Search
Main Menu
 รายละเอียด
การเปิดตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกภายใต้กรอบเจรจา FTA โดยสำนักวิเคราะห์สินค้าอุตสาหกรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พฤศจิกายน 2549

สรุปการเปิดตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก

 ภายใต้กรอบเจรจา FTA

---------------------------

1. ในปี  2005  ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าสุทธิในตลาดโลก ส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติก  เป็นลำดับที่ 23 ของโลก หรือมีสัดส่วนร้อยละ 1.05 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งสิ้น และนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกจากโลกเป็นลำดับที่ 21 หรือมีสัดส่วนร้อยละ 1.27 ของมูลค่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งสิ้น โดยไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าสุทธิ (Net Importer) ในสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งขาดดุลการค้า มูลค่า 261.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

                สำหรับในระยะ 9 เดือนแรกของปี 2006 (มค.- กย.) ไทยขาดดุลการค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกเพิ่มขึ้นเป็น มูลค่า 296.9 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันถึงร้อยละ 53.6

 

2.  ตลาดส่งออก/ คู่แข่งขันสำคัญ  

          ตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกสำคัญของไทย คือ สหรัฐอเมริกา  ญี่ปุ่น  มาเลเซีย สหราชอาณาจักร  ออสเตรเลีย  จีน  อินเดีย  นิวซีแลนด์

                -   คู่แข่งขันสำคัญของไทย คือ  จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น  สิงคโปร์  เยอรมนี เกาหลีใต้

 

3.  แหล่งนำเข้าสำคัญ  

          -  ญี่ปุ่น  จีน  สหรัฐอเมริกา  มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น

4.  การเปิดผลิตภัณฑ์พลาสติกภายใต้กรอบเจรจา FTA
                4.1  การเปิดตลาดของไทย 

                - ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา  โดยลดภาษีเป็น 0% ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ในปี 2010  เป็นส่วนใหญ่  ยกเว้นบางรายการที่ไทยเปิดตลาดโดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2009 และถุงมือ ไทยลดภาษีให้ออสเตรเลียเป็น 0% ในปี 2015 

 

4.2      การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศคู่เจรจา

             ?  ออสเตรเลีย 

                -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที ในสินค้าแผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ  เครื่องใช้สำนักงานทำด้วยพลาสติก  เครื่องแต่งกายและของใช้ประกอบ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

                -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2008 ในสินค้าถุงและกระสอบพลาสติก ขวด แกนม้วน แท้งน้ำ ประตูหน้าต่าง เป็นต้น

                -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 ในสินค้าหลอดและท่อพลาสติกสินค้าที่ออสเตรเลียลดภาษีเป็น 0% ให้ไทยทันที จะทำให้ไทยได้ประโยชน์ สามารถส่งออกไปออสเตรเลียได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าลดภาษีเป็น 0% ในปี 2008 และปี 2010 จะทำให้ไทยยังไม่สามารถส่งออกสินค้านั้นได้เพิ่มขึ้นในทันที

                สรุปได้ว่า สินค้าที่ไทยมีศักยภาพแข่งขันได้ในตลาดออสเตรเลีย คือ แผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ  ถุงและกระสอบพลาสติก  หลอดและท่อ (มูลค่าส่งออกไม่มากนัก) กล่อง หีบ และพลาสติกปูพื้น

 

?   นิวซีแลนด์ 

                -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที ในสินค้าแผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ ถุงและกระสอบพลาสติก เครื่องใช้สำนักงานทำด้วยพลาสติก  หลอดและท่อ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร พลาสติกปูพื้นและผนัง

                -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 ในสินค้าอ่างอาบน้ำ ฝาปิดโถชักโครก

                -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2015 ในสินค้าเครื่องแต่งกายและของใช้ประกอบ ของใช้ในการเข้าค่าย ซึ่งเป็นสินค้าอ่อนไหวของนิวซีแลนด์

