Search
Main Menu
 รายละเอียด
อานิสงส์ FTA ชีสไทยโกอินเตอร์

ผลิตภัณฑ์เนยแข็งหรือชีสเป็นสินค้าหนี่งในกลุ่มสินค้าเกษตรที่ไทยได้ตกลงจะทยอยลดภาษีนำเข้าให้กับผลิตภัณฑ์ชีสที่นำเข้าจากออสเตรเลีย จนเหลือ 0 ภายใน 15 ปี นับแต่ความตกลงการค้าเสรีไทย ออสเตรเลีย มีผลบังคับใช้ คือเหลือ 0% ภายในปี 2563 และไทยยังสามารถเจรจาขอให้ออสเตรเลียยินยอมให้ไทยใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard : SSG) กับสินค้าอ่อนไหวหลายรายการรวมทั้งผลิตภัณฑ์ชีสด้วย ซึ่งมาตรการหนึ่งภายใต้ SSG คือการกำหนดปริมาณนำเข้าผลิตภัณฑ์ชีสในแต่ละปี ที่จะเรียกเก็บภาษีในอัตราหลังการลดภาษี (ตารางที่ 1) หากมีการนำเข้ามากกว่าปริมาณที่กำหนด ส่วนเกินจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราก่อนหน้าการปรับลดภาษีทันที ซึ่งอัตราภาษีก่อนลดคือประมาณ 30-33 %

 

ตารางที่ 1 : ปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์ชีสที่ไทยกำหนดในแต่ละปีสำหรับการเสียภาษี

      ต่ำภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย ออสเตรเลีย

หน่วยปริมาณ : เมตริกตัน

พิกัดสินค้า

รายการ

ภาษีก่อนลด

2548

2553

2558

2563

040610 - 20

เนยแข็งสดและเป็นผง

33%

50

63.81

81.44

103.95

040630

เนยแข็งแปรรูป

33%

550

701.95

895.89

1,143.41

040690

เนยแข็งอื่นๆ รวมครีมชีส

30%

360

459.46

586.40

748.41

 

ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

 

          ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ชีสภายใต้ FTA ไทย ออสเตรเลีย ไทยได้เวลาในการปรับตัว 15 ปี

ไทยสามารถเจรจาให้จีนจัดให้ผลิตภัณฑ์ชีสอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ต้องนำมาเร่งลดภาษี (Early Harvest) โดยจีนยินยอมเริ่มทยอยลดภาษีผลิตภัณฑ์ชีสตั้งแต่ 1 มกราคม 2547 จนเหลือ 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2549 ทำให้ไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ชีสไปยังจีนได้เป็นครั้งแรกในปี 2548 โดยมีมูลค่าส่งออกถึง 43,008 เหรียญสหรัฐ และใน 7 เดือนแรกของปี 2549 ไทยสามารถส่งออกชีสไปจีนมีมูลค่าถึง 141,820 เหรียญสหรัฐ (ตารางที่ 2) ทำให้จีนเป็นผู้นำเข้าชีสรายใหญ่ที่สุดของไทยแทนที่ฟิลิปปินส์ แต่อย่างไร

ก็ตาม คู่แข่งที่น่าจับตามองคือบราซิลและมาเลเซีย 

 

 

 

 

  

 

 

 

ตารางที่ 2 : การนำเข้าชีสของจีนจากประเทศสำคัญ

ประเทศ

มูลค่า (เหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (เปอร์เซ็นต์)

2547

2548

2549 *

2547

2548

2549 *

โลก

10,456,436

14,700,202

23,524,832

100.00

100.00

100.00

นิวซีแลนด์

5,143,975

6,679,578

9,982,201

49.19

45.44

42.43

ออสเตรเลีย

3,369,609

4,410,868

6,663,859

32.23

30.01

28.33

บราซิล

0

230,766

384,854

0.00

1.57

1.64

มาเลเซีย

10,955

55,453

187,693

0.10

0.38

0.80

ไทย

0

43,008

141,820

0.00

0.29

0.60

หมายเหตุ : ตัวเลขปี 2549 ถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : Global Trade Statistics

 

ประเทศไทยมีโรงงานผลิตชีสทั้งหมด 8 โรงงาน ผลิตชีสได้ปีละประมาณ 2,000 ตัน ส่วนความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ชีสในประเทศทั้งที่เป็นการบริโภคโดยตรง และเป็นวัตุดิบทางอุตสาหกรรมอาหาร มีรวมกันประมาณ 5,000 6,000 ตันต่อปี ทำให้ไทยต้องนำเข้าชีสจากต่างประเทศประมาณ 3,000 4,000 ตันต่อปี      

 

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เข้าเยี่ยมชมกิจการของบริษัท ไมเนอร์ ชีส จำกัด อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีสหรือเนยแข็งและไอศครีมรายใหญ่ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการเปิดตลาดชีสภายใต้ FTA ไทย-ออสเตรเลีย แต่จากการรับฟังผลการดำเนินงานพบว่า   การที่ไทยได้มีเวลาสำหรับการปรับตัวอย่างเพียงพอ คือ 15 ปี ก่อนที่ภาษีจะค่อยๆ ทยอยลดเหลือ 0% ภายในปี 2563 และยังสามารถนำมาตรการ SSG มาใช้ ทำให้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมชีสของไทยมีไม่มากนัก   นอกจากนี้ การที่จีนยอมลดภาษีเป็น 0% เมื่อมกราคม 2549 ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจจากการผลิตชีสเพื่อขายภายในประเทศเป็นการจำหน่ายไปต่างประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียรวมทั้งจีนมากขึ้นเรื่อยๆ และปัจจุบันสามารถขยายบริษัทในเครือที่ใช้ชีสเป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหาร  เช่น เดอะพิซซ่าคอมปานี ซิสเล่อร์ สเวนเซ่น เบเกอร์คิง เป็นต้น และได้รับการตอบรับจากการขยายแฟรนไชส์ของแบรนด์เหล่านี้ในประเทศจีนเป็นอย่างดี ซึ่งโรงงานกำลังศึกษาลู่ทางและวางแผนจะขยายสาขาไปยังเมืองต่างๆ ในจีน ให้มากขึ้นต่อไป

 

-----------------------------


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  10623

Return