Search
Main Menu
 รายละเอียด
หน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อช่วยการส่งออกไทย

 
หน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อช่วยการส่งออกไทย
รศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล และทีมงาน

เข้าใกล้ช่วงสิ้นปี หลายๆคนกำลังตื่นเต้นกับปีใหม่ที่จะมาเยือน ในขณะเดียวกันเชื่อว่าหลายๆคนกำลังหัวหมุนอยู่กับการปิดยอดขายปลายปีให้ได้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะนักการตลาดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค คิดว่าช่วงนี้คงเป็นช่วงที่ลุ้นที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ภาคเอกชนที่กำลังเฝ้ารอดูผลงานว่าจะเป็นไปตามที่คาดหรือไม่ หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับการส่งออกก็กำลังรอลุ้นอยู่เช่นกัน กับเป้าหมายการขยายตัวยอดการส่งออกที่ร้อยละ 15 ต่อปี หรือที่ประมาณมูลค่า 9.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2547 และเพิ่มยอดขึ้นเป็นกว่าแสนเหรียญสหรัฐภายในปี 2549
นอกจากนี้ ทางรัฐบาลได้คาดหวังให้ไทยเลื่อนอันดับการส่งออกจากอันดับ 7 ในภูมิภาคเอเชีย มาอยู่ที่อันดับ 1ใน 5 ของเอเชีย อีกทั้งตั้งเป้าที่จะเลื่อนจากอันดับ 22 มาเป็นอับดับ 20 ของโลก ใน 3 ปีข้างหน้า
เพื่อให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางกลยุทธ์ในการส่งเสริมการส่งออกอยู่หลายแนวทางด้วยกัน โดยหวังจะรักษาความสมดุลในการส่งออกระหว่างตลาดใหม่ และตลาดหลักเดิม ซึ่งสองกลยุทธ์หลัก ได้แก่การจัดทำเขตการค้าเสรี หรือ FTA ตามที่เราได้คุยรายละเอียดกันไปในครั้งก่อนๆ
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้จะขอขยายความกลยุทธ์ที่สอง ได้แก่ การพัฒนาการตลาดเชิงรุก ซึ่งถือเป็นส่วนสนับสนุนนโยบาย FTA โดยการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเจาะตลาด (Special Task Force) หรือ ที่ได้ยินเรียกกันในนามของ STF นั่นเอง
หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ Export Rally ที่นำคณะผู้ส่งออกไทยเดินทางไปพร้อมกับทีมงานของรัฐ เพื่อศึกษาตลาด และพบปะนักธุรกิจในประเทศนั้นๆ หากมีความเป็นไปได้ หรือมีศักยภาพเพียงพอ อาจพัฒนาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจต่อไป โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2546 ถึงประมาณเดือนกันยายน 2547 ทีมงาน STF ได้เดินทางไปสำรวจตลาดใหม่เพื่อศึกษาลู่ทางการขยายตลาดเชิงลึกใน 7 ภูมิภาค ได้แก่ ตลาดจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา รัสเซีย อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย นอกจากนี้ได้จัดคณะผู้ส่งออกไทยที่มีศักยภาพในตลาดเป้าหมาย เดินทางไปเจรจาการค้ากับผู้นำเข้าในประเทศนั้นๆ รวม 11 คณะ
ผลที่ได้รับค่อนข้างน่าพอใจสำหรับการเริ่มต้น เพราะนอกจากจะสามารถนำข้อมูลจากการสำรวจมาสรุป และเสนอกลยุทธ์การเจาะตลาดแล้ว ยังสามารถช่วยการเจรจาซื้อขายได้ทันทีที่มูลค่า 380,780,000 บาท อีกทั้งมูลค่าการขายที่คาดว่าจะได้รับภายใน 1 ปี จำนวน 6,729,200,000 บาท สำหรับประเทศคู่เจรจา FTA อาทิเช่น อินเดีย จีน และออสเตรเลีย ทีม STF ได้เดินทางไปศึกษาและเก็บข้อมูลตลาดอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของอินเดียได้มุ่งเน้นไปที่เมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น เชนไน บังกะลอร์ และมุมไบ พบว่า สินค้าที่ผู้นำเข้าสนใจมาก และเป็นสินค้าที่ผู้ส่งออกไทยน่าจะมีศักยภาพในการทำตลาด ได้แก่ สินค้าอาหาร โดยเฉพาะอาหารมังสวิรัติ เนื่องจาก 1 ใน 3 ของประชากรเป็นมังสวิรัติ สินค้าเครื่องกรองน้ำ เนื่องจาก น้ำอุปโภค บริโภคในอินเดีย ต่ำกว่ามาตรฐาน สินค้าของใช้และของตกแต่งบ้าน เช่น เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องใช้ในครัวยังมีลู่ทางที่ดี เป็นต้น
ในส่วนของประเทศจีน ทีม STF ได้นำคณะผู้ส่งออกเดินทางไปเมืองต่างๆในจีน โดยจะมีการจัดนิทรรศการสินค้าไทย (Thailand Exhibition) ที่เมืองนานจิง จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทย (Thailand Market Place) ที่เมืองอี้อู จัด Instore Promotion ร่วมกับห้างตี้อี (หรือห้าง The First) ที่เมืองไหโข่ว มณฑลไห่หนาน ดำเนินการเจรจากับร้านสะดวกซื้อที่เมืองเซี่ยงไฮ้เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าไทย สานความสัมพันธ์เพิ่มเติมกับสมาคมการค้าปลีกเมืองหวูฮั่น มณฑลหูหนาน รวมทั้งศึกษาลู่ทางการจัดตั้งร้านอาหารไทย และจัดคณะผู้ส่งออกไทยไปเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เพื่อเจรจาขายผลไม้ไทยกับตลาดกลางผลไม้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย
ประเทศออสเตรเลีย คณะทำงานมีกำหนดเดินทางไปศึกษาตลาด เพื่อจัดทำ Export Rally ในเมืองสำคัญ ได้แก่ บริสเบน ซิดนีย์ เมลเบิร์น อเดเลด เพิร์ธ ฯลฯ สำหรับในปี 2548 ที่จะถึงนี้ ทางทีมปฏิบัติการพิเศษ STF ได้วางแผนในการเดินทางไปสำรวจและเจาะตลาดในประเทศต่างๆไว้แล้ว โดยในการเดินทางแต่ละครั้งจะมีการกำหนดเมืองที่จะเดินทางไป อีกทั้งสินค้าเป้าหมายที่แน่นอน หากผู้ผลิต ผู้ส่งออกท่านใดต้องการได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลตลาดในเชิงลึกของประเทศกลุ่มเป้าหมาย หรือต้องการรับแบบฟอร์มการเข้าร่วมเดินทางไปเจาะตลาดหรือร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกอื่นๆ ของกระทรวงพาณิชย์ อาจลองติดต่อ โครงการหน่วยปฎิบัติการพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเจาะตลาด (STF) โทรศัพท์ 02-507-8069 อีเมล์ [email protected] หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ www.depthai.go.th
หากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล ให้การสนับสนุนกันอย่างดีแล้ว เชื่อว่าอนาคตการส่งออกของไทยน่าจะสดใส สามารถบรรลุเป้าการส่งออกที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

---------------------------


Written By:  host
Date Posted:  27/9/2548
Number of Views:  6065

Return