                สรุปได้ว่า สินค้าที่ไทยมีศักยภาพแข่งขันได้ในตลาดนิวซีแลนด์ คือ แผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ หลอดและท่อ  ถุงและกระสอบพลาสติก   เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร พลาสติกปูพื้นและผนัง (มูลค่าส่งออกไม่มากนัก)

 

?  จีน 

                -   ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางรายการที่ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2009 

                สรุปได้ว่า สินค้าที่ไทยมีศักยภาพแข่งขันได้ในจีน คือ หลอดและท่อ  ถุงและกระสอบ

พลาสติกปูพื้น  เครื่องใช้ในครัว แต่มีมูลค่าการส่งออกไม่มากนัก

 

                สรุป  สินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก ที่มีการเปิดตลาดภายใต้กรอบ FTA ไปแล้วนั้น โดยภาพรวมแล้ว  ไทยทยอยลดภาษี เป็น 0 ในปี 2010 ส่วนใหญ่ เพื่อให้ผู้ประกอบการของไทยมีระยะเวลาในการปรับตัว ในขณะที่คู่เจรจา  เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ได้เปิดตลาดให้ไทยทันทีที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้สินค้า ฟิล์ม ฟอยล์ และแถบ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องแต่งกาย  เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร  พลาสติกปูพื้น  อ่างอาบน้ำ มีโอกาสส่งออกไปยังประเทศคู่ค้านั้นๆ ได้เพิ่มขึ้น  แต่จีนเปิดตลาดให้ไทย ปี 2010  :ซึ่งก็เป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์พลาสติกของจีนได้มีเวลาในการปรับตัวเช่นกัน

 

                     อย่างไรก็ตาม  การที่คู่เจรจาเปิดตลาดให้ไทย จะทำให้ไทยได้ประโยชน์สามารถส่งออกสินค้าไปขายแข่งขันในตลาดคู่เจรจาได้มากขึ้น และสินค้าที่ไทยยังไม่พร้อมที่จะแข่งขันจะยืดระยะเวลาการลดภาษีออกไปเพื่อให้ผู้ประกอบการของไทยมีเวลาในการปรับตัว  เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  

 

---------------------------------

การเปิดตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก

ภายใต้กรอบเจรจา FTA

---------------------------

           

 

1         ขอบเขตสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก

 

รายการสินค้า

พิกัด

ผลิตภัณฑ์พลาสติก

HS. 3916-3926 6305.32 6305.33

-  ถุงและกระสอบพลาสติก

HS. 3923.21 ,3923.29 6305.32, 6305.33 6305.39

-  แผ่นฟิล์ม ฟอยล์ และแถบ

HS. 3919 ,3920, 3921

-  เครื่องใช้สำนักงานทำด้วยพลาสติก

HS. 3926.10

-  เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย

HS. 3926.20

-  กล่อง หีบทำด้วยพลาสติก

HS. 3923.10

-  หลอด ท่อพลาสติก

HS. 3917

-  พลาสติกปูพื้นและผนัง

HS. 3918

-  เครื่องใช้บนโต๊อาหารและเครื่องครัว ของใช้ในบ้านเรือน

HS. 3924

-  ผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่น ๆ

HS. 3916 , 3922 , 3923.30 , 3923.40 , 3923.50 , 3923.90 , 3925 , 3926.30 , 3926.40 , 3926.90

ที่มา      :  Menucom  กระทรวงพาณิชย์

 

2.  การผลิต

          เป็นการนำเอาเม็ดพลาสติกที่ได้จากอุตสาหกรรมเคมีขั้นปลายมาผ่านกระบวนการแปรรูปให้มีรูปร่างต่าง ๆ เพื่อใช้งาน  เช่น  ท่อน้ำ  ถุงพลาสติก  แผ่นพลาสติก  เครื่องใช้ต่าง ๆ    ซึ่งสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์ได้เป็น 2 ประเภท  คือ

          -  ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้สำหรับการอุปโภค บริโภค  โดยทั่วไปไม่ต้องการพลาสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษจึงมักจะผลิตจากเม็ดพลาสติกในเกรดทั่วไป

