Search
Main Menu
 รายละเอียด
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 10

 
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 10

ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2547 ณ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ที่ประชุมผู้นำอาเซียนได้บรรลุข้อตกลงสำคัญร่วมกันในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับ FTA ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของอาเซียน และนำไปสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม

อาเซียน-จีน
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและจีนได้ลงนามความตกลงการค้าสินค้าและความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทภายใต้การเปิดเสรีอาเซียน-จีน โดยมีผู้นำอาเซียนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งความตกลงการค้าสินค้าดังกล่าวจะครอบคลุมการเปิดเสรีสินค้าทั้งหมด และจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ทั้งนี้สามารถแบ่งกลุ่มการลดภาษีสินค้าได้เป็น 2 กลุ่มคือ
- สินค้าปกติ ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และจีน จะเริ่มลดภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 จนเหลือร้อยละ 0 ภายในปี 2553 โดยจะมีสินค้าจำนวนไม่เกิน 150 รายการที่จะยืดเวลาการยกเลิกภาษีได้อีก 2 ปี (ปี 2555)
- สินค้าอ่อนไหว จะมีได้ไม่เกิน 400 รายการและไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าการนำเข้า โดยจะเริ่มลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 20 ในปี 2555 และมีภาษีสุดท้ายเป็น 0-5% ภายในปี 2561 ทั้งนี้ จะมีสินค้าอ่อนไหวสูงได้ไม่เกิน 100 รายการ ที่จะต้องลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 50 ในปี 2558

อาเซียน-ญี่ปุ่น
ที่ประชุมพิจารณาความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น ที่ได้ดำเนินกระบวนการหารือมาเป็นระยะเวลา กว่า 1 ปี และได้ข้อสรุปที่จะเริ่มต้นการเจรจาในเดือนเมษายน 2548 และกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นอกจากนี้ ญี่ปุ่นแสดงความตั้งใจที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของอาเซียนในด้านต่างๆ
โดยเฉพาะการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ การพัฒนาบุคลากร การร่วมลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคของอาเซียน เช่น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น ความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS-EC) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย และที่สำคัญญี่ปุ่นต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับอาเซียน คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2553

อาเซียน-เกาหลี
ผู้นำอาเซียนและเกาหลีได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี โดยเห็นชอบที่จะให้เริ่มการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี ในช่วงต้นปี 2548 และให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี โดยให้เปิดเสรีการค้าสินค้าจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2552 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และเกาหลี และให้ความยืดหยุ่นกับประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ โดยกรอบการเจรจาฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งผู้นำไทยได้เน้นย้ำความสำคัญของการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันโดยเฉพาะในเรื่องสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของอาเซียน โดยขอให้เกาหลีพิจารณาจัดทำความตกลงยอมรับร่วมกันในด้านมาตรฐานและคุณภาพในกรอบ FTA ด้วย

อาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี)
ที่ประชุมผู้นำอาเซียน+3 ตกลงให้มีการจัดการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งแรก ในปี 2548 ที่ประเทศมาเลเซีย และตกลงให้มีการศึกษาการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนขอให้ประเทศทั้งสาม มีส่วนร่วมในการจัดตั้งกองทุนอาเซียน การดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ และข้อเสนอเพื่อการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดช่องว่างระดับการพัฒนาระหว่างสมาชิกใหม่และเก่าของอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

อาเซียน-ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (CER)
ผู้นำอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้ลงนามในปฏิญญาร่วมของผู้นำอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งสาระสำคัญของปฏิญญาดังกล่าว เป็นการประกาศให้เริ่มต้นการเจรจา FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (CER) ในช่วงต้นปี 2548 และกำหนดให้แล้วเสร็จใน 2 ปี โดยกรอบการเจรจาฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ตลอดจนการยกเลิกอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาขีดความสามารถแก่อาเซียน

อาเซียน-อินเดีย
ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียนร่วมหารือกับฝ่ายอินเดีย เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งผลของการหารือเป็นที่น่าพอใจ โดยอาเซียนและอินเดียตกลงที่จะให้มีกฎเฉพาะกาลว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า สำหรับสินค้า Early Harvest จำนวน 105 รายการ ในเรื่องกฎที่จะใช้ทั่วไปในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า ให้ใช้เกณฑ์การใช้วัตถุดิบภายในประเทศร้อยละ 40 และกระบวนการแปรสภาพขั้นต่ำ ตามที่ฝ่ายอาเซียนเสนอ โดยให้มีรายการสินค้าที่ใช้กฎแหล่งกำเนิดสินค้าแบบเฉพาะได้ แต่ให้มีจำนวนน้อย และจะต้องเจรจาให้แล้วเสร็จก่อนเริ่ม Early Harvest คือ ภายในวันที่ 1 เมษายน 2548
--------------------

FTA Call Center: 0 2507 7555
www.thaifta.com
www.dtn.moc.go.th


Written By:  host
Date Posted:  27/9/2548
Number of Views:  15457

Return