Search
Main Menu
 รายละเอียด : FTA รายประเทศ

ไทย-EU


เขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thailand-EU Free Trade Area)

ความเป็นมา

1.ไทยได้ร่วมกับอาเซียนในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - สหภาพยุโรป (ASEAN-EU FTA) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 โดยมีการเจรจารวม 7 ครั้ง และในการเจรจาฯ ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 4-5 มีนาคม 2552 ที่มาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศหยุดพักการเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเห็นว่าการเจรจาคืบหน้าไปค่อนข้างช้า ฝ่ายสหภาพยุโรปมีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศเรื่องนโยบายการยอมรับประเทศพม่า ขณะที่สมาชิกอาเซียนต่างๆ ยังมีความแตกต่างในระดับการพัฒนาทำให้มีปัญหา ในเรื่องระดับการเปิดตลาดสินค้าและบริการที่อาเซียนไม่สามารถตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสหภาพยุโรป

2.สหภาพยุโรปจึงปรับแนวทางเป็นการเจรจาในระดับทวิภาคีกับสมาชิกอาเซียนที่พร้อมเจรจา 3 ประเทศแรก ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ได้เห็นชอบอย่างเป็นทางการให้เปลี่ยนแนวทางการเจรจาเป็นแบบทวิภาคีกับประเทศสมาชิกอาเซียน

3.สหภาพยุโรป เริ่มต้นการเจรจากับสิงคโปร์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 คาดหมายจะสรุปผลการเจรจาภายใน 2 ปี สำหรับมาเลเซียเริ่มการเจรจามาตั้งแต่ปลายปี 2553 สำหรับเวียดนามได้ประกาศที่จะเจรจาสองฝ่ายกับสหภาพยุโรปแล้ว ขณะที่ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ ได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมภายใน

ขอบเขตการเจรจา

- ครอบคลุมเรื่องการเปิดตลาดสินค้า บริการ การลงทุน พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคเทคนิคทางการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายการแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ ความโปร่งใส และการพัฒนาที่ยั่งยืน (สิ่งแวดล้อมและแรงงาน)

สรุปการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

- รายงานการพบหารือระหว่างผู้แทนกรม ฯ กับผู้แทนจากสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีมา)Pharmaceutical Research and Manufacturers Association-PREMA) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2552 ณ ที่ทำการของสมาคม(รายละเอียด)

- ผลการดำเนินโครงการรับฟัง และประชุมหารือร่วมกับภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดเสรีทางการค้ากับสหภาพยุโรประหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2552 ณ อำเภอหาดใหญ่ จ. สงขลา(รายละเอียด)

- รายงานการพบหารือระหว่างผู้แทนกรม ฯ กับผู้แทน NGO จากองค์การหมอไร้พรมแดนและมูลนิธิเข้าถึงเอดส์วันที่ 2 กันยายน 2552 ณ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(รายละเอียด)

-รายงานการพบหารือกับกลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) วันที่ 11 มกราคม 2553 ณ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค(รายละเอียด)

-ผลการดำเนินโครงการสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเปิดเสรีทางการค้าของไทยกับสหภาพยุโรปและอาเซียนระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2553 ณ จังหวัดสงขลา(รายละเอียด)

- การประชุมระดมสมองกลุ่มย่อยในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและสิ่งแวดล้อมในกรณีหากมีการเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปวันพุธที่ 3 มีนาคม 2553(รายละเอียด)

-ผลการดำเนินโครงการสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ของไทยกับสหภาพยุโรป วันที่ 4 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่(รายละเอียด)

การสัมมนาเวทีสาธารณะคิดอย่างไรกับการเปิดเสรีการค้า (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป(EU)”

* วันที่ 29 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค

- สรุปประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม(รายละเอียด)

-Power Point โดยนายฤทธิ์ ศยามานนท์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายเศรษฐกิจการคลังระหว่างประเทศ การเปิดตลาด-สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรม (รายละเอียด)

-Power Point โดย ดร.ปิยะนุช มาลากุล ณ อยุธยาคณะกรรมการร่วมฯ 3 สถาบัน (กกร.)(สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ สมาคมธนาคารไทย) (รายละเอียด)

