Search
Main Menu
 รายละเอียด
ข้าวไทย : การส่งออกที่ขยายตัวภายใต้การแข่งขันหลังการเปิดเสรี

ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นไทย จีน และเวียดนาม  แต่ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก  รองลงมาคือ เวียดนาม   โดยไทยส่งออกข้าวได้ประมาณปีละ 7-8 ล้านตัน  มูลค่าเฉลี่ย 83,409 ล้านบาท   

                        ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไทยได้เจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ  และข้าวเป็นสินค้าเป้าหมายหลักที่ไทยต้องการผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดให้ข้าวไทยมากขึ้น  จะเห็นว่าหลังเปิดเสรีการค้าสินค้ากับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และจีน ปรากฎว่าการส่งออกข้าวไทยไปยังประเทศดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น คือ  ในออสเตรเลีย   มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก  1,060.1 ล้านบาท ในปี 2547  เป็น  1,445.8 ล้านบาท ในปี 2548   เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.4    และในไตรมาส แรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2549          การส่งออกมีมูลค่า 650.6 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 2   จากช่วงเดียวกันของปี 2548     นิวซีแลนด์  มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก  184.8   ล้านบาท  ในเดือน ก.ค. 47 - มิ.ย. 48   เป็น  208.4  ล้านบาท ในเดือน ก.ค. 48-   มิ.ย. 49    เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7     

                        สำหรับ จีน  แม้สินค้าข้าวส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวสูง( highly sensitive ) ยังคงไม่ได้ลดภาษีนำเข้า     ลงมา  แต่จีนจะเริ่มลดภาษีข้าวนอกโควตา( สินค้า highly sensitive) ลงมาในปี 2558  เหลือร้อยละ 50   (จากปัจจุบันเก็บในอัตราร้อยละ 65.0)    ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดที่น่าจับตามองในฐานะเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญในอันดับต้นๆ ของไทย  ที่ผ่านมาก็มีการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากแม้ว่าจะยังไม่ได้มีการลดภาษีตามกรอบ FTA ก็ตาม   โดยไทยสามารถส่งออกข้าวไปยังจีนเพิ่มขึ้นจาก 320,773.4 ตัน  มูลค่า 4,456.6  ล้านบาทในปี 2545   เป็น  513,516.3 ตัน  มูลค่า 7,773.8  ล้านบาท  ในปี 2548   และในครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.)  ของปี 2549  เป็น  302,765.8 ตัน  มูลค่า 4,299.0 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2548   ทั้งปริมาณและมูลค่าร้อยละ 83.1 และ  72.9 ตามลำดับ 

                        แม้ว่าไทยจะครองตลาดการส่งออกข้าวอันดับ 1 อยู่นี้ ในขณะที่ เวียดนามเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2  ก็พยายามเร่งพัฒนาตนเองเพื่อจะแซงหน้าประเทศไทย  ปัจจุบันเวียดนามมีการส่งออกข้าวเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านตันต่อปี  เทียบกับไทยที่ส่งออกเฉลี่ยประมาณ 7-8 ล้านตันต่อปี   และเวียดนามมีการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นในแต่ละปี    ทั้งนี้เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถผลิตข้าวได้มากกว่าเดิม  โดยการปรับปรุงเทคโนโลยีการชลประทาน   การผลิตใช้เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อเก็บรักษาข้าวเปลือกให้คงคุณภาพไว้  และคุณภาพของข้าวก็ดีขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน   นอกจากนี้        กระทรวงเกษตรฯ ของเวียดนามได้ปรับแผนยุทธศาสตร์ในการผลิตข้าวถึงปี 2550  ด้วยการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวอีกกว่า 6.25 ล้านไร่ในภาคใต้ และ 1.8 ล้านไร่ในภาคเหนือ  โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตข้าวให้ได้ถึง 36 ล้านตันต่อปี    

                        ถึงแม้ว่าเวียดนามสามารถผลิตข้าวได้มากขึ้นแต่ก็ประสบปัญหาด้านคุณภาพของผลผลิตที่ไม่แน่นอน   และข้าวหอมมะลิที่ส่งออกนั้นยังคงมีปริมาณน้อย  เนื่องจากเวียดนามยังไม่สามารถปลูกข้าวชนิดนี้ได้ทั่วไป   ประกอบกับข้าวหอมมะลิของเวียดนามยังมีคุณภาพต่ำกว่าข้าวหอมมะลิของไทย  ซึ่งข้าวหอมมะลิของเวียดนามจะมีเมล็ดข้าวที่มีรูปร่างของเมล็ดไม่สม่ำเสมอและรสชาติสู้ข้าวหอมมะลิไทยไม่ได้ ทำให้ข้าวเวียดนามถูกเปรียบเทียบว่ามีคุณภาพต่ำกว่าในตลาดโลก

                        ดังนั้น ชาวนาไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  คงจะนิ่งนอนใจไม่ได้แต่ควรจะต้องรีบพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อรักษาศักยภาพการแข่งขันและเป็นผู้ครองตลาดอันดับหนึ่งของโลกตลอดไป 

---------------------------------


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  21976

Return