Search
Main Menu
 รายละเอียด
กว่า 1 ปี FTA ไทย-ออสเตรเลีย

จากการที่ไทยได้ทำความตกลงการค้าเสรีกับประเทศออสเตรเลีย มาตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 นั้น  หลายคนจับตา

มองว่าจะส่งผลกระทบต่อนักธุรกิจ  ผู้ประกอบการภาคเอกชนอย่างไรบ้าง    โดยต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา                       คณะอนุกรรมการติดตามผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรี ได้จัดประชุมและสรุปผลว่า การเปิดเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ทั้งไทยและออสเตรเลียต่างยังคงประสบปัญหาในการส่งออกสินค้า แม้ว่าจะมีสินค้าหลายรายการที่ได้รับการลดภาษีเป็น 0 หรือลดภาษีเป็นจำนวนมาก แต่ปริมาณการส่งออกไม่เพิ่มขึ้น  ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวที่ประชุมได้สรุปเป็นรายสินค้าได้ดังนี้

                1. เครื่องใช้ในครัวเรือน  ไทยส่งออกไปออสเตรเลียเพียงเล็กน้อยและมีปัญหาในด้านการจัดทำเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า

                2.  รถยนต์  มีผลด้านบวก คือ ตลาดขยายตัวเพิ่มขึ้น ปัญหาที่เป็นอุปสรรค คือแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of  Origin) และผู้ผลิตไทยไม่สามารถผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้ อีกทั้งอุปกรณ์บางชนิดต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นทำให้มี Local Content ต่ำ ส่งผลให้โอกาสในการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบ FTA ลดลง

                3. เนื้อไก่ ออสเตรเลียมีมาตรการกีดกันที่เข้มงวดสำหรับไก่ไทย โดยกำหนดให้การผลิตเนื้อไก่ต้องต้มสุก ณ อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 143 นาที หรือ 80 องศาเซลเซียส  เป็นเวลา 114 นาที เพื่อฆ่าเชื้อไวรัส New Castle และฆ่าเชื้อ Infection Bursal Disease Virus

                4. กุ้ง  มีปัญหาเรื่องมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS)

            5. เหล็ก  ไม่ได้รับผลกระทบจากการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย

                6. สิ่งทอ  ออสเตรเลียไม่ใช่ตลาดของไทย ส่วนใหญ่ไทยนำเข้าวัตถุดิบจากออสเตรเลีย

                7. อาหารแช่แข็ง  ปัจจุบันออสเตรเลียเพิ่มมาตรการทางการค้า  โดยกำหนดให้ขอใบรับรองจากกรมประมงก่อน   การส่งออก แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามได้

                8. พลาสติก  ปัจจุบันเสียภาษี 5 % ออสเตรเลียเริ่มที่จะออกกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เกิดการต่อต้านสินค้าที่ผลิตจากพลาสติก  สิ่งที่คาดว่าจะเป็นปัญหาในอนาคต คือ เรื่องสภาพแวดล้อมและปัญหา Anti Dumping

                9. ข้าว  ไม่มีปัญหาในการส่งออก หากลดภาษีเหลือ 0 จะทำให้การส่งออกดีขึ้น

                10. มันสำปะหลังไทย  ไทยส่งออกไปออสเตรเลียไม่มาก แต่มีปัญหาที่ผู้นำเข้า

                11. ของขวัญ  ของชำร่วย และของตกแต่งบ้าน ออสเตรเลียเป็นตลาดเล็ก ไม่มีผลกระทบ

                12. เครื่องหนัง  เดิมเสียภาษี 15 % ปัจจุบันเป็น 0 แต่ตัวเลขการส่งออกกลับลดลง เนื่องจากออสเตรเลียเป็นตลาดเล็ก  สินค้าในห้างเป็นสินค้าแบบ Modern Trade ส่วนใหญ่มาจากจีน และ Local Brand  เป็นของออสเตรเลีย  ปัจจุบันเครือสหพัฒน์ใช้ตราสินค้า BSC สามารถเข้าเจาะตลาด แต่ยังขาดข้อมูลด้านการตลาด

                13. เฟอร์นิเจอร์  ก่อนทำ FTA ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 12-13 ภายหลังการเปิดเขตการค้าเสรีไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 5 แต่มีปัญหาในการส่งออก คือ

                                13.1  ออสเตรเลียไม่รู้จักสินค้าไทย

                                13.2  ออสเตรเลียมีวัตถุดิบมากและผลิตสินค้าเองโดยเฉพาะ Outdoor  Furniture

                        13.3  ออสเตรเลียต้องการส่งออกไม้พื้นเมืองมายังไทย เพื่อส่งออกกลับไปขายออสเตรเลีย

                14. อาหารสำเร็จรูป  มีปัญหาด้านมาตรการปกป้องพิเศษ  ในสินค้าปลาทูน่าและสับปะรดกระป๋อง  ปัจจุบันไทย    ส่งออกเกินโควต้า และขอให้ภาครัฐเจรจาเพื่อเพิ่มโควต้าเป็นร้อยละ 10 โดยคิดจากปริมาณการส่งออกจริงในปี 2548

                15. เครื่องเขียน  มีปัญหาด้านการปลอมแปลงทรัพย์สินทางปัญญา

                16. โกโก้  ไม่มีปัญหาในการส่งออก  แต่มีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการรมยาตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าที่ต้องมีการรมยา(fumigation) เนื่องจากออสเตรเลียกำหนดให้ขึ้นทะเบียนกับ Australian  Quarantine and Inspection Service (AQIS) เพื่อตรวจสอบไม่ให้มีแมลงปนไปกับสินค้าที่นำเข้า  การขึ้นทะเบียนจะมีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2549  เป็นต้นไป  ส่งผลให้บริษัท SGS ซึ่งเป็นผู้รมยาปรับราคาค่าบริการจากเดิม 1,100 บาท ต่อตู้ไม่รวมค่าเดินทางไปยังลานพักตู้เป็น 7,000 บาทต่อตู้ ไม่รวมค่าเดินทางไปยังลานพัก  สาเหตุเนื่องจากวิธีการปฏิบัติมีความซับซ้อนมากขึ้น

                แต่อย่างไรก็ตาม  ภาพรวมการส่งออกของไทยไปออสเตรเลีย  เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 2.72  เป็นร้อยละ 3.09 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ  31                 


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  10613

Return