Search
Main Menu
 รายละเอียด
การออกงานแสดงสินค้า

 
การออกงานแสดงสินค้า
รศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล และทีมงาน

ปี 48 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นปีที่การส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกปีหนึ่ง คำถามว่าทำไม ผมมองเห็นศักยภาพของการส่งออกที่มากับข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทยเริ่มขยายขอบเขตของข้อตกลง FTA ไปสู่ประเทศคู่ค้าต่างๆ มากขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลของข้อตกลงดังกล่าว จะมีผล อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากขึ้นในปี 48 นี้
แค่คิดถึง FTA ไทย-ออสเตรเลีย ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มค.48 ที่ครอบคลุมกลุ่มสินค้าที่ค้าขายระหว่างกันทุกรายการที่มีกว่า 5,000 - 6,000 รายการ ก็น่าจะเห็นโอกาสของการส่งออกที่เพิ่มขึ้นแล้วครับ ยังไม่นับ FTA ระหว่างอาเซียนกับจีนที่เริ่มเจรจาเป็นกลุ่มๆ สินค้าและเริ่มมีผลทีละกลุ่มสินค้า ที่ในปี 48 น่าจะมีสินค้าอีกหลายรายการได้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกจากกำแพงภาษีที่ลดลง
แต่โอกาสที่กำลังจะมาถึงไม่ได้เป็นของทุกคนครับ ใครจะได้ไม่ได้หรือได้มากได้น้อย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไขว่คว้าไว้ได้มากกว่ากันและแนวทางหนึ่งที่จะช่วยขยายตลาดการส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลกให้กว้างขวางขึ้นคือ การออกงานแสดงสินค้าครับ
ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูงมาก แต่ละปีจะมีการจัดงานแสดงสินค้า ทั้งที่เป็นงานแสดงสินค้าทั่วไปและสินค้าเฉพาะทาง อย่างเช่นงานแสดงเครื่องจักร เครื่องมือแพทย์หรือชิ้นส่วนยานยนต์ ในเมืองสำคัญๆ ของโลก แม้แต่ในเมืองไทยเองก็เป็นที่จัดงานแสดงสินค้าระดับโลกหลายงานในแต่ละปี
ในอดีตที่ผ่านมาผู้ส่งออกของไทยมีน้อยรายมากที่ให้ความสำคัญกับการออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ด้วยข้อจำกัดทั้งในด้านภาษาและการจัดการหรือเรียกง่ายๆ ว่า ทำไม่เป็นและผู้ผลิตส่วนใหญ่ของไทยจะเป็นผู้รับจ้างผลิตจากผู้ว่าจ้างรายใหญ่ๆ เพียงไม่กี่ราย ที่มียอดสั่งของค่อนข้างชัดเจนและสม่ำเสมอ ความจำเป็นในการออกไปทำการหาตลาดเองในต่างประเทศจึงมีไม่มากนัก
แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยจำนวนมากที่ทำธุรกิจกันมายาวนานเริ่มมีทายาทรุ่นที่ 2 หรือ 3 ทำให้คนรุ่นใหม่เรียนจบ MBA จากต่างประเทศหรือเรียนหลักสูตรอินเตอร์ในเมืองไทยเข้ามาเสริมทีม ทำให้มีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจออกไปยังตลาดใหม่ๆ การพยายามสร้างตรายี่ห้อของตัวเองเพื่อความอยู่รอดที่มั่นคงในระยะยาวมากขึ้น การออกงานแสดงสินค้าดูจะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดกลุ่มแรกๆ ที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยนำมาใช้ในการขยายตลาด
