Search
Main Menu
 รายละเอียด
พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู

พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีทางการค้าและ

อำนวยความสะดวกทางการค้าปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และพิธีสารที่เกี่ยวข้อง และร่างกรอบการเจรจา

ความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู

 

๑.         ความเป็นมา

๑.๑       ไทยและเปรูได้ลงนามกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น (Framework Agreement on Closer Economic Partnership) เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๖ และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ ครอบคลุมเรื่องการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ

๑.๒       ไทยและเปรูได้จัดทำพิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้าและพิธีสารฯ เพิ่มเติม ๔ ฉบับ มีสาระสำคัญ คือ การเร่งลดภาษีนำเข้าสินค้าบางส่วนจำนวนร้อยละ ๗๐ ของรายการสินค้าทั้งหมด โดยแบ่งเป็นลดภาษีศูนย์ทันที ร้อยละ ๕๐ และทยอยลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน ๕ ปี ร้อยละ ๒๐ และกฎระเบียบต่างๆ อาทิ กฎเกณฑ์ว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า พิธีการศุลกากร การบริหารจัดการกฎหมาย กฎระเบียบที่โปร่งใส กลไกระงับข้อพิพาท

๑.๓       ต่อมา ฝ่ายไทยและเปรูได้มีการหารือทวิภาคีในระดับรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โดยฝ่ายเปรูได้เสนอให้มีการเจรจาเปิดตลาดสำหรับสินค้าส่วนที่เหลืออีกร้อยละ ๓๐ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวของทั้งสองฝ่าย) รวมทั้ง การค้าบริการและการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบความตกลงการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-เปรู ซึ่งต่อมากรมฯ ได้จัดทำกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู เพื่อใช้กับการขยายการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู ซึ่งครอบคลุมถึงความตกลงด้านการค้าสินค้าในสินค้าส่วนที่เหลือ รวมทั้งการบริการและการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ รวมถึงการทบทวน ปรับปรุง หรือแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรู และความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู รวมทั้ง ภาคผนวก และเอกสารแนบท้าย ที่จะมีการเจรจาเพิ่มเติมในภายหน้า โดยสาระสำคัญของกรอบการเจรจาจะครอบคลุม ๑๐ ประเด็น ดังนี้ 

                        ๑) การค้าสินค้า ให้มีการลดหรือยกเลิกอากรศุลกากรให้ครอบคลุมการค้าระหว่างกันให้มากที่สุด รวมทั้งมาตรการกีดกันและอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี

                        ๒) กฏว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า จัดทำหรือปรับปรุงกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตสินค้าของไทย

                        ๓) ด้านศุลกากร ให้มีความร่วมมือทางศุลกากร เพื่อลด/ ขจัดอุปสรรคทางการค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า

                        ๔) มาตรการปกป้องและมาตรการเยียวยาด้านการค้า ให้มีมาตรการปกป้องสองฝ่ายเพื่อคุ้มกันเศรษฐกิจและภาคการผลิตภายในประเทศ

                        ๕) มาตรการปกป้องด้านดุลการชำระเงิน ให้มีมาตรการปกป้องกรณีที่เกิดปัญหาด้านดุลการชำระเงิน

            ๖) การค้าบริการ เปิดเสรีภาคบริการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เรียกร้องการเปิดตลาดบริการในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ และอำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารและบุคลากรที่มีฝีมือของไทยเข้าไปทำงานได้

            ๗) การลงทุน ให้มีการเปิดเสรีหรือลดอุปสรรคต่อการลงทุนระหว่างประเทศในสาขาที่ไทยมีศักยภาพและนอกเหนือจากภาคบริการ โดยรักษาสิทธิในการใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจกระทบต่อดุลการชำระเงิน

            ๘) ความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกทางการค้า ให้มีความร่วมมือเพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทยกับเปรูและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองฝ่าย

            ๙) ทรัพย์สินทางปัญญาให้ระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสอดคล้องกับระดับการคุ้มครองตามความตกลงขององค์การการค้าโลกและ/หรือความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี

            ๑๐) เรื่องอื่นๆ หารือในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการค้าและการลงทุนของไทย

 

๒.         การดำเนินการ     

            ๒.๑       คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ มีมติเห็นชอบการอนุวัติพิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีทางการค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้าปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และพิธีสารที่เกี่ยวข้อง และร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู โดยให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการแก้ไขแนวนโยบายของรัฐบาลที่อ้างอิงในร่างกรอบการเจรจาฯ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเสนอรัฐสภาต่อไป

            ๒.๒       รัฐสภาได้มีมติเห็นชอบพิธีสารฯ รวมทั้งกรอบการเจรจาฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งการเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยทั้งสองฝ่ายได้กำหนดใช้บังคับความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู (Early Harvest) ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

            ๒.๓       กรมศุลกากร ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากสาธารณรัฐเปรู โดยมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

 

๓.         สถานะล่าสุด       

            ภายหลังที่กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเตรียมกระบวนการเจรจาเพื่อเปิดตลาดสำหรับสินค้าส่วนที่เหลืออีกร้อยละ ๓๐ รวมทั้ง การค้าบริการและการลงทุน ต่อไป

 

------------------------------------------------

 

สำนักอเมริกา ยุโรปและแอฟริกา

มกราคม ๒๕๕๕

 


Written By:  admin
Date Posted:  27/1/2555
Number of Views:  4335

Return