Search
Main Menu
 รายละเอียด
1 ปี กับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership)

++ก่อนที่ไทยจะมีการลงนามในความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศคู่เจรจาที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ได้มีข้อวิตกกังวลจากหลายภาคส่วนเกิดขึ้นตามมาว่าไทยจะเสียเปรียบ เนื่องจากเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าที่ไทยได้เจรจาเอฟทีเอแล้ว ถือได้ว่าไทยเป็นประเทศเล็ก และยังต้องพึ่งพาการค้าการลงทุนจากประเทศเหล่านั้น

                ++แต่เมื่อความตกลงการค้าเสรีมีผลบังคับใช้แล้ว ไม่ปรากฎว่าการค้า การลงทุนของไทยจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบคู่ค้า แต่กลับกันยิ่งส่งผลดีต่อการค้าการลงทุนของไทยซะอีก

                ++โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) ที่ผ่านมา 1 ปี ปรากฎว่า การค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นถึง 26 % โดยไม่มีปัญหาใด ๆ เลย ไม่มีทั้งการร้องเรียนจากภาคเอกชน ไม่มีปัญหาทั้งการปฏิบัติของภาครัฐ และขอย้ำให้แน่ใจกันยิ่งขึ้นว่า ภายใต้ความตกลงฯ ไทย-นิวซีแลนด์ ฝ่ายไทยยังไม่มีการให้โควตานมผงขาดมันเนยเพิ่มเติมกับนิวซีแลนด์เลย 

                + +ทั้งนี้  การค้าระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 12.73%  แต่หลังจากที่ความตกลงฯ ไทย-นิวซีแลนด์ เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 จนถึงมีนาคม 2549  การค้าระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 26 % เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า

                ++สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปนิวซีแลนด์ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

                ++นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีมาตรการทางสุขอนามัยที่เข้มงวด ทำให้ที่ผ่านมาไทยไม่สามารถส่งออกผักผลไม้ไปยังประเทศนิวซีแลนด์ได้ เนื่องจากติดขัดที่ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงทางสุขอนามัย

                ++อย่างไรก็ตาม ภายหลังความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ทุเรียนปอกเปลือก  และขิงสด ของไทยสามารถผ่านการตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงได้แล้ว  และขณะนี้  คณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยกำลังพิจารณาวิเคราะห์ความเสี่ยงเพิ่มเติมสำหรับสินค้าอีก 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวอ่อน แอสพารากัส และถั่วลันเตา

                ++แม้ว่า การค้าระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์จะราบรื่นไม่มีปัญหา แต่ไทยกับนิวซีแลนด์ยังต้องมีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางที่จะขจัดอุปสรรคทางด้านการค้า การลงทุนให้หมดไปในที่สุด

                ++โดยในวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand - New Zealand  Closer  Economic  Partnership  Joint Commission) ในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ

                ++ในส่วนของฝ่ายไทยนั้น มีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะ และ Mr.John Mckinnon รองปลัดกระทรวงด้านการค้า กระทรวงการต่างประเทศและการค้านิวซีแลนด์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายนิวซีแลนด์

                ++สำหรับวัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อติดตามและประเมินผลให้เป็นไปตามพันธกรณี  รวมทั้งพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น และเรื่องอื่นๆ ที่ทั้งสองฝ่ายสนใจ ซึ่งไทยได้ให้ความสำคัญที่จะหยิบยกเรื่องโครงการความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ในด้านปศุสัตว์ อุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นม  เนื่องจากเห็นว่านิวซีแลนด์มีศักยภาพในสาขาดังกล่าว ซึ่งหากนิวซีแลนด์เห็นด้วยที่จะให้มีการจัดทำโครงการดังกล่าวก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมาก

///////////////////////////////////////////

หมายเหตุ: ดึงเป็นโปรย ตัวหนา

++ ผ่านมา 1 ปี ปรากฎว่า การค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นถึง 26 % โดยไม่มีปัญหาใด ๆ เลย ไม่มีทั้งการร้องเรียนจากภาคเอกชน ไม่มีปัญหาทั้งการปฏิบัติของภาครัฐ และขอย้ำให้แน่ใจกันยิ่งขึ้นว่า ภายใต้ความตกลงฯ ไทย-นิวซีแลนด์ ฝ่ายไทยยังไม่มีการให้โควตานมผงขาดมันเนยเพิ่มเติมกับนิวซีแลนด์เลย


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  5650

Return