Search
Main Menu
 รายละเอียด
ผลกระทบจากการทำ FTA

การทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Area) เป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0%  และใช้อัตราภาษีปกติที่สูงกว่ากับประเทศนอกกลุ่ม  ซึ่งการทำ FTA จะรวมถึงการเปิดเสรีการค้าบริการ (Services) และการลงทุนด้วย

          ในทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ เห็นว่าการค้าเสรีก่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ผลิตสามารถเลือกใช้วัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิตจากแหล่งต่างๆ ที่มีต้นทุนต่ำสุด เพื่อให้ได้ผลผลิตสู่ตลาดในราคาถูกได้  เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค  แต่ในโลกที่เป็นจริงทุกประเทศมีการคุ้มกันการค้าเพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศของตน  ทำให้สินค้าและบริการมีราคาสูงกว่าในระบบการค้าเสรี

          การทำเขตการค้าเสรีจึงมีผลกระทบทั้ง 2 ด้าน คือ ในด้านบวกและด้านลบ โดยประเมินผลกระทบในเบื้องต้นจากการศึกษาวิเคราะห์ ได้ดังนี้

1.       ผลกระทบในด้านบวก

          1.1  ทำให้มีการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

·        การจัดทำ FTA จะทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าลดต่ำหรือเป็น 0 ในที่สุด  จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการค้าในอันที่จะทำให้มีการขยายการค้าในระหว่างประเทศที่ทำ FTA มากขึ้น  จากผลการศึกษา[1] คาดว่า ปริมาณการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.19, 19.17, และ 63.33 ตามลำดับ  ทั้ง 3 ตลาดเป็นตลาดขนาดใหญ่ ประชากรจำนวนมากและมีอำนาจซื้อสูง  รวมทั้งจีนซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุดในเอเชียปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นคู่ค้าสำคัญในอนาตค

·        สินค้าที่มีโอกาสจะขยายตลาดได้มาก ได้แก่

-          ยานยนต์และชิ้นส่วน

-          อาหารและผลิตภัณฑ์

-          สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป

-          ข้าว ยาง มันสำปะหลัง กุ้งสด ยางพารา ผลไม้ น้ำตาล

-          เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์

-          ผลิตภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ

-          พลาสติก และเคมีภัณฑ์บางประเภท

ฯลฯ        

·        ด้านบริการที่มีความพร้อม  ได้แก่

-          ท่องเที่ยว

-          สุขภาพ

-          ก่อสร้าง ออกแบบ

-          Logistic

-          บันเทิง

-          การซ่อมบำรุง

ฯลฯ

·        ประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศสูงมาก  การทำเขตการค้าเสรีจึงทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนสูงขึ้น  เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม  และแนวโน้มที่ต่ำลงของค่าเช่าหรือราคาสินค้าทุน จะทำให้เงินทุนและเทคโนโลยีไหลเข้าสู่ไทย  มีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เร็วขึ้น  จากการศึกษาพบว่า การทำเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน จะทำให้มีการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.05, 9.54 และ 0.75 ตามลำดับ

1.2  ทำให้ประชาชนมีการกินดีอยู่ดีเพิ่มขึ้น

 การทำเขตการค้าเสรีทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอุปโภคบริโภคสินค้าได้ในจำนวนมากขึ้น และราคาที่ต่ำลง  ส่งผลดีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน  จากผลการศึกษาพบว่าการทำเขตการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน จะทำให้สวัสดิการสังคมเพิ่มขึ้น 6,661.0  6,848.0  และ 796 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ

1.3  เป็นช่องทางกระจายสินค้าไปสู่ภูมิภาคใกล้เคียง

·        อินเดีย เป็นประตูการค้าสู่กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ เช่น ศรีลังกา บังกลาเทศ ฯลฯ

·        บาห์เรน เป็นประตูการค้าสู่กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง (GCC: บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรต)

·        เปรู เป็นประตูการค้าสู่ประเทศ MERCOSUR และอเมริกาใต้   

1.4  เป็นการแก้ไขและลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน

              การจัดทำเขตการค้าเสรี นอกจากจะลดภาษีลงแล้ว จะมีการเจรจาลด/ยกเลิกมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีให้เหลือน้อยที่สุดด้วย  ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างกันขยายตัวเพิ่มขึ้น  จากผลการศึกษาพบว่าการเจรจาจัดทำ FTA กับญี่ปุ่นและจีน จะทำให้อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีลด/ยกเลิกไป  ส่งผลให้การส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นจากกรณีนี้ร้อยละ 19.94 และ 4.64 ตามลำดับ

          1.5  เป็นการสร้างพันธมิตรที่จะเกื้อกูลกันทางเศรษฐกิจ  ซึ่งเป็นการเพิ่มบทบาทและอำนาจต่อรองของไทยในเวทีโลก

2.       ผลกระทบในด้านลบ

          ผู้ผลิตในบางอุตสาหกรรมและบริการบางสาขาอาจจะมีผลกระทบบ้าง เช่น ผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศในระดับต่ำ  จึงจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงศักยภาพและมาตรฐานการผลิต  ตลอดจนจะเกิดต้นทุนในการปรับตัว (Adjustment Cost) เนื่องจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่สาขาที่ไทยมีความพร้อม/ได้เปรียบ  และในกรณีที่ไม่สามารถแข่งขันได้  สินค้านี้จำเป็นต้องออกจากธุรกิจไป  และหันไปผลิตสินค้าอื่น

     สินค้าที่อาจได้รับผลกระทบและต้องปรับตัว ได้แก่

-          สินค้าเกษตร (เช่น น้ำมันปาล์ม โคเนื้อ นมและผลิตภัณฑ์นม กระเทียม)

-           เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์

-          ผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิกส์

-          ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม

3.       แนวทางในการปรับตัวรองรับการจัดทำ FTA

Ø      เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพอุตสาหกรรมให้ได้สินค้าคุณภาพมาตรฐานระหว่างประเทศ  รวมทั้งต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องขึ้นมารองรับ  เพื่อให้การผลิตมีต้นทุนลดลง  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Ø      เร่งพัฒนาระบบมาตรฐานทางการค้าของไทย เช่น มาตรฐานสุขอนามัย  มาตรฐานสินค้า  การตรวจสอบ  และสิ่งแวดล้อม  เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่อาจได้รับความเสียหายจากการนำเข้าสินค้าที่มีมาตรฐานต่ำ  และยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่สากล

Ø      ในกรณีจำเป็น อาจต้องใช้มาตรการคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศและมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศ

Ø      เร่งพัฒนากฎระเบียบด้าน Rules of Origin  เนื่องจากสินค้านำเข้าจากประเทศนอกกลุ่ม FTA อาจใช้ประเทศสมาชิกเป็นตลาดเข้าสู่ไทย  โดยอาศัยจุดอ่อนในการพิสูจน์ Country of Origin

Ø      ช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการลดอุปสรรคทางการค้าการลงทุนภายใต้ FTA ผ่านกองทุนปรับตัวของ FTA  ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการ

 

 

---------------------------------------

พค./ภร.

มีนาคม 2551



[1] โครงการศึกษาวิเคราะห์ความพร้อมของไทยในการจัดทำเขตการค้าเสรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2545


Written By:  admin
Date Posted:  9/6/2552
Number of Views:  45676

Return