข้อบทครอบคลุมการให้บริการข้ามพรมแดน (mode 1, 2 และบางส่วนของ mode 4[1])

§ จัดทำข้อผูกพันแบบ Negative-list approach

§ มีกลไกการเปิดเสรีโดยอัตโนมัติหากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย (Ratchet  Mechanism)

§ ให้เปิดตลาดในหลายสาขาที่แคนาดาสนใจ ได้แก่ บริการวิชาชีพ (เช่น การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ การฝึกอบรมและการศึกษาเชิงพาณิชย์) บริการด้านสิ่งแวดล้อม และบริการทางธุรกิจ เป็นต้น

 

9.     บริการการเงิน (Financial Services)

§  แยกข้อบทโทรคมนาคมเป็นข้อบทเฉพาะ

§  จัดทำข้อผูกพันบริการด้านการเงินแบบ Negative list approach

§  มีการคุ้มครองการลงทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น (enhanced investment protection) และ
นักลงทุนแคนาดาจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุดเท่าเทียมกับที่เกาหลีใต้ปฏิบัติกับประเทศอื่นๆ

§  มีกฎเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทพิเศษ (special dispute settlement rules) สำหรับบริการการเงิน

§  ให้สิทธิรัฐบาลในการใช้มาตรการการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางของระบบการเงิน (prudential measures)

§  ให้มีการปรึกษาระหว่างเจ้าหน้าที่ภาคเงินของสองฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด หรือเพื่อแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้น

 

10.  บริการโทรคมนาคม (Telecommunication)

§  แยกข้อบทโทรคมนาคมเป็นข้อบทเฉพาะ

§  ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดบริการโทรคมนาคมสามารถเข้าสู่เครือข่ายและการบริการอย่างเป็นธรรม และให้ผู้วางระเบียบ (regulator) ปฏิบัติงานอย่างเสมอภาค เป็นธรรมและโปร่งใส

§  ผู้ให้บริการและนักลงทุนจะได้รับประโยชน์จากสภาพการแข่งขันที่โปร่งใส มั่นคง และคาดการณ์ได้มากขึ้น

 

11.  พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce)

§ มีข้อผูกพันที่จะยกเว้นการเก็บภาษีศุลกากรและค่าธรรมเนียมต่างๆ กับสินค้าที่ส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

§ มีบทบัญญัติเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

 

12.  การเคลื่อนย้ายบุคคลทางธุรกิจ (Temporary Entry)

§ มีข้อยกเว้น labour market opinion หรือ economic needs test

§ อำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าไปทำงานของนักธุรกิจ (business visitors) นักลงทุน (traders and investors) ผู้โอนย้ายภายในบริษัท (Intra-company transferees) บุคคลในวิชาชีพต่างๆ (professionals) ทั้งผู้ให้บริการตามสัญญาจ้าง (contractual services suppliers) และผู้ให้บริการอิสระ (independent professional) และคู่สมรส (spouses)

§ การจัดทำข้อผูกพันอยู่บนหลักต่างตอบแทน (reciprocity) ในส่วนของผู้โอนย้ายภายในบริษัท นักธุรกิจ และนักลงทุน

 

13.  การลงทุน (Investment)

§ จัดทำข้อผูกพันแบบ negative-list approach

§ รอบคลุมการจัดตั้งธุรกิจ (mode 3) ของบริการและรวมการลงทุนอื่นๆ นอกเหนือจากบริการ (non services)

§ ให้นักลงทุนแคนาดาสามารถแข่งขันกับนักลงทุนอื่นๆ ในเกาหลีใต้ได้อย่างเท่าเทียม (compete on equal footing with other investors in South Korea)

§ มีบทบัญญัติที่สร้างความแน่นอน ความโปร่งใสแก่
นักลงทุน รวมทั้งให้การคุ้มครองการลงทุนในขณะที่รักษาสิทธิของรัฐบาลในการออกกฎเกณฑ์และ
การกำกับดูแลประโยชน์สาธารณะ

§ ให้การคุ้มครองจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (discriminatory treatment) ซึ่งรวมถึงก่อนการเข้ามาจัดตั้งกิจการ (pre establishment) และจาก
การเวนคืนที่
ไม่มีการชดเชยอย่างเพียงพอและทันที(expropriation without prompt and adequate compensation)

§ ให้มีกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนที่เป็นอิสระ (independent international investors-state dispute settlement) และสามารถเข้าสู่กระบวนการใช้อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (International arbitration)

 

14.  นโยบายการแข่งขัน (Competition Policy)

§ มีบทบัญญัติเพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินความร่วมมือต่อเนื่องเพื่อป้องกันพฤติกรรมการผูกขาดการแข่งขัน

§ เน้นความโปร่งใส การไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันของคู่ภาคี

ที่เป็นธรรมมากขึ้น             

§ มีความร่วมมือเกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขัน และการบังคับใช้นโยบายการแข่งขัน

§ ข้อบทด้านนโยบายการแข่งขันจะไม่นำเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทภายใต้ FTA

 

15. การผูกขาดและรัฐวิสาหกิจ (Monopolies and state enterprises)

§ ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและป้องกันการบิดเบือนตลาดของรัฐวิสาหกิจ

§ ธุรกิจที่ผูกขาด (monopolies) และรัฐวิสาหกิจ (state enterprises) ที่มีภารกิจในการให้บริการสาธารณะยังคงได้รับความยืดหยุ่นในการให้บริการแก่ส่วนรวม

§ ภาคีสามารถตั้งหรือคงไว้ซึ่งธุรกิจผูกขาดหรือรัฐวิสาหกิจ

§ การดำเนินการของธุรกิจที่ผูกขาดและรัฐวิสาหกิจจะอยู่ภายใต้กลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ (state to state dispute settlement) อย่างไรก็ดี การดำเนินการของธุรกิจที่ผูกขาดและรัฐวิสาหกิจซึ่งได้รับอำนาจรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพันธกรณีในข้อบทด้านการลงทุนอยู่ภายใต้กลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน (investor-state dispute settlement)

 

16. การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ (Government Procurement)

§ อยู่บนพื้นฐานของพันธกรณีของแคนาดาและเกาหลีใต้ภายใต้ WTO’s Agreement on Government Procurement (GPA)

§ แคนาดาสามารถเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลางเกาหลีใต้ สำหรับสัญญาที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านวอน (100,000 เหรียญแคนาดา)

§ เกาหลีใต้สามารถเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลางแคนาดาสำหรับหน่วยงานตามที่ระบุไว้ (หน่วยงานเดียวกับที่แคนาดาระบุไว้ WTO GPA) ในส่วนของสัญญาที่มีมูลค่าเกิน 100,000 เหรียญแคนาดา

§ แคนาดาจะได้รับข้อมูลที่จำเป็นในการเข้าร่วมการประมูลงาน และสามารถร้องเรียนการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหากไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้

§ ความตกลงฯ ยังไม่ครอบคลุมหน่วยงานระดับมณฑล ดินแดนและท้องถิ่น อย่างไรก็ดี เมื่อความตกลง WTO GPA ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับแก้ไข (revised WTO GPA) มีผลบังคับใช้ แคนาดาและเกาหลีใต้จะจัดทำพันธกรณีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐของหน่วยงานในระดับต่ำกว่ารัฐบาลกลาง (sub -national) ต่อไป 

 

17. ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property)

(1)   ลิขสิทธิ์

§           สะท้อนกฎเกณฑ์ของแคนาดาใน Copyright Modernization Act ปี 2012 ซึ่งสอดคล้องกับสนธิสัญญาด้านอินเตอร์เน็ต 2 ฉบับขององค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้แก่ สนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ (WIPO Copyright Treaty : WCT) และสนธิสัญญาการแสดงและสิ่งบันทึกเสียง (WIPO Performance and Phonograms Treaty: WPPT)

§ เน้นย้ำกฎเกณฑ์ของแคนาดา เช่น การคุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยี การคุ้มครองข้อมูลการบริหารลิขสิทธิ์ และ มาตรการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์บนอินเตอร์เน็ต

 

(2)  เครื่องหมายการค้า

§ สะท้อนกฎเกณฑ์ด้านเครื่องหมายการค้าของแคนาดา ซึ่งรวมถึงการจดทะเบียน การใช้และการยกเลิกเครื่องหมายการค้า

 

(3)  การบังคับใช้

§ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการเยียวยาทางอาญาและแพ่ง และมาตรการที่พรมแดน ซึ่งสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของแคนาดาปัจจุบัน และ Bill C-8, the Combating Counterfeit Products Act

 

(4)  สิทธิบัตร

§ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของแคนาดาปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร (patentability) และข้อยกเว้นการเกี่ยวกับการได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร (exclusion from patentability)

§ ไม่มีพันธกรณีใหม่เกี่ยวกับสิทธิบัตรยา

 

(5)  ข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับสุขภาพประชาชน

§ ยอมรับความสำคัญของ WTO Declaration on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Right (TRIPs) and Public health

 

