Search
Main Menu
 รายละเอียด
++WTO เข้ามุมอับ หลายประเทศจะใช้ FTA มากขึ้น

++หลังจากที่ได้ตั้งความหวังไว้ว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก (WTO) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกจะสามารถสรุปการหารือในเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งมีอยู่หลายเรื่องทั้งในการเจรจาการค้าสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรม  แต่ผลสรุปไม่มีอะไรคืบหน้า

++การประชุมไม่สามารถหาข้อสรุปในประเด็นเจรจาที่สำคัญ 3 ประเด็นหลัก คือ การลดภาษีสินค้าเกษตร  การลดการอุดหนุนสินค้าเกษตร และการลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรม

++โดยในส่วนของประเทศพัฒนาแล้ว คือ สหภาพยุโรปพยายามแสดงท่าทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการลดภาษีสินค้าเกษตร และการลดการอุดหนุนสินค้าเกษตร ซึ่งทำให้ท่าทีใกล้เคียงกับข้อเสนอของกลุ่ม G-20 มากขึ้น ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงท่าทีเดิม โดยไม่ต้องการลดการอุดหนุนสินค้าเกษตรลงมาในระดับที่สหภาพยุโรปและ G-20 เสนอ (คือลดลงร้อยละ 70-75)

++ส่วนการลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรม ทั้งสองประเทศยังคงเรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาลดภาษีสูงเพื่อให้มีการเปิดตลาดอย่างแท้จริง

++นอกจากนี้ ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา เช่น กลุ่ม G-20 นำโดยบราซิล เห็นว่าประเทศพัฒนาแล้วต้องลดการอุดหนุนภายในให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องเปิดตลาดให้กับประเทศพัฒนาแล้ว โดย G-20 ได้ขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ เช่น G-33, ACP, CARICOM และ African Group เพื่อร่วมกันผลักดันให้สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

        ++สาเหตุหลักที่ทำให้การประชุมครั้งนี้ไม่มีความคืบหน้า นอกจากการที่แต่ละกลุ่มยังคงยืนยันท่าทีเดิม และได้ตั้งเงื่อนไขในการแสดงความยืดหยุ่นของตน เช่น สหภาพยุโรปจะยอมลดภาษีมากขึ้นหากสหรัฐฯ ลดการอุดหนุนภายในสินค้าเกษตรลงมาในระดับที่สหภาพยุโรป และ G-20 เสนอ สำหรับประเทศกำลังพัฒนา  โดยเฉพาะบราซิลและอินเดีย ก็ยังมีท่าทีที่แข็งกร้าวที่จะไม่ยอมเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม โดยโยงกับการที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องเปิดตลาดสินค้าเกษตร และการลดการอุดหนุนภายในให้มากที่สุด  

++นอกจากนี้ ยังเกิดจากการที่ทุกฝ่ายเห็นว่าหัวหน้าเจรจาของสหรัฐฯ ไม่ได้รับอาณัติ (mandate) ให้สามารถยืดหยุ่นท่าทีในการเจรจาครั้งนี้ ทำให้ทุกประเทศเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่มีความจริงใจที่จะเจรจาเพื่อหาข้อสรุป แต่ต้องการให้ทุกประเทศเปิดตลาดให้กับสินค้าของตนฝ่ายเดียว ในที่สุดสมาชิกจึงยืนยันท่าทีเดิม

            ++นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผลที่ตามมาจากความล้มเหลวดังกล่าว อาจทำให้ความสำคัญของการเจรจา WTO ถูกลดความสำคัญลง และเกิดผลเสียต่อประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งไทย เนื่องจาก WTO เป็นเวทีที่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนามีอำนาจต่อรองต่อประเทศพัฒนาแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นก็คือ กฏหมายของ TPA (Trade Promotion Authority Act of 2002) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกฏหมายที่ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเจรจา Fast Track จะหมดอายุในวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 ซึ่งหากการเจรจายังคงยืดเยื้อต่อไปก็คงจะไม่สามารถสรุปผลการเจรจาได้ในที่สุด เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจรจาใน WTO

            ++อย่างไรก็ดี ทีมเจรจาของไทยได้มีท่าทีเชิงรุก 3 ด้านมาโดยตลอด ทั้งด้านการเจรจาผลักดันให้ประเทศอื่นลดภาษีสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และลดการอุดหนุนภายใน ซึ่งเป็นปัญหาที่ไทยประสบมาโดยตลอด และไทยได้ให้ความสำคัญกับการให้สมาชิกอื่นเปิดตลาดสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย คือ ข้าว และน้ำตาล ซึ่งไทยได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะต้องมีการลดภาษีและขยายโควตาสินค้าในทุกรายการอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของไทย

            ++การเจรจาที่จะยังคงมีต่อไป โดยสมาชิกทุกประเทศยังคงแสดงความมุ่งมั่นที่จะสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และได้ตกลงให้ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (Mr. Pascal Lamy) เร่งกระบวนการหารือกับสมาชิกในแต่ละกลุ่ม และรายงานผลเป็นระยะ ๆ  เพื่อให้สามารถหาข้อยุติได้ภายในเดือนกรกฎาคม และเน้นว่าผลการเจรจาจะต้องเกิดการเห็นชอบและมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกทั้งหมด

          ++อย่างไรก็ดี สมาชิก WTO หลายประเทศ รวมทั้งไทย ต้องการประคับประคองไม่ให้การเจรจาการค้ารอบโดฮาล่ม เพราะต้องการใช้ข้อผูกพันการเปิดตลาดใน WTO เป็นพื้นฐานการเจรจาต่อยอดในเวที FTA และหากการใน WTO ล่ม หลายประเทศจะหันมาเจรจาใน FTA แทนมากขึ้น

 

_____________


Written By:  admin
Date Posted:  18/10/2549
Number of Views:  4533

Return