Search
Main Menu
 รายละเอียด
การระงับข้อพิพาทภายใต้ WTO

สวัสดีครับ วันนี้เรามาดูกันนะครับว่าเขาระงับข้อพิพาทกันอย่างไรที่ WTO

ข้อพิพาทใน WTO เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกหนึ่งออกมาตรการ เช่น พ.ร.บ. กฎ ระเบียบ คำสั่ง เป็นต้น ซึ่งสมาชิกอื่นเห็นว่าขัดกับพันธกรณีหรือข้อผูกพันภายใต้ความตกลง WTO และส่งผลให้สมาชิกอื่น (หรือเอกชนของสมาชิกอื่น) เสียประโยชน์ เช่น สินค้าหรือบริการของตนเข้าประเทศที่ออกมาตรการนั้นๆ ไม่ได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันแล้ว ในกรณีนี้ แทนที่จะปล่อยให้ต้องหาทางทวงสัญญาหรือตอบโต้กันเอาเองแบบ "ศาลเตี้ย" WTO ก็มี Understanding on Rules and Procedures Governing the Settlement of Disputes หรือที่เรียกกันว่า "DSU" ซึ่งกำหนดกระบวนวิธีที่ชัดเจนสำหรับการระงับข้อพิพาทซึ่งสมาชิกต้องยึดถือ รวมทั้งปฏิบัติตามผลคำตัดสิน ทั้งนี้ การระงับข้อพิพาทได้อย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบการค้าพหุภาคีภายใต้ WTO คาดการณ์ได้และมั่นคง

ในขั้นแรก DSU จึงกำหนดให้ประเทศคู่กรณีจะต้องปรึกษาหารือกันเองก่อนเพื่อหาทางยุติข้อพิพาท โดยเมื่อฝ่ายหนึ่งยื่นขอหารือแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งต้องพิจารณาด้วยดีว่าจะตอบรับและเข้าร่วมการหารือเพื่อพยายามหาทางออกที่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ซึ่งสมาชิกอื่นๆ ที่มีผลประโยชน์ทางการค้าเกี่ยวข้อง ("substantial trade interest") โดยปกติแล้วอาจขอเอี่ยวเข้าร่วมการหารือนั้นด้วยได้ ในทางปฏิบัติแล้ว สมาชิกจำนวนมากไม่เชื่อว่าการหารือเป็นขั้นตอนที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่ผมเห็นว่าขั้นตอนนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับการหยั่งท่าทีประเทศคู่กรณีโดยเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของข้อพิพาทเวลาผู้ฟ้องยื่นฟ้องขอตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel) ในเวลาต่อมา

หากประเทศคู่กรณีไม่ยอมเข้าร่วมการหารือ หรือหารือกันแล้วผ่านไป 60 วัน (20 วัน กรณีเร่งด่วน) ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ หรือเห็นพ้องกันว่าจะไม่สามารถยุติข้อพิพาทกันเองได้ ประเทศผู้ฟ้องสามารถยื่นเรื่องขอให้ Dispute Settlement Body (DSB) ของ WTO ตั้ง panel เพื่อทำหน้าที่พิจารณาความ โดยในการยื่นขอตั้ง panel นั้น ประเทศผู้ฟ้องต้องกำหนดขอบเขตของข้อพิพาท โดยระบุถึงมาตรการของประเทศที่ถูกฟ้องให้ชัดเจน รวมทั้งอธิบายประเด็นทางกฎหมายที่อ้างว่ามาตรการดังกล่าวนั้นขัดต่อพันธกรณีของ WTO หรือข้อผูกพันของประเทศนั้นๆ ภายใต้ WTO อย่างไร ทั้งนี้ ประเทศผู้ถูกฟ้องอาจขัดขวางการตั้ง panel ได้ 1 ครั้ง แต่หนที่ 2 จะตั้งโดยอัตโนมัติ panel จะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ซึ่งฝ่ายเลขาธิการ WTO เสนอให้ประเทศคู่กรณีเลือก หากเลือกกันเองไม่ได้ ผอ.ใหญ่ของ WTO จะตั้งให้เอง panel ทำหน้าที่เป็น "ผู้พิพากษา" รับฟังความจากประเทศคู่กรณี รวมทั้งพิจารณาข้อกล่าวหาและพิสูจน์หลักฐานเพื่อตัดสินว่ามาตรการของประเทศที่ถูกฟ้องนั้น ขัดต่อพันธกรณีหรือข้อผูกพันของประเทศนั้นๆ ภายใต้ WTO หรือไม่ อย่างไร ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะสำหรับการปรับมาตรการดังกล่าวให้สอดคล้องกับพันธกรณีหรือข้อผูกพัน ทั้งนี้ สมาชิกอื่นๆ ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องก็สามารถยื่นขอเข้าร่วมเป็น "ประเทศที่สาม" การเข้าร่วมมีประโยชน์ตรงที่จะได้ข้อมูลต่างๆ ที่ปกติอาจไม่ทราบ นอกจากนี้ ยังสามารถให้ข้อคิดเห็นแก่ panel ในประเด็นสำคัญโดยเฉพาะทางกฎหมายที่ตนมีผลประโยชน์อยู่ด้วย

โดยปกติ panel จะตัดสินให้เสร็จภายใน 9 เดือน นับจากวันตั้ง panel หากไม่มีอุทธรณ์ แต่หากประเทศคู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ "องค์กรอุทธรณ์" (Appellate Body) ของ WTO ได้ โดยองค์การอุทธรณ์จะกำหนดสมาชิกของตน 3 คนจากจำนวนทั้งหมด 7 คน เพื่อพิจารณาเฉพาะประเด็น/การตีความทางกฎหมายของคำตัดสินของ panel ซึ่งองค์กรอุทธรณ์อาจยืน (uphold) แก้ (modify) หรือ กลับ (reverse) คำตัดสินของ panel ก็ได้ โดยกระบวนการอุทธรณ์มักใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน (โดยรวมต้องไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันตั้ง panel)

อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังนะครับ คำตัดสินของ panel และองค์กรอุทธรณ์จะได้รับการรับรองจาก DSB โดยอัตโนมัติ เว้นแต่สมาชิก WTO จะมีฉันทามติที่จะไม่รับรองผลการตัดสินนั้น ทั้งนี้ ในช่วงใดก็ตามระหว่างการพิจารณาความ ประเทศคู่กรณีอาจขอให้มีคนกลาง (อาจเป็น ผอ.ใหญ่ WTO ก็ได้) มาช่วยเป็นสื่อกลางให้คู่กรณีมาเจรจากัน (good offices) หรือช่วยทำหน้าที่ประนอม (conciliation) หรือไกล่เกลี่ย (mediation) เพื่อยุติข้อพิพาทก็ได้ ซึ่งตามสถิติแล้ว จากข้อพิพาททั้งหมดของ WTO ส่วนใหญ่สามารถ "ยอมความนอกศาล" กันได้ บ้างก็อยู่ระหว่างการหารือกันไม่รู้จบ มีเพียงไม่ถึงครึ่งนะครับที่ผ่านการระงับข้อพิพาทเต็มกระบวนการ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2189   04 ก.พ. - 07 ก.พ. 2550

Written By:  admin
Date Posted:  5/2/2550
Number of Views:  7728

Return