Search
Main Menu
 รายละเอียด
++การค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ ส่งผลให้การค้าระหว่างกันขยายตัว

++ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership : TNZCEP) มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ซึ่งก็ผ่านมาเกือบครบ 2 ปีแล้ว

          ++แต่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีข่าวค่อนข้างถี่ว่า ไทยไม่ได้ประโยชน์จากนิวซีแลนด์หลังจากข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) มีผลบังคับใช้ หรือบ้างก็ว่านิวซีแลนด์กีดกันการนำเข้าสินค้าจากไทยทั้งประเภทสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม หรือบ้างก็ว่า การค้าของไทยกับนิวซีแลนด์หดตัวบ้าง

          ++ในวันนี้ ผู้ที่จะให้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ดีที่สุดคือกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

          ++นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยได้ลงนามเปิดการค้าเสรีหรือ FTA กับประเทศต่างๆ 4 ประเทศ คือ จีน ออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์ และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ เพื่อประเมินผลภายใต้ความตกลงฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 และหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน

          ++จากสถิติล่าสุดของกรมศุลกากรพบว่า ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2549 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 24% เป็นมูลค่าที่ไทยส่งออกไปนิวซีแลนด์ 435.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าที่ไทยนำเข้าจากนิวซีแลนด์ 214.9 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้านิวซีแลนด์ถึง 220.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

++โดยมูลค่าการค้าในช่วงปลายปี 2548 จะขยายตัวมากกว่าในช่วงต้นปี 2549 เนื่องจากในช่วงปลายปีจะมีงานเทศกาลต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงต้นปี

++นอกจากนี้ ส่วนแบ่งการตลาดของไทยในนิวซีแลนด์ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยในปี 2548 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นที่ความตกลงการค้าเสรีมีผลใช้บังคับ ไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในนิวซีแลนด์ 2.5% เทียบกับการที่ไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในนิวซีแลนด์เพียง 1.9% ในปี 2547 และ 1.8% ในปี 2546

++สำหรับในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2549 (มกราคม-มีนาคม) ไทยมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 3% ซึ่งนับเป็นก้าวย่างที่ดีในการเปิดการค้าเสรีกับนิวซีแลนด์

          ++อย่างไรก็ตาม ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งทั้งสองฝ่ายคงต้องใช้เวลาในการประชุมหารือร่วมแก้ไขระยะหนึ่ง ที่แล้วมาทั้งสองฝ่ายก็ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้างแล้ว ดังจะเห็นได้จากการดำเนินการของคณะกรรมการร่วมมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้กรอบ FTA ทำให้ขณะนี้ผลไม้ไทยบางชนิด ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ทุเรียนแกะเปลือก และขิงสด สามารถผ่านมาตรการสุขอนามัยของนิวซีแลนด์ ทำให้ไทยสามารถส่งออกพืชผลเหล่านี้เข้าไปยังนิวซีแลนด์ได้

++นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในระหว่างการเร่งดำเนินการในเรื่องการตรวจสอบแมลงศัตรูพืชของ ทุเรียนสดทั้งลูก หน่อไม้ฝรั่ง มะพร้าวอ่อน และถั่วลันเตา ซึ่งเมื่อสำเร็จ จะทำให้ไทยสามารถส่งออกผลไม้ไปยังตลาดนิวซีแลนด์ได้เพิ่มขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยไม่ควรคาดหวังว่าในการทำข้อตกลง FTA นั้น จะเป็นทางไปสู่การเรียกร้องให้ประเทศคู่สัญญาลดมาตรฐานของสินค้าและบริการ แต่ควรคิดว่าเป็นเหตุจูงใจข้อหนึ่งในการก่อให้เกิดความมุ่งมั่นในการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแต่สามารถส่งออกไปยังประเทศคู่สัญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการใช้สินค้าของประชาชนในประเทศด้วย

++หรือหากมองในอีกแง่หนึ่ง การเปิดตลาดกับประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศเล็ก จะเป็นเสมือนหนึ่งเวทีทดสอบความสามารถในการเข้าสู่ตลาดที่พัฒนาแล้วอื่นๆ เพราะมาตรฐานของประเทศนิวซีแลนด์จะใกล้เคียงกับประเทศเหล่านั้น ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยสามารถส่งเข้าตลาดนิวซีแลนด์ได้ การเข้าสู่ตลาดที่สำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

++เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงแล้ว เชื่อว่าทุกฝ่ายจะเกิดความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรีไทย-นิซีแลนด์ และที่สำคัญ เอฟทีเอ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องเป็นประโยชน์ที่คู่เจรจาได้รับเท่าเทียมกัน หรือเรียกว่า win-win ด้วยกันทั้งคู่

///////////////////

...ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2549 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 24% เป็นมูลค่าที่ไทยส่งออกไปนิวซีแลนด์ 435.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าที่ไทยนำเข้าจากนิวซีแลนด์ 214.9 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้านิวซีแลนด์ถึง 220.2 ล้านเหรียญสหรัฐ...


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  7020

Return