Search
Main Menu
 รายละเอียด
การค้าสินค้าอุตสาหกรรมของไทยภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี

สินค้าอุตสาหกรรมเป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจรวมของไทย โดยมีสัดส่วนกว่า   ร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้ารวมของไทย   ในปี 2548 การค้าสินค้าอุตสาหกรรมของไทยภายใต้กรอบ   ความตกลงการค้าเสรีกับ 4 ประเทศ  ได้แก่  ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  อาเซียน-จีน และอินเดีย             (82 รายการ)  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.6 โดยส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.9  นำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ  24.8  และในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.- พ.ค.) ของปี 2549 การค้าของไทยภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีกับ 4 ประเทศ ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น จากระยะเวลาเดียวกันของปี 2548 ร้อยละ 17.2 เป็นการขยายตัวด้านการส่งออก ร้อยละ 28.6 โดยส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.2 และนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 ซึ่งยังคงเป็นการเพิ่มขึ้นของสินค้าอุตสาหกรรมร้อยละ 8.3

                    สินค้าที่ไทยส่งออกเพิ่มขึ้นในแต่ละประเทศ คือ

- ออสเตรเลีย  ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ  เหล็กและเหล็กกล้า  เครื่องปรับอากาศ 

เครื่องคอมพิวเตอร์   ผลิตภัณฑ์ยางและเม็ดพลาสติก

                   - นิวซีแลนด์  ได้แก่ เม็ดพลาสติก  เครื่องปรับอากาศ  ผลิตภัณฑ์พลาสติก                เครื่องคอมพิวเตอร์  เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ

                   - จีน  ได้แก่  ยางพารา  เคมีภัณฑ์  เม็ดพลาสติก  แผงวงจรไฟฟ้า

                   - อินเดีย (ม.ค.-ต.ค.48) ได้แก่ โทรทัศน์สี  เครื่องปรับอากาศ  หลอดภาพแคโธดเรย์ของโทรทัศน์สี  วิดีโอ  และพลาสติก  

โดยสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกเพิ่มขึ้น  ได้แก่   อัญมณีและครื่องประดับ   เหล็ก

และเหล็กกล้า  เครื่องปรับอากาศ  เม็ดพลาสติก  ยางพารา  โทรทัศน์สี  หลอดภาพแคโธดเรย์ของโทรทัศน์สีและวิดีโอ สำหรับสินค้าที่ไทยส่งออกลดลง ได้แก่ คอมพิวเตอร์  อุปกรณ์และส่วนประกอบ  แผงวงจรไฟฟ้า เนื่องจากต้องแข่งขันกับจีน

                   การที่ไทยทำความตกลงการค้าเสรีกับ 4 ประเทศ นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยจะได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ โดยผู้ประกอบการควรศึกษาว่าแต่ละตลาดมีความต้องการอย่างไร  เช่น ในตลาดออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ น่าจะส่งเสริมด้านบริการมากๆ เพราะไทยค่อนข้างได้เปรียบและมีศักยภาพ  สำหรับในตลาดอินเดีย ในวันที่ 1 กันยายน 2549 นี้ ภาษีจะลดเหลือ 0 จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งส่งสินค้า (82 รายการ) เข้าสู่ตลาดอินเดียให้มากขึ้น และตลาดอาเซียน-จีน สินค้าผัก-ผลไม้น่าจะเป็นสินค้าที่ไทยควรเร่งส่งเสริม

                   แม้ว่าการทำความตกลงการค้าเสรีกับ 4 ประเทศ จะช่วยให้การค้าระหว่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าของไทยยังคงประสบปัญหาด้านการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ อาทิเช่น          ในตลาดออสเตรเลีย ไทยต้องแข่งขันกับสิงคโปร์  อินโดนีเซีย  มาเลเซีย และจีน  ในตลาดนิวซีแลนด์ ต้อง  แข่งขันกับจีน  มาเลเซีย ไต้หวันและสิงคโปร์  ส่วนในตลาดจีน  ต้องแข่งขันกับมาเลเซีย  เกาหลีใต้และ         ฟิลิปปินส์  ดังนั้นหนทางที่จะทำให้ไทยแข่งขันกับประทศต่างๆ เหล่านี้ได้ นอกจากผู้ประกอบการไทยต้อง  ปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการแล้ว ก็ต้องมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำด้วยเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆได้

 

------------------------


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  3855

Return