Search
Main Menu
 รายละเอียด
ใช้ช่องFTAตีไทยกระเจิง ออสซี่ส่ง"ตับหมู"ถล่มไทยเละ

ผู้เลี้ยงสุกรโวย FTA ไทย-ออสเตรเลีย เปิดช่องออสเตรเลียส่งตับมาทุ่มตลาดไทย เผยต้นทุนแค่ 10 บาท/ก.ก. ราคาขายปลีก 50 บาท/ก.ก. ขณะที่ราคาในประเทศสูงถึง 80 บาท/ก.ก. กลับกันไทยเจอมาตรการกีดกัน ส่งเนื้อหมูไปออสเตรเลียไม่ได้เลย หวั่นปี"51 จีนอาจใช้ช่อง FTA อาเซียน-จีน ส่งเนื้อหมูราคาถูกถล่มไทย แนะรัฐเร่งช่วยผู้ผลิตปรับโครงสร้าง-ลดต้นทุน-พัฒนาคุณภาพ-กำจัดโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อย

นายกิดดิวงค์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคม ผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวในการสัมมนาวิชาการเรื่อง "FTA : สุกรไทยเรื่องใกล้ตัว" ในงาน VIV Asia 2007 จัดโดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทยว่า หลังจากไทยลดภาษีสินค้าในกลุ่มเนื้อสุกรและผลิต ภัณฑ์ให้กับออสเตรเลีย ภายใต้ความตกลงเขต การค้าเสรี (FTA) ไทยออสเตรเลียพบว่า ในปี 2549 ไทยนำเข้าตับจากออสเตรเลียจำนวน 5,800 ตัน โดยออสเตรเลียส่งตับมาไทยในราคาต้นทุนเพียง 10 บาท/กิโลกรัม ทำให้ราคาขายปลีกไปสู่ผู้บริโภคในราคาเพียง 50 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ราคาตับหมูที่ผลิตในไทยอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-90 บาท

สาเหตุที่ออสเตรเลียส่งตับหมู เครื่องใน สัตว์และหนังหมูเข้ามาไทยในราคาต่ำเนื่องจากออสเตรเลียและอีกหลายประเทศที่เป็นตลาดนำเข้าเนื้อหมูไม่กินเครื่องในสัตว์ เพราะเขาถือเรื่องสุขภาพ ทั้งที่ในหมู 1 ตัวมีเครื่องในหลายกิโลกรัม ทำให้เวลาชำแหละและจำหน่ายหมู จะตัดขายเฉพาะเนื้อหมู และคำนวณต้นทุนราคาเฉพาะเนื้อหมู โดยเขาอาจจะขายเนื้อหมูในราคา 200-500 บาท/กิโลกรัม แต่เครื่องในไม่มีราคา ทำให้ต้นทุนเป็น 0 บาท ดังนั้นออสเตรเลียจึงสามารถส่งตับมาไทยในราคาเพียง 10 บาท/กิโลกรัม

"หากไทยไม่ทำอะไร มีแนวโน้มว่าออสเตรเลียจะส่งเครื่องในเข้ามาไทยอีกมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้เลี้ยงสุกรในประเทศ เพราะทุกวันนี้ไทยสามารถผลิตตับได้ปีละ 22,500 ตัน ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้นการที่ออสเตรเลียส่งตับหมูเข้ามาในไทยมากทำให้เกิด โอเวอร์ซัพพลาย และจะทำให้ตับของไทยขายไม่ได้ เมื่อขายไม่ได้ ผู้ผลิตจำเป็นต้องเพิ่มราคาเนื้อแดงให้สูงกว่า 100 บาท/กิโลกรัมเพื่อให้ครอบคลุมกับต้นทุนการเลี้ยงหมูทั้งหมด" นายกิดดิวงค์กล่าว

นอกจากนี้ในปี 2551 ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน จะเริ่มลดภาษีนำเข้าเนื้อหมู อาจจะส่งผลกระทบกับไทย เนื่องจากต้นทุนการผลิตหมู ของจีนเพียง 35 บาท/กิโลกรัม มีต้นทุนอาหาร สัตว์ 27-28 บาท ทำให้จีนสามารถขายเนื้อหมูในราคา 60 บาท ขณะที่ต้นทุนไทยอยู่ที่ 41-42 บาท/กิโลกรัม อาหารสัตว์อยู่ที่ 30 บาท ทำให้ต้องขายเนื้อหมูในราคา 80-90 บาท/กิโลกรัม ปัจจุบันจีนยังผลิตเนื้อหมูไม่พอบริโภคในประเทศทำให้ไม่ส่งเนื้อหมูเข้ามาไทย แต่ในอนาคตอันใกล้ จีนกำลังขยายกำลังการผลิต และจะสามารถส่งหมูเข้ามาในไทยได้ เพราะจีนมีการส่งเสริมการเลี้ยงหมู โดยพัฒนารัฐวิสาหกิจชุมชนให้แข็งแกร่ง รัฐบาลดูแลราคาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และยารักษาโรค

ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านของไทย ทั้งลาว กัมพูชา พม่า สามารถส่งเนื้อหมูเข้ามาในไทยได้โดยไม่ต้องเสียภาษี ขณะนี้ลาวส่งลูกหมูเข้ามาหันในไทย มีผลกระทบต่อการทำหมูหันใน ไทย เช่นเดียวกับเวียดนามในช่วง 5 ปีนี้ หลังจากเกิดปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนก ทำให้เวียดนามกำลังขยายการผลิตหมูแทนการเลี้ยงไก่ และเมื่อเทียบกันแล้ว ไทยมีต้นทุนการผลิตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศในแถบนี้ และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นจึงน่าเป็นห่วงว่า หากไทยไม่เร่งลดต้นทุนการผลิต อุตสาหกรรมสุกรไทยจะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้

"สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ การปรับโครงสร้างการผลิต การตลาด และอาหารสัตว์ หากเราต้องการส่งออก ต้องพัฒนาคุณภาพให้สูงและลดต้นทุน ต้องตั้งโจทย์ว่า จะลดต้นทุนเหลือ 35 บาทได้อย่างไร อาหารสัตว์คือต้นทุนสูงมาก เกือบร้อยละ 70 ของต้นทุนหมู ขณะเดียวกันเราพยายามจะผลักดันให้มีการนำมาตรฐานสุขอนามัยมาใช้กับการนำเข้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ โดยตรวจสารตกค้างในตับที่นำเข้าจากออสเตรเลีย และมาตรการอื่นๆ เพื่อป้องกันประเทศต่างๆ นำเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์เข้ามาทุ่มตลาดไทย" นายกิดดิวงค์กล่าว

ทางด้าน น.สพ.บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม นายกสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก เปิดเผยว่า ในกรณี FTA ไทย-ออสเตรเลีย เดิมหวังไว้ว่า เมื่อออสเตรเลียลดภาษีนำเข้าเนื้อหมูจะทำให้ไทยสามารถส่งเนื้อหมูเข้าไปในออสเตรเลียได้ แต่ปรากฏว่าติดปัญหาเรื่องมาตรฐานสุขอนามัย ทำให้ไทยไม่สามารถส่งเนื้อหมูเข้าออสเตรเลียได้ และในกลุ่มสินค้าเกษตรปัญหาเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการส่งออก โดยเฉพาะเนื้อหมูของไทยที่ติดปัญหาไม่สามารถส่งออกเนื้อหมูแช่แข็งเข้าไปในหลายประเทศ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องโรคปากเท้าเปื่อย


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 มี.ค. 2550


Written By:  admin
Date Posted:  15/3/2550
Number of Views:  1385

Return