Search
Main Menu
 รายละเอียด
สรุปผลการสัมมนาเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าในตลาดสหรัฐฯ : มุมมองของผู้ประกอบการ วันที่ 11 สิงหาคม 2550 ณ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้จัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้แก่ข้าราชการภายในกรมฯ ในหัวข้อมาตรการกีดกันทางการค้าในตลาดสหรัฐฯ : มุมมองผู้ประกอบการ เมื่อวันศุกร์ที่ 10สิงหาคม 2550 โดยมีนายไพบูลย์ พลสุวรรณา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์/ กรรมการ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยเป็นวิทยากร

 

                        สาระสำคัญของการสัมมนาสรุปได้ดังนี้

 

1.       ภาพรวมมาตรการทางการค้า

      การค้ากับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ โดยปกติจะมีมาตรการควบคุมการนำเข้าที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปจะมีความยุ่งยากเป็นพิเศษเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามาตรการดังกล่าวยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้นเพื่อปรับตัวต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศ เช่น ภัยก่อการร้าย หรือความเข้มข้นของการแข่งขัน โดยการออกกฎระเบียบต่างๆ ยังผลให้เกิดภาระแก่ผู้ส่งออกมากขึ้นและไม่สามารถชี้ได้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการกีดกันทางการค้า หรือเพื่อคุ้มครองความสะดวกและปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นเหตุผลหลัก

      ในสถานการณ์การค้าปัจจุบัน ผู้ส่งออกไทยเป็นผู้ขายรายเล็กและสหรัฐฯ เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ผู้ส่งออกไทยแทบไม่สามารถเจรจาต่อรองในมาตรการต่างๆ ที่สหรัฐฯ เป็นผู้กำหนดได้นอกจากจะปรับตัวเพื่อให้สามารถปฎิบัติตามได้เท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากมีผู้ผลิตจากประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศในอาเซียน จีน หรือกลุ่มประเทศอเมริกาใต้จำนวนมากที่ต้องการขายสินค้าให้สหรัฐฯ และพร้อมที่จะทำตามมาตรฐานที่สหรัฐฯกำหนด

      ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ SME ของไทยที่มีความต้องการจะส่งออกไปสหรัฐฯ เนื่องจาก SME ของไทยยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดในการปฎิบัติตามมาตรการต่างๆ ของสหรัฐฯ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การให้ข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบ (Traceability) และการปิดฉลาก (Labeling) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

      นอกจากนี้ การรักษาความสามารถด้านมาตรฐานและคุณภาพสินค้า มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับชื่อเสียงและความเชื่อถือสินค้าของแต่ละประเทศ หากไม่มีการทำความเข้าใจร่วมกันให้ชัดเจนในเรื่องการทำตามมาตรฐานให้ถูกต้อง จะมีปัญหาในการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ และทำให้ชื่อเสียงของประเทศเสียหาย

2.       มาตรการทางการค้าทีไม่ใช่ภาษี

            ปัจจุบันสหรัฐฯ มีการใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีในหลายลักษณะ เช่น การเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด มาตรการสุขอนามัย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ซึ่งการใช้มาตรการเหล่านี้เป็นพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้ WTO และ FTA ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือมาตรการเหล่านี้ถูกใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ

            ในขณะที่ประเทศไทยไม่มีมาตรการที่เข้มงวดในลักษณะเดียวกันในการใช้บังคับกับสินค้าบริโภคภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานความสะอาด หรือความปลอดภัย ซึ่งทำให้ประเทศอื่นๆ ไม่ประสบปัญหาในการส่งออกสินค้ามาไทย ในลักษณะเดียวกับที่ไทยประสบในการส่งออกไปประเทศที่พัฒนาแล้ว

            ดังนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนไทยจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการปรับปรุงระเบียบมาตรฐานภายในประเทศเพื่อพัฒนาผู้ผลิต และเจรจาต่อรองกับต่างประเทศเพื่อแก้ไขอุปสรรคที่ไม่เป็นธรรมได้

3.       มาตรการของภาคเอกชน

นอกเหนือจากมาตรการที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดแล้ว การค้ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว

เช่นสหรัฐฯ บริษัทผู้นำเข้าขนาดใหญ่ จะมีข้อกำหนดให้ผู้ส่งออกปฏิบัติตามเพื่อลดต้นทุนหรือต้องการสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าว่าสินค้ามีคุณภาพเป็นที่เชื่อถือได้ หรือเป็นการสร้างภาพพจน์ของการมี Corporate Social Responsibility เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

      การสร้างกฎระเบียบต่างๆ เหล่านี้เป็นการผลักภาระด้านต้นทุน หรือการบริหารจัดการให้กับประเทศผู้ส่งออกซึ่งต้องปรับตัวตลอดเวลาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งหากผู้ประกอบการประสบปัญหาไม่สามารถปฏิบัติตามได้ จะมีความเสี่ยงที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ได้รับคำสั่งซื้อในคราวต่อไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐฯ ไม่ได้เข้ามารับทราบเนื่องจากเป็นมาตรการของภาคเอกชน ปัญหาเกิดจากผู้ส่งออกไทยไม่มีอำนาจต่อรองกับผู้นำเข้าในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้ขายรายเล็กมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อรายใหญ่มีเพียงไม่กี่ราย เช่น Wal-Mart เป็นต้น   

4.       การปรับปรุงกฎระเบียบมาตรฐานของไทย

      ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ภาครัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐาน และมาตรการที่ใช้ในประเทศต่างๆ รวมทั้งต้องพัฒนามาตรฐานภายในประเทศให้สูงขึ้นเพื่อเป็นการบังคับให้ผู้ประกอบการมีการปรับตัว รวมทั้ง เจรจาเพื่อแก้ไขมาตรฐานต่างๆ ที่เป็นการกีดกันทางการค้า ซึ่งสิ่งเหล้านี้จะต้องมีการประสานงานอย่างมีใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานต่างๆ

                              ---------------------------------

สำนักอเมริกาและแปซิฟิค

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

สิงหาคม 2550


Written By:  admin
Date Posted:  7/9/2550
Number of Views:  4800

Return