Search
Main Menu
 รายละเอียด
สรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์

 
สรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์
(Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership: CEP)

การเจรจาได้เสร็จสิ้นแล้วในระดับเจ้าหน้าที่ในการเจรจารอบที่ 4 ระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2547 ณ กรุงเทพฯ และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบผลการเจรจาด้วยแล้ว โดย นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันประกาศสรุปผลการเจรจาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ผลการเจรจาสรุปได้ดังนี้

1. บทบัญญัติของความตกลง (Legal Text)

(1) ความตกลงฯ จะครอบคลุมสิทธิและพันธกรณีในเรื่องการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน โดยจะมีตารางระบุรายละเอียดการลดภาษีสินค้า และมีหนังสือแลกเปลี่ยนแนบท้ายความตกลง ซึ่งจะถือเป็นส่วนสำคัญของความตกลงฉบับนี้ด้วย ซึ่งหนังสือเหล่านี้จะระบุเรื่องที่จะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่อยู่ในความสนใจของแต่ละฝ่ายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งการเปิดตลาดให้พ่อครัว/แม่ครัวไทยสามารถเข้าไปทำงานในนิวซีแลนด์ได้ง่ายขึ้น และไทยต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจนิวซีแลนด์

(2) บทบัญญัติของความตกลง ประกอบด้วยเรื่อง การค้าสินค้า พิธีการและความร่วมมือทางศุลกากร กฎแหล่งกำเนิดสินค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า มาตรการสุขอนามัยสัตว์และพืช มาตรฐานสินค้า การค้าบริการ การลงทุน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นโยบายการแข่งขัน ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อโดยรัฐ และข้อบทที่เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ อื่นๆ

(3) สาระสำคัญของข้อบทต่างๆ โดยส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางเดียวกับความ ตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายไทยในปัจจุบัน โดยจะไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายใดๆ

2. การค้าสินค้า

(1) การลดภาษี ครอบคลุมสินค้าทุกรายการ โดยจะเริ่มลดภาษีตั้งแต่วันแรก ที่ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 นิวซีแลนด์จะลดภาษีเป็น 0 ทันทีในวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับประมาณ ร้อยละ 85 ของมูลค่าการนำเข้าจากไทยในปี 2546 (262.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) เช่น สินค้าทูน่ากระป๋อง รถปิกอัพ เม็ดพลาสติก ของปรุงแต่งจากธัญพืช กุ้งแช่แข็ง และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนที่เหลือนิวซีแลนด์จะลดภาษีเป็น 0 เป็นร้อยละ 96.7 ของมูลค่าการนำเข้าในปี 2546 ในอีก 5 ปีถัดมา สำหรับสินค้าอีกร้อยละ 3.3 ได้แก่ หมวดสิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า จะลดเหลือ 0 ภายใน 10 ปี

ไทยจะลดภาษีเป็น 0 ทันทีในวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับประมาณร้อยละ 49 ของมูลค่าการนำเข้าจากนิวซีแลนด์ในปี 2546 (102.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) เช่น อาหารปรุงแต่งสำหรับ เลี้ยงทารก ธัญพืช ไม้และของทำด้วยไม้ และขนแกะ เป็นต้น และจะลดภาษีสินค้าเหลือ 0 เพิ่มเป็นร้อยละ 57.4ของมูลค่าการนำเข้าจากนิวซีแลนด์ในปี 2546 ภายใน 5 ปี ส่วนสินค้าอ่อนไหวอีกประมาณร้อยละ 42.7 ของมูลค่าการนำเข้าจากนิวซีแลนด์ในปี 2546 จะลดเหลือ 0 ภายใน 7-20 ปี เช่น ไฟเบอร์บอร์ด เครื่องใช้ไฟฟ้า เนื้อ นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น

รายการสินค้าที่มีโควตาภาษีปรากฏในเอกสารแนบ 1

(2) มาตรการปกป้อง ในกรณีที่ผลการลดภาษีก่อให้เกิดความเสียหายกับ อุตสาหกรรมภายในสามารถนำมาตรการปกป้องตามหลักการของ WTO มาใช้ได้ชั่วคราว แต่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ใช้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถใช้มาตรการปกป้องพิเศษสำหรับสินค้าเกษตรบางรายการที่ระบุไว้ กล่าวคือ หากมีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในความตกลงฯ สามารถกลับไปใช้ภาษีที่อัตราก่อนการเริ่มลดภาษีหรืออัตรา MFN ในขณะนั้น โดยใช้อัตราใดอัตราหนึ่งที่ต่ำกว่า ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เครื่องในหมู/วัว แฮม นมผงเต็มมันเนย ผลิตภัณฑ์นม เนย เนยแข็ง น้ำผึ้ง องุ่นสด เฟรนช์ฟราย และมันฝรั่งปรุงแเต่ง ส่วนนิวซีแลนด์ไม่มีรายการสินค้าภายใต้ มาตรการนี้

รายการสินค้าภายใต้มาตรการปกป้องพิเศษปรากฏในเอกสารแนบ 2

(3) กฎแหล่งกำเนิดสินค้า สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ใช้กฎเรื่องการผลิตในประเทศ ทั้งหมด และสินค้าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ใช้กฎการแปรสภาพอย่างเพียงพอในกระบวนการผลิต (substantial transformation) สำหรับสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้า กำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์การใช้วัตถุดิบภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เพิ่มเติมด้วย

