Search
Main Menu
 รายละเอียด
++สหรัฐทุ่มเงินลงทุนในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นหลังเซ็น FTA++ไทยยังเดินหน้าเจรจาขยายการค้า การลงทุนกับคู่ค้า

++เป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งว่า ขณะนี้ประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มเดินเครื่องขยายการค้าและการลงทุนในประเทศสิงโปร์เพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

++โดยในปี 2548 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และสิงคโปร์มีการทำการค้าระหว่างกันมีมูลค่าการค้าสูงถึง 37 พันล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12.6 นับตั้งแต่ข้อตกลงการจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) สหรัฐฯ กับสิงคโปร์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547 ที่ผ่านมา

++นอกจากนี้ การลงทุนได้มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2547 มีมูลค่าการลงทุนโดยตรง (Foreign Direct Investment - FDI) สูงถึง 58.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ถึงร้อยละ 13.1 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการลงทุนของสหรัฐฯ ในสิงคโปร์คิดเป็นมูลค่า 56.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม การเงิน และการบริการสารสนเทศ ในขณะที่สิงคโปร์มีการลงทุนในสหรัฐฯ เพียง 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

++ทั้งนี้ สิงคโปร์และสหรัฐฯ กำหนดจะจัดการประชุมหารือกันอีกในอนาคตอันใกล้เพื่อที่จะยกเลิกอัตราภาษีสินค้าบางรายการภายใต้ข้อตกลง FTA ให้เร็วขึ้น โดยสิงคโปร์ต้องการให้สหรัฐฯ เร่งรัดที่จะลดอัตราภาษีสินค้าสิ่งทอ นอกจากนี้ ก็จะได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มความร่วมมือต่อกันให้มากยิ่งขึ้นด้วย

++จนถึงขณะนี้ สหรัฐฯ ได้จัดทำความตกลงการค้าเสรีไปแล้วกับ 15 ประเทศ เช่น กลุ่ม NAFTA ออสเตรเลีย ชิลี เปรู จอร์แดน อิสราเอล และกลุ่มประเทศอเมริการกลาง เป็นต้น และกำลังเจรจาอยู่กับอีก 14 ประเทศ เช่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และกลุ่ม GCC เป็นต้น

++ขณะที่รัฐบาลไทย ได้มีนโยบายที่จะขยายการค้า การลงทุนไปต่างประเทศด้วยการเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการเจรจา FTA กับ 8 ประเทศกับอีก 2 กลุ่มเศรษฐกิจ โดยสหรัฐฯ ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำ FTA

++นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ไทยและสหรัฐฯ ได้มีการเจรจา FTA ไปแล้ว 6 รอบ โดยรอบที่ 6 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ และคาดว่าการประชุมครั้งที่ 7 สหรัฐฯ จะเป็นภาพจัดการประชุม แต่ขณะนี้ไทยอยู่ในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังจากรัฐบาลชุดเดิมได้ประกาศยุบสภาไปเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเจรจา FTA กับสหรัฐฯ ได้มีการชะลอการเจรจาออกไปก่อนจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

++อย่างไรก็ตาม การเจรจาเปิดตลาดในนามของกลุ่มอาเซียนกับประเทศต่างๆ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ยังต้องดำเนินต่อไป และไทยคงไม่สามารถเพิกเฉยต่อการเข้าร่วมเจรจาในกลุ่มอาเซียนได้ ขณะนี้ อาเซียนได้เจรจาการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และล่าสุดสหภาพยุโรปได้มาทาบทามเพื่อขอเจรจาด้วย

++ดังนั้น สหรัฐฯ คงไม่ต้องการตกขบวน จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ในระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2549 ณ นครโฮจิมินต์ ประเทศเวียดนามนั้น เป็นไปได้สูงว่าสหรัฐฯ อาจจะมาขอคุยกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ประเทศไทยคงพร้อมที่จะเจรจามากกว่าการเปิดตลาดทางการค้า และเป็นสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งไทยต้องการมากที่สุดในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เพื่อสนองต่อนโยบายเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว (Long- term Sustainable Economy) ต่อไป

 


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  6417

Return