เหตุที่การออกงานแสดงสินค้าทั้งในไทยและในต่างประเทศ ได้รับความนิยมก็เพราะเป็นกิจกรรมทางการตลาดที่มองเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจนและวัดได้ง่ายกว่าการโฆษณา ประชาสัมพันธ์หรือการทำการตลาดแบบอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายในการออกงานแสดงสินค้าทั้งค่าเช่าพื้นที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานขาย ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เหล่านี้สามารถประเมินเป็นงบประมาณล่วงหน้าได้ชัดเจน ส่วนผลตอบแทนที่มาจากทั้งยอดขายในงาน ยอดคำสั่งซื้อ หรือรายชื่อลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการติดต่อเจรจาธุรกิจภายหลังงานแสดงสินค้า ค่อนข้างเป็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมและวัดได้ทันทีหลังจากสิ้นสุดงานแสดงสินค้าเพื่อประเมินว่างานนั้นๆ คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เสียไปไหม ถ้างานไหนคุ้มก็พิจารณามาออกงานนั้นๆ อีกในปีต่อๆ ไป
นอกจากนี้ผู้ประกอลบการบางรายยังมองอีกว่า ถึงบางงานจะได้ยอดขายทั้งในงานและหลังงานไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป แต่ก็ยังมีผลพลอยได้อื่นๆ ที่ได้รับจากการออกงาน เช่น การได้มีโอกาสไปเห็นสินค้า วิธีการออกบูธ แนวทางการทำการตลาดของคู่แข่งขัน ได้เห็นรสนิยมและความต้องการของลูกค้าในตลาดนั้นๆ เพื่อนำกลับมาปรับปรุงสินค้าและวิธีการทำการตลาดในอนาคต
เมื่อคิดจะออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ มีข้อพึงระวังในการออกงานแสดงสินค้าคือ การเลือกแสดงสินค้า เพราะงานแสดงสินค้าที่ดูแล้วชื่อคล้ายๆ กัน จัดในประเทศเดียวกัน ด้วยผู้จัดงานต่างกลุ่มกัน อาจมีทั้งจำนวนลูกค้า ลักษณะลูกค้าหรือความยิ่งใหญ่ของงานต่างกัน งานที่ด้อยกว่าหรือเพิ่งเกิดใหม่ ยังไม่มีชื่อเสียงมากนักอาจคิดค่าเช่าพื้นที่ต่ำกว่างานใหญ่ๆ แต่ต้องไม่ลืมว่าการขนของ ขนคนไปออกงานในต่างประเทศ มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาที่บางครั้งสูงกว่าค่าเช่าพื้นที่ด้วยซ้ำ เมื่อจะลงทุนทั้งทีเราก็น่าจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การตัดสินใจเลือกงานแสดงสินค้าจากโบชัวร์ ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือฟังจากพนักงานขายของบริษัทผู้จัดงาน อาจเป็นข้อมูลด้านเดียวที่ไม่เพียงพอ ควรหาข้อมูลจากเพื่อนร่วมวงการที่เคยเข้าชมหรือไปออกงานดังกล่าวมาแล้ว ดูจากรายชื่อบริษัทที่มาร่วมออกงานว่าเป็นบริษัทเล็ก, ใหญ่ แค่ไหน (แต่บางทีก็ดูยากเพราะเราไม่มีข้อมูลพื้นฐานของประเทศนั้นๆ ว่าบริษัทที่มาออกงานยิ่งใหญ่แค่ไหน) ถ้าจะให้แน่ใจ ผมว่าเราลองบินไปชมงานแสดงสินค้าที่เราคิดจะไปออกงานก่อนดีกว่าให้เห็นกับตาว่างานเป็นอย่างไร มีใครมาออกงานบ้าง ลูกค้าเป็นอย่างไร ลองถ่ายภาพบูธดีๆ ว่าเขามีแนวทางการตกแต่งอย่างไร เอาอะไรมาโชว์บ้าง แล้วค่อยจองบูธสำหรับปีหน้าก็ยังได้ ช้าไปอีกปีก็ยังไม่สายดีกว่าตัดสินใจผิดพลาด
การเลือกงานแสดงสินค้าเป็นแค่บันไดขั้นแรกของการออกงานแสดงสินค้า ในต่างประเทศให้ได้ผลคุ้มค่าเท่านั้นยังมีบันไดขั้นต่อไปที่ผู้ประกอบการควรทราบก่อนออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งผมจะมาเล่าในตอนต่อๆ ไปครับ วันนี้เนื้อที่หมดเอาหลักขั้นแรกไปก่อนครับ

---------------------------


Written By:  host
Date Posted:  27/9/2548
Number of Views:  8251

Return