Search
Main Menu
 รายละเอียด
ไทยกับศูนย์กลางบริการสุขภาพของเอเชีย

 
ไทยกับศูนย์กลางบริการสุขภาพของเอเชีย
รศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล และทีมงาน

เมื่อพูดถึงภาคธุรกิจกับ FTA หลายๆคนนึกถึงแต่ธุรกิจที่ตกเป็นข่าว เช่น ธุรกิจนำเข้าส่งออก ชิ้นส่วนยานยนต์ สิ่งทอ สื่อสารและโทรคมนาคม เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ทำให้อีกหลายธุรกิจถูกหลงลืมไป หนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจบริการสุขภาพ
ข้อมูลจากสำนักเจรจาการค้าบริการ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และหนังสือบิสิเนสวีคเอเชีย พบว่า ธุรกิจบริการสุขภาพของไทยมีผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารับบริการมากที่สุดในโลก แทนที่ประเทศสิงคโปร์ที่ตกลงไปอยู่ลำดับที่สอง โดยผู้เข้ามารับบริการสุขภาพในไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2546 ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติจำนวนทั้งสิ้น 973,532 คนเข้ามารับบริการในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2545 ถึงร้อยละ 54.53 ที่มีจำนวน 630,000 คน ซึ่งสร้างรายได้เข้าประเทศถึง 26,439 ล้านบาท
การให้บริการสุขภาพกับชาวต่างชาติในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลเอกชนอย่างรุนแรง เมื่อฟองสบู่แตก ปัญหาที่เห็นได้ชัดคือ ยอดการรักษาจากชนชั้นกลางซึ่งเคยเป็นลูกค้าหลักของโรงพยาบาลได้ตกลงไปมาก ทำให้โรงพยาบาลเอกชนต้องพยายามหาทางออกโดยการเล็งเป้าหมายใหม่ไปที่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพ ผลปรากฎว่า การหากลุ่มเป้าหมายใหม่ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย โดยนอกเหนือจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยและประเทศใกล้เคียงแล้ว ประชากรของประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัยก็เดินทางเข้ามารักษาในไทยเช่นเดียวกัน จากจุดนั้นเอง กลุ่มลูกค้าได้ขยายอย่างต่อเนื่อง ในบางโรงพยาบาล เช่น บำรุงราษฎร์ได้ไปตั้งสำนักงานในต่างประเทศ เช่น เนเธอแลนด์ มัลดีฟ เนปาล ไต้หวัน พม่า และ เวียดนาม เป็นต้น
ธุรกิจสุขภาพที่เป็นดาวเด่นของไทยได้แก่ โรงพยาบาล นวดแผนไทย สปา ลองสเตย์ ดูแลเด็กและคนชรา จากการพูดคุยกับโรงพยาบาลเอกชนหลายๆแห่ง พบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดผู้ป่วยชาวต่างชาติเนื่องจาก คุณภาพการรักษาสู้ได้ ระดับนานาชาติ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเรื่องโรคหัวใจ การทำบายพาส หลอดเลือดหัวใจตีบ ศัลยกรรมพลาสติก การผ่าตัดแปลงเพศ เป็นต้น นอกจากนี้ กำลังการผลิต จำนวนเตียง ในภาคเอกชนมีอุปทานมากกว่าอุปสงค์อยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ดึงดูดมากคือ ค่ารักษาถูกมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ อีกทั้งไม่ต้องรอคิวนาน มีกำลังการผลิตสามารถทำได้เลย
ด้วยเหตุนี้เอง ถือว่าประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็น Health Hub of Asia และในการเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้า มีประเด็นที่ไทยต้องการผลักดัน ได้แก่ ขอให้ประเทศคู่เจรจายินยอมให้พลเมืองเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในไทย โดยเบิกค่าใช้จ่ายจากระบบประกันสุขภาพของรัฐได้ และพัฒนาระบบการอ้างอิงคนไข้ เช่น ถ้ารักษาโรคหัวใจที่ออสเตรเลียแล้วไม่หาย ให้ส่งมาเมืองไทย หรือ ถ้า waiting list ของการรอรักษานานมาก เช่นผ่าหัวใจรอห้าปี ก็มารักษาที่เมืองไทยแทน นอกจากนี้ ในส่วนของบริการลองสเตย์ ไทยพยายามขอให้ประเทศคู่เจรจายินยอมให้พลเมืองเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย โดยได้รับเงินบำนาญของรัฐ ส่วนอื่นๆคือเรื่องความร่วมมือในการยอมรับฝีมือแรงงานนวดไทย สปาไทย ดูแลเด็กและคนชรา ที่ผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานของไทย ทำให้คนไทยไปประกอบอาชีพ จัดตั้งสถานประกอบการ เผยแพร่การนวดไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ และได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามอุปสรรคมีอยู่ อาทิเช่น ในการรักษาแพทย์และโรงพยาบาลต้องศึกษาความคาดหวังของคนไข้อย่างชัดเจน เนื่องจากคนไข้ต่างชาติมีความแตกต่างจากคนไข้ไทย เวลาคนไทยไปหาหมอ หากมีความผิดพลาดเล็กน้อย อาจจะไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะโดยวัฒนธรรมแล้ว เราค่อนข้างให้ความเคารพและไว้ใจแพทย์ผู้ทำการรักษา แต่คนต่างชาติแตกต่างในเรื่องนี้ หากเกิดความผิดพลาด อาจเกิดการฟ้องร้องได้ถ้าอธิบายได้ไม่ชัดเจน ประสบการณ์แพทย์และโรงพยาบาลไทยในเรื่องนี้ยังน้อย หากเกิดการฟ้องร้อง รัฐอาจจะต้องเข้ามาช่วยเหลือเพราะเอกชนไม่มีความชำนาญ นอกจากเรื่องการปรับทัศนคติของแพทย์ในการอธิบายให้คนไข้ฟังอย่างละเอียดก่อนทำการรักษาแล้ว อีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่คือ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของบุคคลากร โดยเฉพาะพยาบาล เนื่องจากพยาบาลเป็นบุคคลากรที่ใกล้ชิด และต้องทำการสื่อสารกับผู้ป่วยมากที่สุด แต่สิ่งที่เป็นอยู่คือ พยาบาลพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ หากต้องการพัฒนาประเทศไทยเป็น Health Hub of Asia รัฐจำเป็นต้องสนับสนุนทำหลักสูตรการสอนพยาบาลภาคอินเตอร์ หรือเสริมทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างจริงจังมากกว่านี้
เอกลักษณ์ประจำชาติการบริการและมิตรภาพของคนไทยยังมีส่วนทำให้คนไข้ต่างชาติสบายใจและประทับใจ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยชาวต่างชาติและครอบครัวจะเดินทางเข้ามาในเมืองไทยเพื่อท่องเที่ยวก่อนการรักษา อีกทั้งอยู่ต่อเพื่อพักฟื้น ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับอานิสงค์ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม สปา ร้านอาหาร ถือเป็นการเพิ่มรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง
ธุรกิจท่องเที่ยวกับ FTA ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากรายรับของธุรกิจท่องเที่ยวไทยมีสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายรับด้านบริการทั้งหมด โดยผมจะพูดถึงประเด็นที่มีความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง FTA กับการท่องเที่ยวในโอกาสต่อๆไปครับ

---------------------------


Written By:  host
Date Posted:  27/9/2548
Number of Views:  9323

Return