Search
Main Menu
 รายละเอียด
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ : การเจรจาเปิดตลาดกับประเทศคู่ค้าสำคัญ (ตอนที่ 2)

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของสหรัฐฯ เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมียอดขายในช่องทางต่างๆ สูงถึงกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งแนวทางการพัฒนาของการผลิตภาพยนตร์สหรัฐฯ จะเป็นแนวทางที่มีผลกระทบต่อตลาดในประเทศอื่นๆ     ทั่วโลก คาดว่าในช่วงระยะเวลา 5 ปี (2547-2551) ตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์(เช่น  โรงภาพยนตร์  การเช่าภาพยนตร์  ธุรกิจเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน  บริการแบบสมัครสมาชิก เป็นต้น) ของโลกจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6.3 ต่อปี   และในปี 2551 ตลาดภาพยนตร์ของสหรัฐฯ จะมีมูลค่าประมาณ 46.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ  ซึ่งในจำนวนนี้เกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นยอดขายจาก home video ซึ่งขยายตัวร้อยละ 5.3 ต่อปี และรองลงมาคือ การจำหน่ายภาพยนตร์บันทึกสื่อ (sell through) ซึ่งขยายตัวโดยเฉลี่ยร้อยละ 9.8

          การพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิตัลสำหรับนำมาใช้ในธุรกิจภาพยนตร์ (เช่น การทำ VDO และ Laser Disk ซึ่งต่อมาเป็น CD and DVD) ทำให้เกิดการก็อบปี้ภาพยนตร์ในแผ่นฟิล์มออกเป็นรูปแบบต่างๆ ได้โดยง่าย และทำให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์กันอย่างมาก จนเป็นปัญหาสำคัญของธุรกิจภาพยนตร์   ดังนั้น สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหายรายใหญ่ที่สุดของโลกจึงพยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะแก้ปัญหานี้

            การค้าของไทยกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ มีรูปแบบต่างๆ  คือ

          -  การเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย

               ในปี 2548 ผู้สร้างภาพยนตร์จากสหรัฐฯ ก็ได้เข้ามาทำการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยถึง 22 เรื่องจากภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำทั้งหมด 492 เรื่อง ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้อำนวยความสะดวกและจูงใจ ให้แก่การที่กองถ่ายต่างชาติจะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย เช่น การลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาของกองถ่ายเหลือเพียง 10% เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นักสร้างภาพยนตร์จากประเทศสหรัฐฯ ยังมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

          -  การนำเข้าภาพยนตร์

              ไทยนำภาพยนตร์จากสหรัฐฯ เข้ามาฉายมากที่สุด  ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา  ผู้นำเข้าในไทยเคยมีปัญหากับผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในสหรัฐฯ จนทำให้เกิดการลดจำนวนภาพยนตร์ที่จะเข้ามาฉายในไทย แต่ภาพยนตร์จากสหรัฐฯ ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ยังมีสัดส่วนสูงที่สุด  อย่างไรก็ตาม  ปัญหานี้ปัจจุบันได้แก้ไขไปแล้ว

              นอกจากการนำเข้าภาพยนตร์มาฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว การนำเข้าภาพยนตร์ในรูปของ digital จากสหรัฐฯ ก็มีมาก ทั้งเป็น DVD/VCD และผ่านระบบโทรคมนาคม เช่น ดาวเทียม

         

 

-  การเข้ามาจัดตั้งธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์

               บริษัทจำหน่ายภาพยนตร์จากสหรัฐฯ เข้ามาร่วมทุนกับคนไทย เพื่อจัดตั้งธุรกิจการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ เช่น กลุ่ม Columbia Tristar, United International Picture และกลุ่ม Time-Warner (ถือหุ้นของสหมงคลฟิล์ม) ส่วนแบ่งตลาดของกลุ่มเหล่านี้ น่าจะมีมากกว่า 90% ของตลาดในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท

          -  การส่งภาพยนตร์ไทยออกไปจำหน่าย/ฉายในสหรัฐฯ

          ไทยเกือบจะไม่มีการส่งออกภาพยนตร์ไปฉายในโรงภาพยนตร์ของสหรัฐฯ เลย ถึงแม้จะมีการนำเข้า VCD ภาพยนตร์บ้าง แต่เมื่อปี 2547 นี้ภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัย เป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งมีการตัดต่อใหม่แล้วนำไปฉายในสหรัฐฯ แต่ก็ทำรายได้ไม่มาก ต่อมามีการนำภาพยนตร์เรื่องต้มยำกุ้ง ซึ่งจะเข้าไปฉายในสหรัฐฯ อีก และในอนาคตอาจจะมีการสร้างภาพยนตร์ซึ่งส่งออกไปฉายในสหรัฐฯ ได้มากกว่านี้

 

ปัญหาที่สหรัฐฯ กังวล คือ การละเมิดลิขสิทธิ์ของภาพยนตร์ที่นำเข้ามาฉายในไทย สหรัฐฯ ได้ร้องขอให้ไทยแก้ไขข้อกฎหมายลิขสิทธิ์ต่างๆ เพื่อคุ้มครองภาพยนตร์ที่นำเข้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการขโมยสัญญาณ เช่น ที่ผู้ประกอบการเคเบิ้ล TV ในต่างจังหวัดทำอยู่

          ในด้านมุมมองของไทย สิ่งที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย ต้องการจากสหรัฐฯ คือ การลงทุน และเทคโนโลยี แต่ธุรกิจภาพยนตร์ของไทยยังเล็กอยู่ ดังนั้น จึงไม่จูงใจให้นักธุรกิจด้านนี้จากสหรัฐฯ เข้ามาลงทุน

          นโยบายของไทยคือ การสนับสนุนการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า  ประสบความสำเร็จเพราะมีมาตรการสนับสนุนด้านภาษีและการอำนวยความสะดวกต่างๆ  แต่ต้องเร่งสร้างจุดขายให้มากขึ้น เพราะต้องแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ซึ่งมีจุดขายคล้ายๆ กับของไทย เช่น   มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นต้น

                                                                                   

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษาตามโครงการจ้างที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มสินค้าบริการ ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ว่าจ้างบริษัทพีดับบลิวซี คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษา มีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งที่ [email protected]tn.go.th


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  7968

Return