          -  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรม  เช่น  ยานยนต์  ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ  จึงต้องใช้เม็ดพลาสติกเกรดวิศวกรรมเป็นวัตถุดิบ (Engineering  Plastic) 


                ปัจจุบันมีจำนวนโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกประมาณ
4,000 ราย  ส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 90  เป็นโรงงานขนาดย่อมที่ผลิตเพื่อสนองความต้องการภายในประเทศ  ส่วนอีกร้อยละ 10 เป็นโรงขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อส่งออก

นอกจากนี้  อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกยังเชื่อมโยงกับอีก 2 อุตสาหกรรม  ได้แก่  อุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์กับอุตสาหกรรมแม่พิมพ์และเครื่องมือ

 

3  ภาพรวมการค้า

            ประเทศไทยเป็น Net Importer ในสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก  โดยขาดดุลเฉลี่ยปีละประมาณ 352 ล้านเหรียญสหรัฐ  ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ( 2003-2005) ซึ่งเป็นการขาดดุลในสินค้า แผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ มากที่สุด

    3.1  การส่งออก 

                ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา  (2003-2005)  การส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จากมูลค่า 1,302.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2003  เพิ่มเป็นมูลค่า 1,857.4  ล้านเหรียญสหรัฐ  ในปี 2005 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 19.4  ต่อปี

                สินค้าส่งออกสำคัญ ในปี 2005  ได้แก่ แผ่นฟิล์ม ฟอยล์ และแถบ มูลค่า 534.7  ล้านเหรียญสหรัฐ ร้อยละ 28.8   ถุงและกระสอบพลาสติก  มูลค่า 517.8  ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ร้อยละ  27.9   พลาสติกปูพื้นและผนังมูลค่า  50.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 2.7  หลอดและท่อพลาสติก มูลค่า  43.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 2.3  เป็นต้น

ที่มา : World Trade Atlas 2006

 

 

 

ตลาดส่งออก
ผลิตภัณฑ์พลาสติกของไทย
ปี 2005

ประเทศคู่แข่ง ปี 2005

 

1. สหรัฐอเมริกา 18.0%

1.จีน 20% 2. แคนาดา 27.0% 3. เม็กซิโก 7.9%
4. ญี่ปุ่น 4.9% 13. ไทย 1.5%

2. ญี่ปุ่น 16.7%

1. จีน 42.3% 2. สหรัฐฯ11.8% 3. เกาหลีใต้ 9.3%
4. ไต้หวัน 6.5%  8. ไทย 4.8% 

3. มาเลเซีย 5.9%

1.ญี่ปุ่น 22.9% 2. สิงคโปร์ 15.9% 3.จีน 14.5%
4. สหรัฐฯ 10.7%  5. ไทย 7.5% 

4. สหราชอาณาจักร 4.7%

1. เยอรมนี 19.9% 2. จีน 11.1% 3.ฝรั่งเศส 9.4%
4. อิตาลี 8.1%  18. ไทย 1.1% 

5. ออสเตรเลีย 4.4%

1.จีน 21.6% 2. สหรัฐฯ 17.4%
 3. นิวซีแลนด์ 7.7% 4.เยอรมนี 6.4% 11. ไทย 2.0%

10. จีน 2.5%

1.ญี่ปุ่น 31.3% 2. เกาหลีใต้ 17.3% 3.ไต้หวัน 17.1%
4. สหรัฐฯ 9.6%  14. ไทย 0.7% 

14. อินเดีย 1.3%

1.จีน 14.8% 2. สหรัฐฯ 11.7% 3. เกาหลีใต้ 8.3%
4.เยอรมนี 7.5% 12. ไทย 3.0%

25. นิวซีแลนด์ 0.9%

1.ออสเตรเลีย 25.5% 2. จีน 14.5%
 3. สหรัฐฯ 12.6% 4.เยอรมนี 6.8% 8. ไทย 3.3%

ที่มา : World Trade Atlas 2006(มค.-กย.)

