Search
Main Menu
 รายละเอียด
ASEAN DIARY : นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับ อาเซียน

คอลัมน์ ASEAN DIARY บันทึกอาเซียน โดยสมเกียรติ อ่อนวิมล

เมื่อวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2551 ผมได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ห้องรับรองพิเศษ 2 ทำเนียบรัฐบาล ณ สนามบินดอนเมือง เป็นส่วนหนึ่งของงานผลิตสารคดีและรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับอาเซียน ที่ผมมีโครงการร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศในปี 2552 ผมได้สนทนากับท่านนายกรัฐมนตรีนานประมาณ 20 นาที ทักทายก่อนและหลังการสัมภาษณ์อีกราว 10 นาที ซึ่งทำให้ผมได้รับรู้ความจริงหลายเรื่องเกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรี กับ อาเซียน

1.ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงไม่นานแต่สามารถอธิบายจุดยืนของตัวท่านต่อสมาคมประชาชาติแห่งเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมั่นใจ ทำให้เชื่อว่าท่านรู้เรื่องอาเซียน และสนใจวิวัฒนาการและความสำคัญของอาเซียนมาเป็นเวลานานมากแล้ว การพูดคุยกับผมจึงราบรื่น ไม่มีความจำเป็นต้องดูบันทึกคำตอบตามลำดับคำถามที่เจ้าหน้าที่และทีมงานโฆษกรัฐบาลเตรียมไว้ให้ ก่อนเริ่มการบันทึกเทป ท่านนายกบอกว่าคุยกันตามปรกติได้เลย มีอะไรก็ว่าไปตามที่มีความรู้และพอให้ความเห็นได้

2.ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พูดหนักแน่นถึงความสำคัญของอาเซียนในการเป็นองค์การเพื่อความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมายาวนาน มีความมั่นคง น่าเชื่อมั่นมากในโลก ทำนองเดียวกันกับสหภาพยุโรป การที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 41 ปีที่แล้ว กับการที่เราเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ถึงสิ้นปีหน้า รวมทั้งการที่คนไทยอีกคนหนึ่ง คือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นเลขาธิการอาเซียนในช่วง 5 ปี นับจากปีนี้เป็นต้นไปอีกด้วย ทำให้ประเทศไทยโดยรัฐบาลของท่านต้องมีความรับผิดชอบสูงมากเป็นพิเศษ และต้องถือว่าเป็นโอกาสดีมากที่จะแสดงบทบาทผู้นำอาเซียนไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของอาเซียน ตามกฎบัตรอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงทางการเมืองในภูมิภาค ความร่วมมือทางเศรษฐกิจสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่สมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2558 และการให้ประชาชนอาเซียนเข้ามาร่วมมีบทบาทมากขึ้นในการสร้างประคมอาเซียน โดยเฉพาะด้านเสาหลักทางสังคมและวัฒนธรรม

3.ในเรื่องการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ที่จังหวัดเชียงใหม่ กลางเดือนธันวาคม นี้ ท่านบอกว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับชื่อเสียงของประเทศไทย ท่านคุยกับผมหลังจบการสัมภาษณ์เป็นทางการว่า เรื่องนี้ ถึงอย่างไรประเทศไทยก็จะต้องจัดการประชุมได้แน่นอน และท่านมุ่งมั่นเรื่องนี้มานานตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลแล้ว ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองจากกลุ่มผู้ประท้วง ท่านก็ยิ่งต้องจัดการประชุม “ASEAN SUMMIT” ครั้งนี้ให้สำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง การย้ายที่ประชุมจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ แม้จะสิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้น แต่ก็จะเป็นผลดี เพราะการประชุมจะราบรื่นเรียบร้อยมากกว่า

4.ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวกับผมโดยมิได้เอ่ยชื่อใคร หรือกลุ่มการเมืองใดที่ท่านอาจจะนึกถึงว่าเป็นกลุ่มที่จะตามมาทำลายบรรยากาศการประชุม ท่านบอกกับผมว่าชอบที่จะทำงานต่อไปเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย มากกว่าที่พูดถึงแหล่งกำเนิดของปัญหาหรือกลุ่มคนใดที่อาจสร้างปัญหา ทั้งๆที่ปัญหานั้นอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ ท่านเชื่อมั่นว่า ทั้งชาวเชียงใหม่ และชาวไทยทั้งประเทศจะช่วยท่านดูและชื่อเสียงของประเทศในช่วงเดือนจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ท่านเชื่อว่าการประชุมจะยิ่งใหญ่ ราบรื่น และเกิดประโยชน์มหาศาลต่อประเทศไทย

หลังจบการสัมภาษณ์ ผมบอกกับทีมงานโฆษกรัฐบาลว่าผมเป็นห่วงเรื่องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับอาเซียนโดยรวม และเรื่องการประชุมสุดยอดเดือนธันวาคมนี้โดยเฉพาะ ผมได้มีโอกาสรับทราบความห่วงใยของ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณเรื่องเดียวกันนี้หลายครั้งในรอบเดือนนี้ และในขณะนี้สื่อมวลชนยังมิได้สนใจข่าวเกี่ยวกับอาเซียนกันเลย

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 รัฐบาลไทยก็ได้ส่งเอกสารให้สัตยาบันกฏบัตรอาเซียนอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ณ กรุงจาการ์ต้า เป็นประเทศสุดท้ายที่ให้สัตยาบัน ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ 8 และ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ 9 ที่ส่งเอกสารให้สัตยาบันในวันที่ 12 และ 13 พฤศจิกายน ข่าวนี้เป็นข่าวสำคัญมากสำหรับอาเซียนและไทย แต่ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อสาธารณะในประเทศไทย ส่วนที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียนนั้นตื่นเต้นดีใจกันมากและบอกว่าจะต้องฉลองกันเต็มที่ที่เชียงใหม่ในเดือนธันวาคม เพราะจากนี้ไป อาเซียนจะเป็นของประชาชนทั้งสิบประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการประชุมของรัฐมนตรีและข้าราชการกระทรวงต่างๆเท่านั้น อาเซียนจะเป็นที่สำหรับพลเมืองอาเซียนได้ถกเถียงปัญหากัน ร่วมมือกันทำกิจกรรมการงานต่างๆ โดยรัฐบาลทั้งสิบประเทศจะเป็นผู้อำนวยการสนับสนุนกิจกรรมของประชาชนทั้งหลายให้เป็นไปตามประสงค์ของภาคพลเมืองอาเซียน

การประชาสัมพันธ์งานของอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องต้องช่วยกันทำทันที และเป็นเรื่องไม่ยาก หากสื่อมวลชนไทยและอาเซียนอยากทำ ลำพังรายการสารคดีโทรทัศน์ที่ผมเตรียมการอยู่ในตอนนี้เพียง 3 รายการเท่านั้น ทำอยู่รายเดียวเล็กๆ แม้จะเป็นประโยชน์ แต่ผลทางประชาสัมพันธ์โดยรวมนั้นยังต้องการความร่วมมือช่วยกันประชาสัมพันธ์ข่าวสารอาเซียนจากทุกสื่อทุกฝ่ายเสมอ โดยเฉพาะปีนี้และปีหน้า ซึ่งเป็นปีที่คนไทยมีหน้าที่รับผิดชอบสูงที่สุดต่อความเจริญก้าวหน้าของอาเซียน

สมเกียรติ อ่อนวิมล
กรุงเทพฯ
เดลินิวส์ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551


Written By:  admin
Date Posted:  19/11/2551
Number of Views:  4794

Return