(6)  สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

§ มีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สำหรับสินค้าของคู่ภาคี ดังนี้

-          แคนาดา : Canadian whisky และ Canadian rye whisky

-          เกาหลีใต้ : Korean red ginseng, Korean white ginseng, Korean fresh ginseng และ Incheon rice

 

(7)  อื่นๆ

§ ส่งเสริมความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลเกี่ยวกับความร่วมมือ และเป็นเวทีสำหรับการหารือและปรึกษา

 

18. กลไกระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement)

§ มีกระบวนการระงับข้อพิพาทที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่ากระบวนการระงับข้อพิพาทของภายใต้ WTO

§ มีคณะผู้พิจารณา (panel) 3 คน โดยผู้พิจารณา (panelist) จะได้รับการแต่งตั้งจากกระบวนการแบบ ad-hoc (ไม่ใช้แนวทาง roster approach)

§ กระบวนการระงับข้อพิพาทเปิดให้รับข้อร้องเรียนจากเอกชน และให้มี open hearing

 

19. ข้อบททางสถาบัน (Institutional Provision)

§           ใน Preamble มีการระบุเกี่ยวกับหลักการกว้างๆ ที่ไม่มีผลผูกพันในประเด็นต่าง ๆ เช่น การรักษาสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงานและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นต้น

§ มีบทบัญญัติ “Extent of Obligation” ที่ให้กำหนดว่าภาคีมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามพันธกรณีตามความตกลงฯ ในทุกระดับของรัฐบาล

§ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการริเริ่มร่วมกัน เช่น การผลิตโสตทัศน์ร่วมกัน (audio visual coproduction)

§ มีบัญญัติเกี่ยวกับความโปร่งใสเพื่อทำให้มั่นใจว่าภาคีจะสามารถเข้าถึงข้อมูล เช่น กฎหมาย กฎระเบียบที่จะกระทบการดำเนินการของความตกลงฯ

§ มีคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission) ที่ติดตามการทำงานตามความตกลงฯ และควบคุมการทำงานของคณะทำงานต่างๆ ภายใต้ความตกลงฯ

§ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไข และยกเลิกความตกลงฯ  

 

20.ข้อยกเว้น (Exception)

§ มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม (cultural industries) เพื่อให้ความยืดหยุ่นแก่ภาคีในการดำเนินนโยบายด้านวัฒนธรรม

§ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับด้านภาษีเพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายด้านภาษีเพื่อให้สอดรับกับวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

§ มีข้อยกเว้นทั่วไปสำหรับมาตรการที่เกี่ยวเนื่องกับการปกป้องมนุษย์ สัตว์ พืช สุขภาพหรือที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป

§ มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ

 

21. สิ่งแวดล้อม (Environment)

§ มีพันธกรณีเกี่ยวกับ

-          การให้ความคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในระดับที่สูง

-          การบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศที่เคร่งครัด

-          การไม่ให้ละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์การค้าการลงทุน

-          ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของสังคมในการออกกฎระเบียบภายในประเทศ

§ มีกรอบสำหรับความร่วมมือในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน

§ มีกลไกความร่วมมือในการตรวจสอบความสอดคล้องในการปฏิบัติตามพันธกรณี ซึ่งรวมถึงการทบทวนที่เป็นอิสระโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

22.แรงงาน (Labour)

§ มีพันธกรณีที่ทำให้มั่นใจว่ากฎหมายภายในประเทศสะท้อนมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ เช่น หลักการ International Labour Organization Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work (1998)

§ มีบทบัญญัติไม่ให้ละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายด้านแรงงานเพื่อประโยชน์การค้าการลงทุน

§ มีการจัดตั้งกลไกเพื่อตรวจสอบติดตามการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านแรงงาน

-          ภาคีสามารถร้องขอคู่ภาคีอีกฝ่ายให้มีการปรึกษาหารือด้านแรงงานเกี่ยวกับพันธกรณีภายใต้ข้อบทด้านแรงงาน

-          เปิดให้สาธารณะสามารถหยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับประเด็นแรงงานที่เกี่ยวกับข้อบทด้านแรงงาน

§ มีกลไกระงับข้อพิพาทที่สามารถใช้บังคับได้ (enforceable dispute settlement mechanism) โดยในกรณีที่มีไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีอาจมีบทลงโทษทางการเงิน

 

------------------------------------

สำนักอเมริกา แปซิฟิกและองค์การระหว่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ตุลาคม 2557

 



[1] เฉพาะ Presence aspect of natural persons


Written By:  admin
Date Posted:  9/10/2557
Number of Views:  4426

Return