Search
Main Menu
 รายละเอียด
ปิดฉาก WTO จบสวยแบบพลิกความคาดหมาย

การประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก หรือ WTO ครั้งที่ 6 ที่เมืองปูซาน ประเทศฮ่องกง ระหว่างวันที่ 13-18 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ WTO อย่างแท้จริง เพราะก่อนหน้านี้ต่างฝ่ายก็คาดการณ์กันว่าจะล่มปากอ่าวเหมือนกับการประชุมรอบโดฮา และแคนคูนที่ไม่มีใครยอมรับข้อเสนอของกันและกัน

                แต่ก็นับเป็นเรื่องที่พลิกความคาดหมาย เมื่อการประชุมครั้งนี้ ประสบความสำเร็จ ในระดับหนึ่ง เพราะสมาชิกของ WTO ทั้ง 149 ประเทศสามารถหาข้อสรุปในการเปิดตลาดสินค้าเกษตร และการลด/เลิกการอุดหนุนสินค้าเกษตร และการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรมได้ สำหรับการเจรจาการค้ารอบใหม่ หรือรอบโดฮา ซึ่งรัฐมนตรี WTO ได้ตกลงให้มีการเจรจาตั้งแต่ปี 2544 ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์

                ทั้งนี้สมาชิก WTO ได้มีการเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ได้เนื่องจากความล้มเหลวจากการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 5 ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโกที่ผ่านมา

                อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามจากประเทศสมาชิกเพื่อให้การเจรจาการค้าพหุภาคีมีความก้าวหน้าไปมากกว่าที่ดำเนินอยู่ จึงได้มีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทั้งสองฝ่ายได้บรรลุผลการเจรจาโดยการออก July Package ในเดือนสิงหาคม 2547 ที่ผ่านมา และถือได้ว่าเป็นต้นร่างของการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 6 ที่ฮ่องกง

                นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ได้มีโอกาสเข้าร่วมในฐานะรัฐมนตรีการค้าของไทยเป็นครั้งแรก ได้สรุปถึงผลการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 6 ว่า การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะที่ประชุมสามารถกำหนดระยะเวลาในการยกเลิกการอุดหนุนสินค้าเกษตรทั้งการอุดหนุนภายใน และส่งออกได้ จากเดิมที่ประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ไม่มีแม้แต่ท่าทียินยอมก่อนหน้านี้ เรื่องนี้จึงเสมือนเป็นสิ่งที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิดก็ตาม

                ในส่วนของการอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร ทุกประเทศจะยกเลิกการอุดหนุนดังกล่าวในทุกรูปแบบภายในปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ.2013) ส่วนการอุดหนุนการผลิตในประเทศ เช่น การประกันราคา ที่ประชุมกำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จะลดการให้การอุดหนุนในอัตราส่วนที่มากกว่าประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

                แม้การตกลงกันระหว่างกลุ่มประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนาจะจบลงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่สามารถกำหนดอัตราที่จะลดได้ว่าควรจะอยู่ที่เท่าไร และใช้หลักเกณฑ์ใดมาคำนวณ จึงเป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินการเจรจากันต่อ และให้ได้กรอบการลดภาษีดังกล่าวภายในเดือนเมษายน 2549 ขณะที่การเข้าสู่ตลาดนั้น แน่นอนว่าประเทศพัฒนาแล้ว จะต้องลดภาษีการนำเข้าให้มากกว่าประเทศกำลังพัฒนา และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

                การยกเลิกการอุดหนุนภายในปี 2556 แม้จะยังเหลือเวลาอีกหลายปี แต่ถือว่าการประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จากเดิมที่ประเทศพัฒนาแล้วไม่ยอมเลย ซึ่งหากยกเลิกการอุดหนุน และเปิดตลาดเสรีสินค้าเกษตรแล้ว ประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ อย่างไทย บราซิล หรืออาร์เจนตินา จะได้รับประโยชน์มาก เพราะจะขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น และส่งออกได้มากขึ้น นายสมคิด กล่าวโดยสรุป

                ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ที่ประชุมสรุปว่า ประเทศพัฒนาแล้วจะต้องลดภาษีในอัตราที่มากกว่าประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด โดยต้องจัดทำกรอบการลดภาษีให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2549 ขณะที่การเปิดเสรีบริการ ไม่มีความคืบหน้าไปมากนัก ทั้งนี้คาดว่า จะสามารถปิดการเจรจารอบโดฮาได้ภายในสิ้นปี 2549 จากนั้นจะมีการยกร่างตัวบทกฎหมายที่จะเป็นข้อผูกพันของประเทศสมาชิกอีก 1 ปี และคาดว่าสามารถเริ่มลดภาษีได้จริงตั้งแต่ปี 2551 (ค.ศ. 2008) เป็นต้นไป

                ขณะที่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สรุปว่าการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 6 ครั้งนี้ การเจรจาในประเด็นต่างๆ ดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยประเด็นปัญหาอยู่ที่การเปิดตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่พอใจข้อเสนอของสหภาพยุโรปที่จะเปิดตลาดสินค้าเกษตรในอัตราที่ต่ำกว่าที่เรียกร้อง ทำให้สมาชิกไม่สามารถตกลงกันได้ และส่งผลไปถึงการเจรจาเรื่องอื่นๆ ไม่คืบหน้าไปด้วย

                โดยในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2548 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมรัฐมนตรีถึง 3 วาระได้แก่ 1)การประชุมกลุ่ม 5 ประเทศที่เป็นหัวหอกของการเจรจาที่กรุงลอนดอน คือ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป อินเดีย บราซิล และญี่ปุ่น 2) การประชุมกลุ่ม G20 (ประเทศกำลังพัฒนาผู้ส่งออกสินค้าเกษตร 21 ประเทศที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันให้มีการเปิดเสรีสินค้าเกษตร อาทิ ไทย บราซิล อินเดีย จีน เม็กซิโก อียิปต์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) และ 3) การประชุมรัฐมนตรี WTO กลุ่มย่อย 24 ประเทศ ที่เจนีวา ประกอบด้วย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น บราซิล อินเดีย  อินโดนีเซีย สวิตเซอร์แลนด์

                การประชุมครั้งนี้ กลุ่มประเทศสมาชิก WTO มีเจตนาที่แน่วแน่ ในการที่จะผลักดันการเจรจารอบโดฮาให้เดินหน้าต่อไปได้อีกครั้ง สำหรับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีเอเปก และสมาชิก WTO ย้ำท่าทีของไทยในเรื่องต่างๆ โดยเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญ คือ การปฏิรูปการค้าเกษตร ซึ่งไทยต้องการให้ที่ประชุมที่ฮ่องกงตกลงเรื่องสูตรการลดภาษีสินค้าเกษตร การลดการอุดหนุนภายในให้สำเร็จ และตกลงในเรื่องกำหนดระยะเวลาที่จะยกเลิกการอุดหนุนส่งออกสินค้าเกษตรให้หมดไปให้ได้

                ความสำเร็จจากการประชุมในครั้งนี้ ถือได้ว่า การค้าในระดับพหุภาคียังคงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่สามารถละเลยได้  และเชื่อว่าเมื่อประเทศสมาชิกได้ปฏิบัติตามข้อตกลงจากการเจรจาอย่างครบถ้วน ก็จะส่งผลดีต่อการค้าของไทยและประเทศสมาชิกโดยรวมอย่างแน่นอน

 

/////////////////////////////////////////////////////


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  6368

Return