Search
Main Menu
 รายละเอียด
การปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดตลาดบริการขนส่งทางน้ำและลอจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่อง

ต่อจากฉบับที่ 373 ที่กล่าวเกริ่นในเรื่องของนโยบายพัฒนาบริการขนส่งทางน้ำและลอจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งทางน้ำนับตั้งแต่ท่าเรือจนถึงโรงงานลูกค้า ประกอบกับไทยได้เข้าเป็นภาคีองค์การการค้าโลก (WTO) และมีข้อเรียกร้องให้ไทยเปิดตลาดบริการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างประเทศ และขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่ต่อเนื่องหลายรูปแบบที่ต่อเนื่องหลายรูปแบบที่ต่อเนื่องจากท่าเรือ ไทยจึงจำเป็นต้องศึกษาการเปิดตลาดการค้าบริการสาขาการขนส่งทางน้ำและลอจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อเตรียมการเจรจาระหว่างประเทศในรอบใหม่ ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ วันนี้เราจะมาพูดกันต่อถึงผลของการศึกษาว่าเป็นเช่นไร

ในภาพรวม ธุรกิจของไทยมีจุดแข็งด้านความได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงาน การจับกลุ่มลูกค้าธุรกิจกิจที่เป็น SME และชำนาญเฉพาะการบริการขนส่งระยะสั้น ในขณะเดียวกัน ก็มีจุดอ่อนด้านคุณภาพและมาตรฐานด้านระบบการให้บริการและความสามารถของบุคลากร และผู้ส่งสินค้ามีความนิยมใช้บริการของธุรกิจบริการลอจิสติกส์ได้ครบวงจร ทำให้ไทยถูกผลักดันจากต่างประเทศให้เปิดเสรีการบริการทางด้านนี้

มาตรการสำคัญที่ไทยใช้ปกป้องผู้ประกอบการภายในประเทศ ได้แก่ การใช้มาตรการสงวนสินค้าที่ขนส่งภายในประเทศและชายฝั่งให้เรือไทย การสงวนสินค้ารัฐบาลลงเรือไทย และการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีต่าง ๆ แก่เรือไทย ซึ่งมีความแตกต่างสิงคโปร์ ฮ่องกง และประชาคมยุโรปซึ่งมีนโยบายพัฒนาให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการขนส่งและลอจิสติกส์โดยเปิดตลาดให้มีการแข่งขันอย่างเสรี ขณะที่ฟิลิปปินส์เน้นการพัฒนาและส่งออกคนประจำเรือไปทำงานบนเรือต่างชาติ

ซึ่งจากการประเมินความพร้อมในการแข่งขันและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พบว่าไทยมีท่าทีในการกำหนดข้อเรียกร้องการเปิดตลาดค่อนข้างจำกัด  เนื่องจากชำนาญเฉพาะการให้บริการภายใน

ประเทศ ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน และจีน ดังนั้นท่าทีในการกำหนดข้อเรียกร้องการเปิดตลาดจึงมีค่อนข้างจำกัดและเน้นพัฒนาความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังไม่ต้องการให้ไทยยื่นข้อเสนอเปิดตลาด ทั้งที่บริการขนส่งและลอจิสติกส์บางประเภทยังไม่มีประสิทธิภาพแต่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของประเทศ และหากมีการเจรจาเปิดตลาดก็ควรใช้การเปิดตลาดแบบระบุเฉพาะสาขาที่ต้องการเปิดเสรีและมีการพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยจะต้องเข้ามาร่วมทุนหรือจับมือทำพันธมิตรทางธุรกิจกับคนไทย รวมทั้งมีข้อกำหนดการถ่ายทอดเทคโนโลยี

สรุปแล้ว ในภาพรวม ไทยอาจพิจารณาดำเนินการปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดตลาดบริการขนส่งทางน้ำและลอจิสติกส์โดยดำเนินการ (1) ฝึกอบรมพัฒนาผู้ประกอบการ (2) มีองค์การถาวรดูแลภาพรวมทิศทางและนโยบายการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจลอจิสติกส์ (3) ส่งเสริมด้านมาตรการทางการเงินแก่ผู้ประกอบการไทย (4) ส่งเสริมการรวมตัวของผู้ประกอบการ (5) ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ส่งสินค้าหันมาใช้บริการเรือไทยมากขึ้น (6) พิจารณาความเหมาะสมในการสร้างกฎระเบียบและยกมาตรฐานคุณภาพให้ทัดเทียมต่างประเทศ (7) จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานและผลักดันให้คู่เจรจายอมรับ และ (8) ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจจัดหาคนประจำเรือ

 


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  4612

Return