Search
Main Menu
 รายละเอียด
พาณิชย์เดินหน้าบุกตลาดอินเดียหวังขยายการส่งออก

นับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านภารกิจต่างประเทศ (Regional Hub) แบ่งตามประเทศสำคัญในภูมิภาคต่างๆ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน อาเซียน และอินเดีย เป็นต้น เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกและเชิงรับในการขยายการค้าสู่ตลาดคู่ค้าเดิมและตลาดใหม่ของไทย ซึ่งในส่วนของประเทศอินเดีย นำโดยนายธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์  ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน (Regional Leader) ได้เดินทางไปสำรวจตลาดต่างๆ ที่มีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า แหล่งธุรกิจ เมืองท่า และแหล่งเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย ได้แก่ นิวเดลี   มุมไบ เชนไน บังกะลอร์ และโคชิน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง

ก่อนการเดินทาง ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยศึกษาสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการขยายตลาดส่งออกสู่อินเดีย ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรกลการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ และสาขาการลงทุนที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การก่อสร้าง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อาหารแปรรูป เป็นต้น เพื่อเป็นอีกกลไกหนึ่งนอกเหนือจากการจัดทำเขตการค้าเสรี ที่จะมาช่วยสนับสนุนให้มูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-อินเดีย ขยายตัวเพิ่มขึ้น   

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา นายธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์  ได้พาคณะเดินทางไปยังเมืองกัลกัตตา รัฐเบงกอลตะวันตก และเข้าเยี่ยมคารวะ นาย Buddhadeb Bhattacharjee (Chief Minister of West Bengal) ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในรัฐภูมิภาคแถบนี้ ที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนให้มีการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะสาขาประมง อาหารแปรรูป และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีศักยภาพ และต้องการขยายตลาดการค้าและการลงทุนสู่ประเทศอินเดียอยู่แล้ว และยังชี้ให้เห็นว่ากัลกัตตาเป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย ที่เป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินเพียง 2 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ

ในการนี้คณะฯ ได้พบภาคเอกชนที่สำคัญ ได้แก่ National Bengal Chamber of Commerce & Industry (NBCC) ซึ่งได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสทางการค้า การลงทุน โดยชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันรัฐให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และสินค้าที่มีศักยภาพในการนำเข้าจากไทย คือ เคมีภัณฑ์ และสินค้าพวกอัญมณี อันจะเป็นโอกาสอันดีต่อนักธุรกิจ และผู้ประกอบการไทย ที่จะมองรัฐเบงกอลตะวันตกเป็นแหล่งขยายตลาดส่งออกสำคัญ และเพิ่มการลงทุนของไทยในอนาคตต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปเยือนเมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัม  ซึ่งเป็นรัฐที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิดกับไทย  เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของรัฐดังกล่าวสืบเชื้อสายมาจากไทย-อาหม และนับเป็นครั้งแรกในรอบหลาย 10 ปี ที่ข้าราชการระดับสูงจากไทยเดินทางมาเยือนภูมิภาคแถบนี้ และมีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัฐอัสสัม (นาย Pradyut  Bordoloi) เพื่อหารือข้อราชการและกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เนื่องจากรัฐอัสสัมมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมกับไทยมาช้านาน ซึ่งรัฐมนตรีรัฐอัสสัมพร้อมให้การสนับสนุนในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-อินเดีย โดยรัฐอัสสัมยังมีความต้องการพัฒนาด้านสาธารณูปโภค  โดยเฉพาะการก่อสร้างถนน สะพาน ที่อยู่อาศัย รวมทั้งโรงแรม และภัตตาคารอีกมาก

          ดังนั้นจึงชักชวนให้นักธุรกิจไทยหันมาให้ความสนใจลงทุนด้านการก่อสร้างในภูมิภาคแถบนี้ ซึ่งปัจจุบัน ภาคเอกชนกำลังผลักดันให้รัฐอัสสัมเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญอีกแหล่งในอินเดีย เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างชาติ อีกทั้งกูวาฮาติยังมีห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงของอินเดีย เช่น Citimart สามารถเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้านำเข้าจากไทยด้วย

ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้พบหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับภาคเอกชนอินเดียคือ Industries and Trade Fair Association of Assam (ITFAA) และผู้แทนจากสหภาพนักศึกษารัฐอัสสัม เกี่ยวกับลู่ทางการขยายการค้าการลงทุน รวมถึงโอกาสทางการค้าสำหรับสินค้าที่มีศักยภาพระหว่างกัน ซึ่งนักธุรกิจอินเดียมีท่าทีกระตือรือร้นในการทำธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจไทย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยในการเดินทางจากกูวาฮาติ-กรุงเทพฯ ใช้เวลาบินเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น 

          การเดินทางมาเยือนรัฐเบงกอลตะวันตกและรัฐอัสสัมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการฟื้นฟูและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ยังเห็นว่าทั้งเมืองกัลกัตตาและกูวาฮาติจะเป็นประตูในการกระจายสินค้าของไทยสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งสำหรับนักธุรกิจและนักลงทุนไทย

 

----------------------------------

 


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  6053

Return