 

3.2  การนำเข้า 

                ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2003-2005)  การนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติก  เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด  จากมูลค่า 1,690.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2003 เพิ่มเป็นมูลค่า 2,118.8 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2005

                สินค้าสำคัญที่นำเข้า  แผ่นฟิล์ม ฟอยล์ และแถบ  มูลค่า 741.9   ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 35.0 ของมูลค่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งสิ้น  รองลงมา คือ ถุงและกระสอบพลาสติก   มูลค่า 90.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 4.3 หลอดและท่อ  มูลค่า 79.6  ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 3.8   กล่อง หีบ มูลค่า 41.9 หรือร้อยละ 2.0 เครื่องใช้สำนักงาน  7.3  ล้านเหรียญสหรัฐหรือร้อยละ 0.3 เป็นต้น

 

                                                             ที่มา : World Trade Atlas 2006 (มค.-กย.)

 

          แหล่งนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกที่สำคัญในปี 2005  คือ นำเข้าจากญี่ปุ่น มูลค่า 823.1 ล้านเหรียญสหรัฐ    ร้อยละ 38.9  ของมูลค่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งสิ้นของไทย รองลงมาคือ จีน มูลค่า 179.8  ล้านเหรียญสหรัฐ    หรือร้อยละ 8.5 สหรัฐอเมริกา  มูลค่า 170 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ  8.0  มาเลเซีย  มูลค่า 164.4  ล้านเหรียญสหรัฐ    หรือร้อยละ 7.8  สิงคโปร์ มูลค่า 132.1   ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.2 

            สำหรับในระยะ 9 เดือนแรกของปี 2006 ( มค.-กย.) ประเทศไทยยังเป็น
ผู้นำเข้าสุทธิ
(Net Importer) ในสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยขาดดุลการค้ามูลค่า 296.9
ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2005  ร้อยละ 53.4

                การส่งออก ในระยะ 9 เดือนแรกของปี 2006  มีมูลค่า 1,470.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2005 ร้อยละ  6.6 โดยส่งออกสินค้าฟิล์ม ฟอยล์ และแถบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 28.2  ของมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งสิ้น   รองลงมาคือ  ถุง กระสอบ ร้อยละ 27.1  เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ร้อยละ 6.9 พลาสติกปูพื้น  ร้อยละ 2.7 หลอดและท่อ  ร้อยละ  2.4  กล่อง หีบ ร้อยละ 1.5 เป็นต้น 

                -  ตลาดส่งออกสำคัญ คือ 1.ญี่ปุ่น 17.8% 2. สหรัฐอเมริกา 16.4%  3. มาเลเซีย 6.4%  4. สหราชอาณาจักร 4.9%  5. ออสเตรเลีย 4.3% 10. จีน 2.7% 12. อินเดีย 1.9%
22.นิวซีแลนด์ 0.9
% เป็นต้น

                การนำเข้า ในระยะ 9 เดือนแรกของปี 2006  มีมูลค่า 1,767.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2005 ร้อยละ 12.4   โดยนำเข้าสินค้าฟิล์ม ฟอยล์ และแถบมากที่สุดร้อยละ  33.5 ของมูลค่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งสิ้น   รองลงมาคือ  ถุง กระสอบ ร้อยละ 4.3  หลอดและท่อ ร้อยละ 3.9   กล่อง หีบ ร้อยละ 1.9 เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ร้อยละ  0.7  เป็นต้น     -  แหล่งนำเข้าสำคัญ คือ 1.ญี่ปุ่น  36.8% 2.จีน 9.7% 3.มาเลเซีย 9.5% 4.สหรัฐฯ  8.5% 16. ออสเตรเลีย 0.8 % 23. อินเดีย 0.4%  และ28. นิวซีแลนด์ 0.2%   เป็นต้น

 

4.  การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติกภายใต้กรอบเจรจา FTA มีดังนี้


                4. 1  ถุงและกระสอบพลาสติก (พิกัด 392321  392329  630532  630533  630539)

                            - ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา  โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2010 ให้กับ

