Search
Main Menu
 รายละเอียด
พาณิชย์พบผู้ประกอบการชีสไทยสำรวจความพร้อมก่อนพิจารณาเปิดตลาด

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ได้หารือกับผู้บริหาร และเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตชีสของ บริษัท ไมเนอร์ชีส จำกัด อำเภอปากช่อง ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชีสรายใหญ่รายหนึ่งของไทย และได้แวะหารือกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ตลอดจนเยี่ยมชมการรับซื้อน้ำนมดิบ ของสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก โดยมีวัตถุประสงค์ให้ได้ทราบปัญหาของผู้ประกอบการชีสตลอดจน เกษตรกรโคนม และแนวทางเตรียมตัวเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดตลาดภายใต้  FTA   

 

ผู้บริหารของบริษัท โดยนางถนอมศรี พฤติกุล รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของบริษัท    ไมเนอร์ชีส เปิดเผยว่า ในขณะนี้ ต้นทุนการผลิตชีสไทยมีอัตราสูง เมื่อเทียบกับราคาชีสที่นำเข้า     โดยเฉพาะสินค้าที่มาจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ที่ยังสามารถแข่งขันอยู่ได้นั้น เนื่องมาจากในขณะนี้ผู้ผลิตภายในประเทศยังคงมีภาษีนำเข้าเป็นเครื่องช่วยในการแข่งขันกับสินค้าที่นำเข้าอยู่บ้าง แต่หากมีการลดภาษีเป็น 0 แล้ว เชื่อว่าจะสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการไทยแน่นอน 

 

บริษัทยังได้เปิดเผยต่อว่า สาเหตุสำคัญที่เป็นปัญหาต่อการผลิตคือ ราคาน้ำนมดิบมีราคาสูงถึง 12.50 บาทต่อ กก.  และ น้ำนมดิบไทยมีระดับโปรตีน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำชีส อยู่ในระดับต่ำมาก นอกจากนี้ บริษัทได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนน้ำนมดิบไทยให้มีราคาต่ำลงในระดับประมาณ 9-10 บาทต่อ กก. และ คุณภาพของน้ำนมดิบมีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีโปรตีนสูงขึ้น เชื่อได้ว่า ไทยสามารถเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้า dairy products อันดับต้นๆ ของโลก และ สามารถแข่งขันได้กับทุกประเทศ

 

นายจักรีชัย ณ น่าน ผู้จัดการสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก  นายอุดม   นิลหมื่นไวย์ และนางสมบัติ   โพธิ์ศรี เกษตรกรของสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด ได้อธิบายปัญหาราคาน้ำนมดิบที่มีราคาสูง และ คุณภาพน้ำนมดิบว่า ปัญหาใหญ่คือ การขาดแคลนหญ้าสด สำหรับใช้เลี้ยงโคนม           โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าแล้ง  และ ราคาอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้นทุกปี  ซึ่งนายอุดม อธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อถึงหน้าแล้งเกษตรกรต้องใช้ฟางผสมอาหารสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสมเพื่อแทนหญ้าสด แต่เมื่อราคาอาหารสัตว์มีราคาสูง เกษตรกรก็จำเป็นต้องลดปริมาณอาหารสัตว์ลง และหันไปพึ่งพาฟางข้าวในอัตราส่วนที่สูงขึ้น ซึ่งฟางข้าวนั้นไม่มีคุณค่าทางอาหารมากพอที่จะทำให้น้ำนมมีคุณภาพ     นอกจากนี้ นายอุดม และ นางสมบัติ ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนาหญ้าของกรมปศุสัตว์ ว่า หญ้าจากโครงการดังกล่าวจะไม่ถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นอกจากเรื่องของ ราคาหญ้าที่สูงแล้ว หญ้าในโครงการจะถูกกว้านซื้อโดยผู้เลี้ยงวัวสวยงาม และ ผู้เลี้ยงม้าไปทั้งหมด ดังนั้น จำเป็นที่หน่วยงานรัฐ ต้องเร่งแก้ไขเรื่องการขาดแคลนหญ้าสดสำหรับเกษตรกรโคนมและหญ้าสดมีราคาสูงอย่างจริงจัง      

 

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้เคยเชิญผู้ประกอบการผู้ผลิตและนำเข้าเนยแข็งมาหรือ ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตเคยกล่าวถึงปัญหา และแนวทางแก้ไขในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตาม  การเปิดเสรีเป็นสิ่งที่คงจะต้องเกิดขึ้นในอนาคต  ดังนั้นทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการและเกษตรกรจะต้องปรับตัวและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้อุตสาหกรรมการผลิตนมและผลิตภัณฑ์นี้สามารถดำเนินการต่อไปได้

 

-------------------


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  5814

Return