(4) มาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (Joint Committee) เพื่อกำกับดูแลความร่วมมือ รวมทั้งทบทวนและประเมินผลการดำเนินการในเรื่องนี้ และตกลงให้มีการแลกเปลี่ยนหนังสือสำหรับการแจ้งรายการสินค้าที่ต้องการให้อีกฝ่ายเร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาเป็นลำดับต้น (priority products list) ซึ่งฝ่ายไทยมีรายการสินค้าที่ต้องการให้ นิวซีแลนด์เร่งดำเนินการตรวจสอบ Risk Assessment ในสินค้าลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ขิงสด และทุเรียน ในขณะที่ฝ่ายนิวซีแลนด์ต้องการให้ไทยผ่อนปรนมาตรการตรวจสอบดินที่ติดมากับหัวมันฝรั่ง

3. การค้าบริการ กำหนดให้มีการเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการภายใน 3 ปี หลังจากความตกลงมี ผลใช้บังคับ และจะมีหนังสือแลกเปลี่ยนซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงฯ ในเรื่องพ่อครัวไทยที่ได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาผีมือแรงงานและได้รับการว่าจ้างจากผู้ประกอบการในนิวซีแลนด์สามารถ เข้าไปทำงานได้ 3 ปี และต่ออายุได้ 1ปี รวมทั้งจะหาทางให้มีการยอมรับวุฒิบัตรผู้ประกอบการอาชีพนวดไทยสามารถเข้าไปทำงานในนิวซีแลนด์ได้ภายใน 3 ปี หลังความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ และ ไทยจะอำนวยความสะดวกในการเข้ามาทำงานของนักธุรกิจนิวซีแลนด์ คล้ายคลึงกับที่ไทยให้กับ ออสเตรเลีย

4. การลงทุน ข้อบทส่วนใหญ่เป็นไปตามความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนสองฝ่าย ที่ไทยทำกับ 37 ประเทศ รวมทั้งออสเตรเลีย สำหรับเรื่องการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐภาคีกับ ผู้ลงทุนของภาคีคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ผู้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทสามารถเลือกใช้ศาลภายในประเทศหรืออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ โดยการเลือกใช้อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศนั้น อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าจะต้องได้รับความยินยอมจากรัฐภาคีคู่พิพาท

5. ผลดี-ผลกระทบ จากการทำความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์

ผลดี

- ไทยจะได้รับหลักประกันว่าภาษีของนิวซีแลนด์ทั้งหมดจะเป็น 0 ถาวร แม้ว่าปัจจุบันภาษีส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์จะเป็น 0 อยู่แล้วก็ตาม แต่นิวซีแลนด์ยังไม่ได้ผูกพันอัตรา นี้ไว้ใน WTO ส่วนสินค้าที่ไทยลดภาษีให้นิวซีแลนด์ก็จะเป็นประโยชน์กับผู้ผลิตและผู้บริโภคในประเทศ เช่น ธัญพืช ข้าวสาลี ไม้ นมผงเลี้ยงทารก เป็นต้น

- สินค้าส่งออกของไทยที่จะได้ประโยชน์ เช่น รถปิกอัพ กุ้งแช่แข็ง ทูนากระป๋อง อาหารทะเลกระป๋อง เม็ดพลาสติก พลาสติกและของทำจากพลาสติก เฟอร์นิเจอร์ ของปรุงแต่งจากธัญพืช อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอางค์ แก้วและเครื่องแก้ว เครื่องจักรกล และอาหารแมวและสุนัข เป็นต้น คิดเป็นมูลค่าที่ส่งออกไปนิวซีแลนด์ในปี 2546 ประมาณ 94 ล้านเหรียญสหรัฐ

- จะมีการแก้ไขปัญหาด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้สินค้าผักและผลไม้ไทยสามารถเข้าตลาดนิวซีแลนด์ได้ โดยมีสินค้าเริ่มแรกคือ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ขิงสด และทุเรียน

- จะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือในการพัฒนาด้านปศุสัตว์ ซึ่งเป็นสาขาที่นิวซีแลนด์มีศักยภาพทางการผลิต อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับการร่วมลงทุนเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม

- พ่อครัวไทยจะมีโอกาสเข้าไปทำงานในนิวซีแลนด์ได้ง่ายขึ้น

ผลกระทบ

- ไทยต้องเปิดตลาดสินค้าเกษตรบางรายการซึ่งนิวซีแลนด์มีศักยภาพในการผลิตสูง และเป็นรายการที่อ่อนไหวของไทย เช่น เนื้อวัว นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น อย่างไรก็ตามไทยมีเวลาปรับตัว 15-20 ปี สำหรับสินค้านมผงขาดมันเนย ซึ่งไทยต้องเปิดตลาดภายใต้ WTO ปีละ 55,000 ตัน และเป็นสินค้าอ่อนไหวมากของไทยนั้น นิวซีแลนด์ยอมรับที่จะไม่มีการเปิดตลาดเพิ่มให้เป็นพิเศษจากที่เปิดภายใต้ WTO โดยจะมีการลดภาษีนอกโควตาลงต่ำกว่าที่เปิดใน WTO ร้อยละ 10 และจะเปิดเสรีโดยไม่มีโควตา และภาษีเป็น 0 ในปีที่ 21 นับจากวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ

- สินค้าที่นิวซีแลนด์จะได้ประโยชน์ เช่น นมผงเลี้ยงทารก อาหารปรุงแต่งสำหรับเลี้ยงทารก ของปรุงแต่งจากธัญพืช ปลาและสัตว์น้ำ ไม้และของทำด้วยไม้ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก กระดาษและของทำด้วยกระดาษ วิตามินและโปรตีน อาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าของไทยจากนิวซีแลนด์ในปี 2546 ประมาณ 74 ล้านเหรียญสหรัฐ

Written By:  admin
Date Posted:  27/9/2548
Number of Views:  7285

Return