ออสเตรเลีย , นิวซีแลนด์ และจีน 

                                - ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ ออสเตรเลีย ลดอัตราภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2008 และปี 2010  ส่วนนิวซีแลนด์ เป็น 0 % ทันที ยกเว้น ถุงบรรจุของที่เป็นสินค้าอ่อนไหวจะลดเป็น 0 % ในปี 2015 สำหรับจีน ลดอัตราภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 

 

                4.2  แผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ (พิกัด 3919-3921) 

                        - ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2009 และ 2010 ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนจีน เป็น 0% ในปี 2010 ยกเว้น เทปที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสายโทรศัพท์  เป็น 0% ในปี 2009 สารแม่เหล็กที่เหมาะทำเทปวีดีโอ  แผ่นฟิล์มที่ทำด้วยรีเนอ
เรเต็ดเซลลูโลส  เป็น 0
% ในปี 2007

                                - ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ ออสเตรเลีย ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที ยกเว้น แผ่นฟิล์ม (พิกัด 392043) ซึ่งลดเป็น 0% ในปี 2008  นิวซีแลนด์ เป็น 0% ในปี 2010 และจีน เป็น 0% ในปี 2009 และ ปี 2010 

 

            4.3   เครื่องใช้สำนักงานทำด้วยพลาสติก  (พิกัด 392610) 

                        -  ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2009 และ ปี 2010  ให้กับ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน

                                - ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ลดภาษีนำเข้า เป็น 0% ทันที ส่วนจีน เป็น 0% ในปี 2009

            4.4   เครื่องแต่งกายและของใช้ประกอบ ได้แก่ เข็มขัด  ถุงมือ เสื้อคลุม เสื้อแจ็คเก๊ต  (พิกัด 392620) 

                        -   ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2010 ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ยกเว้น ถุงมือ  เป็น 0% ในปี 2015 ให้กับออสเตรเลีย 

                                - ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ ออสเตรเลีย ลดภาษีนำเข้า เป็น 0% ทันที  ส่วนนิวซีแลนด์   กำหนดให้สินค้าทุกรายการ  ได้แก่ เข็มขัด ถุงมือ เสื้อคลุม เสื้อแจ็กเก็ต  เครื่องแต่งกาย  แผ่นรองไหล่ เป็นสินค้าอ่อนไหว โดยลดภาษีเป็น 0 ในปี 2015 และจีน ลดเป็น 0 % ในปี 2009 และปี 2010 

 

            4.5  หลอดและท่อ  (พิกัด 3917) 

                        -   ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2010 ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนจีน ลดภาษีเป็น 0% ในปี 2009 และ ปี 2010

                                -   ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ นิวซีแลนด์  ลดภาษีนำเข้า เป็น 0%ทันที  ออสเตรเลีย ลดภาษีนำเข้า เป็น 0% ในปี 2010 ส่วน จีนลดภาษีนำเข้าเป็น 0 % ในปี 2009 และ ปี 2010

 

                4.6  เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและเครื่องครัว  (พิกัด 392410) 

                        -   ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีนเป็น 0 ในปี 2010  

                                -  ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที ส่วนจีนลดภาษีเป็น 0% ในปี 2010 

 

            4.7 พลาสติกปูพื้นและผนัง  (พิกัด 3918) 

                        -   ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2010   

ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน

                                -   ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย  คือ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ลดภาษีนำเข้า เป็น 0% ทันที  ส่วนจีน ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 

 

            4.8   พลาสติกอื่น ๆ  (พิกัด 3916  3922  392330  392340  3924  3925  3926 ) 

                          ?   อ่างอาบน้ำ อ่างล้างชาม ที่รองนั่งและฝาปิดโถส้วม , ขวด , จุก ฝา , เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว ทำด้วยเมลามีน , เครื่องใช้ในห้องน้ำ, เครื่องประกอบอาคารทำด้วยพลาสติก, ประตูหน้าต่าง รูปปั้นและเครื่องประดับ

                        -   ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา   โดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2010  

ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน

                                -   ประเทศคู่เจรจาลดภาษีให้ไทย   คือ ออสเตรเลีย ลดภาษีนำเข้าสินค้าอ่างอาบน้ำ อ่างล้างชาม ที่รองนั่งและฝาปิดโถส้วม เป็น 0 % ทันที ส่วนขวด จุก ฝา แกนม้วน แท้งน้ำ

ประตูหน้าต่าง ลดภาษีเป็น 0% ในปี 2008 สำหรับ นิวซีแลนด์ลดภาษีเป็น 0% ทันที และ ในปี 2010  ยกเว้นของที่ใช้ในการเข้าค่ายซึ่งจะเป็น 0% ในปี 2015  ส่วนจีนลดเป็น 0% ในปี 2010 

 

5.  ข้อวิเคราะห์

            5.1  การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติกของไทย                

                    - ไทยลดภาษีให้กับประเทศคู่เจรจา  โดยลดภาษีเป็น 0% ให้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ในปี 2010  เป็นส่วนใหญ่  ยกเว้นบางรายการที่ไทยเปิดตลาดโดยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2009 สำหรับถุงมือ ไทยจะลดภาษีให้ออสเตรเลียเป็น 0% ในปี 2015 

 

5.2     การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศคู่เจรจา

·        ออสเตรเลีย 

-          ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที ในสินค้าแผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ 

เครื่องใช้สำนักงานทำด้วยพลาสติก  เครื่องแต่งกายและของใช้ประกอบ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

                                     -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2008 ในสินค้าถุงและกระสอบพลาสติก ขวด แกนม้วน แท้งน้ำ ประตูหน้าต่าง เป็นต้น

                                      -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 ในสินค้าหลอดและท่อพลาสติก 

·      นิวซีแลนด์ 

-  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที ในสินค้าแผ่นฟิล์ม ฟอยล์และแถบ 

ถุงและกระสอบพลาสติก เครื่องใช้สำนักงานทำด้วยพลาสติก  เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร หลอดและท่อ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร พลาสติกปูพื้นและผนัง

-  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 ในสินค้าอ่างอาบน้ำ ฝาปิดโถชักโครก

                             -  ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2015 ในสินค้าเครื่องแต่งกายและของใช้ประกอบ ของใช้ในการเข้าข่าย ซึ่งเป็นสินค้าอ่อนไหวของนิวซีแลนด์

·        จีน 

-          ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2010 เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางรายการที่

ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ในปี 2009 

 

                                สรุป  สินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก ที่มีการเปิดตลาดภายใต้กรอบ FTA ไปแล้วนั้น โดยภาพรวมแล้ว ส่วนใหญ่ไทยทยอยลดภาษี เป็น 0 ในปี 2010 ในขณะที่คู่เจรจา  เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ได้เปิดตลาดให้ไทยทันทีที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ ในสินค้า ฟิล์ม ฟอยล์ และแถบ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องแต่งกาย  เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร  พลาสติกปูพื้น  อ่างอาบน้ำ  แต่จีนเปิดตลาดให้ไทย ปี 2010

                     อย่างไรก็ตาม  การที่คู่เจรจาเปิดตลาดให้ไทย จะทำให้ไทยได้ประโยชน์สามารถส่งออกสินค้าไปขายแข่งขันในตลาดคู่เจรจาได้มากขึ้น และสินค้าที่ไทยยังไม่พร้อมที่จะแข่งขันจะ

ยืดระยะเวลาการลดภาษีออกไปเพื่อให้ผู้ประกอบการของไทยมีเวลาในการปรับตัว  เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

 

* ตารางลดภาษีผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไทยลดภาษีให้คู่เจรจา                    

        * ตารางลดภาษีผลิตภัณฑ์พลาสติกที่คู่เจรจาลดภาษีให้ไทย

 

  --------------------------------

 

 

 

กลุ่มงานวิเคราะห์สินค้าอุตสาหกรรม 1      

สำนักวิเคราะห์สินค้าอุตสาหกรรม

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

พฤศจิกายน 2549

 


Written By:  admin
Date Posted:  23/11/2549
Number of Views:  7738

Return