Search
Main Menu
 รายละเอียด
กฎแหล่งกำเนิดสินค้า (ตอนที่ 2)

 
กฎแหล่งกำเนิดสินค้า (ตอนที่ 2)

ฉบับที่แล้ว เราได้วางพื้นฐานเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้าไปแล้วว่ามี 4 กฎหลัก ได้แก่ (1) กฎการใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด (Wholly Obtained: WO) (2) กฎการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Substantial Transformation: ST) (3) กฎสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content: LC) และ (4) กฎการผลิตขั้นต่ำ (Minimal Operation/Process)
วันนี้เราจะมาพิจารณาถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการไทยประสบในการขอใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งได้รวบรวมจากการพูดคุยกับคุณชาย สังขะเวส และทีมงานในกลุ่มกฎแหล่งกำเนิดสินค้าภายใต้สิทธิพิเศษ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งพอจะประมวลภาพปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยประสบได้ ดังนี้

ไม่สามารถลดสัดส่วนการนำเข้าได้ตามเกณฑ์
เป็นผลจากการที่ผู้ผลิตไทยไม่สามารถหาแหล่งวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อทดแทนวัตถุดิบนำเข้าได้ หรือหลายธุรกิจส่งออกของไทยมีการผลิตตามคำสั่งของผู้จ้างในต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพหรือต้องซื้อวัตถุดิบจากประเทศตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ทำให้ผู้ผลิตไทยไม่สามารถควบคุมต้นทุนให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำเรื่อง กฎสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลง FTA ได้
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ผู้ส่งออกประสบกันมาก ส่วนใหญ่ก็ยอมรับและกลับไปปรับปรุงโครงสร้างการผลิตของตนเท่าที่จะทำได้ แต่บางส่วนกลับใช้วิธี แจ้งเท็จ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในข้อต่อไป

แจ้งต้นทุนไม่เป็นไปตามจริง
ปัญหานี้มักจะพบกับผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs มากกว่ารายใหญ่ เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยมีระบบการเก็บข้อมูลต้นทุนที่ไม่เป็นระบบ ไม่สามารถหาหลักฐาน (ใบเสร็จ หรือหลักฐานการซื้ออื่นๆ) มาพิสูจน์การซื้อวัตถุดิบที่เป็นต้นทุนในการผลิตของตนได้ ซึ่งทำให้กรมการค้าต่างประเทศไม่สามารถออกใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าให้ได้ (ผู้ประกอบการก็จะไม่สามารถใช้สิทธิภาษีลดพิเศษภายใต้ FTA ได้) หรือในบางกรณีที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบไปได้ ก็อาจจะประสบปัญหาตามมาภายหลังหากประเทศผู้นำเข้าขอเรียกตรวจสอบหลักฐานต้นทุนการผลิตย้อนหลัง (post control) ซึ่งหากไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็จะไม่สามารถส่งออกไปได้อีก และจะถูกหมายหัวไว้จากทางการทั้งในและต่างประเทศทำให้เสียชื่อ และเครดิตในการประกอบการต่อไป
นอกจากปัญหาหลักทั้งสองแล้ว ก็ยังมีปัญหาเรื่องเอกสารการยื่นไม่ครบทำให้ต้องเสียเวลามาใหม่ ปัญหาผู้มาขอใบรับรองไม่ใช่ผู้ผลิตจึงไม่สามารถระบุต้นทุนการผลิตได้ หรือปัญหาผู้ประกอบการมาใช้บริการมากเป็นช่วงๆ เช่น ช่วงปีใหม่ ซึ่งหากหลีกเลี่ยงช่วงเวลาดังกล่าวได้ก็จะได้รับบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

เก็บข้อมูลการผลิตอย่างเป็นระบบ ช่วยได้ !
จากปัญหาที่กล่าวมา จะเห็นว่าปัญหาบางอย่างไม่สามารถแก้ไขได้จากตัวผู้ประกอบการไทยเอง แต่บางปัญหา เช่น เรื่องการจัดเก็บข้อมูลการผลิตอย่างเป็นระบบ มีการเก็บหลักฐานการซื้อวัตถุดิบเป็นอย่างดี หรือพูดง่ายๆ คือ มีระบบบัญชีที่ดี มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะทำให้สามารถพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ในทางตรงกันข้ามหากเก็บข้อมูลไม่ดี โอกาสที่จะได้เห็นๆ ก็จะกลายเป็นอุปสรรคในการส่งออกไปทันที
ดังนั้น การจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการจะส่งออกภายใต้สิทธิ FTA ต้องมี เพราะจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสินค้าส่งออกของตนนั้นผ่านกฎแหล่งกำเนิดสินค้าตามที่ระบุไว้ในความตกลง FTA
สำหรับ กฎข้อแรก คือ กฎการใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมดนั้น (WO) ผู้ส่งออกสินค้าจะต้องยืนยันได้ว่าไม่มีการใช้วัตถุดิบนำเข้าในการผลิตในทุกขั้นตอน และในกรณีที่ถูกตรวจสอบก็จะต้องมีหลักฐานการซื้อวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อยืนยันความถูกต้องได้
กฎข้อสอง การแปรสภาพอย่างเพียงพอ (ST) ผู้ส่งออกจะต้องแนบรายละเอียดวัสดุนำเข้าที่ใช้ในการผลิตพร้อมกับใบ "คำรับรองและรายละเอียดต้นทุนการผลิตสินค้า" ซึ่งขอได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ
สำหรับ กฎข้อที่สาม กฎสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (LC) ซึ่งเป็นกฎที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมข้อมูลเอกสารทางบัญชีให้พร้อมที่สุด เนื่องจากจะต้องยืนยันว่าสัดส่วนการใช้วัสดุในประเทศถึงตามเกณฑ์ที่กำหนดในความตกลงหรือไม่ ข้อมูลการผลิตที่ผู้ส่งออกจะต้องเตรียมให้พร้อม ได้แก่
(1) มูลค่ารวมของวัสดุนำเข้า ไม่ว่าจะนำเข้าเองหรือซื้อจากผู้นำเข้า
(2) มูลค่ารวมของวัสดุที่ผลิตจากโรงงานในประเทศ และที่นำเข้าจากประเทศคู่เจรจา FTA
(3) ต้นทุนการผลิตอื่นๆ เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าแรงงาน ต้นทุนเงินกู้ยืม (ดอกเบี้ย) เป็นต้น
(4) ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังท่าหรือพรมแดนที่จะส่งออก
(5) กำไรต่อหน่วยที่ผลิต ข้อมูลทั้ง 5 ข้อเป็นข้อมูลหลักเบื้องต้นที่ผู้ส่งออกจะต้องให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อใช้ในการคำนวณว่าสินค้าส่งออกดังกล่าวผลิตได้ถูกต้องตามกฎ local content หรือไม่ สำหรับข้อมูลกฎแหล่งกำเนิดสำหรับสินค้าแต่ละชนิดสามารถหาได้จากหนังสือ ซีรีย์เขตการค้าเสรี ของ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (ปัจจุบันมี 3 ฉบับแล้ว คือ ฉบับความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย ไทย-ออสเตรเลีย และอาเซียน-จีน) สำหรับการขอตรวจแหล่งกำเนิดสินค้าสามารถติดต่อได้ที่ กรมการค้าต่างประเทศ สายด่วน 1385 ครับ

---------------------------


Written By:  host
Date Posted:  27/9/2548
Number of Views:  6933

Return