-Power Point โดยดร. พจน์ ชุมศรี (รายละเอียด)

-Power Point โดยผศ. ดร. สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข (รายละเอียด)

-Power Point โดยบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) (รายละเอียด)

-Power Point โดยบริพัตร ดอนมอญ มูลนิธิเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย(มุมมองการเปิดเสรีการค้า กับ การเข้าถึงด้านสาธารณสุขของประชาชน) (รายละเอียด)

-ข้อมูลด้านแรงงานFTA THAI-EU (รายละเอียด)

-การค้าบริการและการลงทุน (รายละเอียด)

-การเปิดเสรีการค้าบริการ ไทย-สหภาพยุโรป (รายละเอียด)

* วันที่ 20 เมษายน 2553 ณ จังหวัดระยอง

-สรุปผลการจัดสัมมนาเวทีสาธารณะ เรื่อง “คิดอย่างไรกับการเปิดเสรีการค้า (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU)” (รายละเอียด)

-Power Point โดย นางสาวอรุณี พูลแก้วผู้อำนวยการสำนักยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (รายละเอียด)

-Power Point โดย ดร.ปิยะนุช มาลากุล ณ อยุธยาคณะกรรมการร่วมฯ 3 สถาบัน (กกร.)(สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ สมาคมธนาคารไทย) (รายละเอียด)

-Power Point โดยบริพัตร ดอนมอญ มูลนิธิเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย(มุมมองการเปิดเสรีการค้า กับ การเข้าถึงด้านสาธารณสุขของประชาชน) (รายละเอียด)

- Power Point เรื่องการเปิดตลาดสินค้าบริการ ทรัพย์สินทางปัญญาและสิ่งแวดล้อมภายใต้ FTAโดยดร. วิศาล บุปผเวส ที่ปรึกษาฝ่ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) (รายละเอียด)

* วันอังคารที่ 27 เมษายน 2553 จังหวัดมหาสารคาม

- สรุปผลการจัดสัมมนาเวทีสาธารณะเรื่อง “คิดอย่างไรกับการเปิดเสรีการค้า (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU)” (รายละเอียด)

- Power Point เรื่องมุมมองการเปิดเสรีการค้า กับ การเข้าถึงด้านสาธารณสุขของประชาชน โดยคุณอนันต์ เมืองมูลไชยมูลนิธิเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย (รายละเอียด)

-Power Point เรื่องการค้าบริการและการลงทุน โดยคุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักเจรจาสินค้าบริการ และการลงทุน (รายละเอียด)

-Power Point เรื่องการเปิดตลาดสินค้าบริการ ทรัพย์สินทางปัญญาและสิ่งแวดล้อมภายใต้ FTAโดยดร. สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข รองคณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (รายละเอียด)

* วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2553 จังหวัดลำปาง

-สรุปผลการจัดสัมมนาเวทีสาธารณะเรื่อง “คิดอย่างไรกับการเปิดเสรีการค้า (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU)”

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2553ณ โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลำปาง (รายละเอียด)

* วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2553 กรุงเทพมหานคร

-โอกาสและความท้าทายของภาคเอกชนในการทา FTA กับ EU โดยสำนักเจรจาการค้าบริการและการลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (รายละเอียด)

-เอกชนไทย คิดอย่างไร พร้อมหรือไม่ต่อ THAI –EU FTA:โอกาส และความท้าทาย โดย ดร. เสน่ห์ เครือแก้ว (รายละเอียด)

-โอกาสและความท้าทายของภาคเอกชนในการทา FTA กับ EU โดย นายรังสรรค์ นิมิตสวรรค์ (รายละเอียด)

-มาตรการรองรับและเตรียมความพร้อมสาหรับภาคเอกชนเมื่อเปิดเสรี THAI-EU FTA โดย นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ (รายละเอียด)

-มาตรการรองรับและเตรียมพร้อม สาหรับภาคเอกชน เมื่อเปิดเสรี THAI –EU FTA โดย นางวิภาศรี ชาลาประวรรตน์ (รายละเอียด)

เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น

-ข้อมูลประกอบการรับฟังความเห็น เรื่องการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-สหภาพยุโรป (รายละเอียด)

-ความคาดหวังในการเจรจาของทั้งสองฝ่าย(รายละเอียด)

-ประเมินผลประโยชน์และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับไทย จากการจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (รายละเอียด)

-มาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barrier to Trade) และมาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ (Sanitary and Phytosanitary: SPS) ของสหภาพยุโรป (รายละเอียด)

-ผลกระทบของการจัดทำความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป (EU) (รายละเอียด)

-โอกาสทางการค้า และผลกระทบจากการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทยกับสหภาพยุโรป: รายสินค้า(รายละเอียด)

ความคืบหน้าล่าสุด

- การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2556 ณ จังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมหารือระหว่าง 10 เรื่องได้แก่ การเปิดตลาดสินค้า การเปิดตลาดบริการลงทุนและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของสินค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า และการค้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มาตรการสุขอนามัยในพืชและสัตว์ มาตรการทางเทคนิคที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า การเจรจารอบนี้ส่วนใหญ่เป็นการหารือและทาความเข้าใจเกี่ยวกับร่างข้อบทที่ทั้งสองฝ่ายเสนอ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สาคัญ ก่อนที่จะจัดทาข้อเรียกร้องและข้อเสนอในการเปิดตลาดสำหรับกลุ่มบริการ ลงทุน และรูปแบบขอบเขต (modalities) ของเปิดตลาดสินค้าในรอบต่อไป อนึ่ง ในการประชุมรอบนี้ สหภาพยุโรปได้ยื่นข้อเรียกร้องการเปิดตลาดสาหรับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐให้กับฝ่ายไทยแล้ว แต่ฝ่ายไทยได้ขอนำกลับไปพิจารณาก่อนและยังไม่พร้อมที่จะทำข้อเรียกร้องในเรื่องนี้ เนื่องจากในความตกลง FTA ที่ผ่านมาของไทยไม่เคยมีเรื่องเปิดตลาดจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ

การดำเนินการขั้นต่อไป

- จะมีการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ 9 -13 ธันวาคม 2556 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

กันยายน 2556

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 16-20 กันยายน 2556 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยฝ่ายไทย ดร. โอฬาร ไชยประวัติเป็นหัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ส่วนฝ่ายสหภาพฯ มีนาย Joao Aguiar Machado รองปลัดกระทรวงการค้าคณะกรรมาธิการการค้ายุโรป เป็นหัวหน้าคณะเจรจา.....รายละเอียด

มิถุนายน 2556

- หัวหน้าคณะเจรจาฯไทย พอใจในผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ 1 หลังจากที่การแลกเปลี่ยนความเห็นและความเข้าใจราบรื่นด้วยดี เผยเตรียมเจรจาต่อในรอบที่ 2 ทันที ในช่วงเดือนกันยายนนี้ ...รายละเอียด

- เอฟทีเอไทย-อียูยกแรกฉลุยห่วงเปิดตลาดสินค้าบริการ(7 มิ.ย.56)

นายโอฬาร ไชยประวัติ หัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ได้นาคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียู ครั้งที่ 1 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม กับนายเจาอากีอาร์ มาชาโด รองปลัดกระทรวงการค้า คณะกรรมาธิการการค้ายุโรป โดยการประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และมีข้อเสนอหลายประเด็น ได้แก่ การเข้าสู่ตลาดการค้าสินค้าและการค้าบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายการแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ กฎว่าด้วยถิ่นกาเนิดของสินค้า การอานวยความสะดวกทางการค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า และการค้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการประชุมนัดแรกเป็นการหารือเรื่องที่แต่ละฝ่ายต้องการนาเสนอ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี โดยแต่ละฝ่ายก็ได้เสนอสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไทยก็เสนอสิ่งที่ไทยต้องการ ทางอียูก็เสนอสิ่งที่อียูต้องการจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะนาข้อเสนอที่ได้รับกลับไปพิจารณา และนาไปหารือกันในรายละเอียดอีกครั้งในการเจรจารอบ หน้าในเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้

ประเด็นที่มาความยากในการเจรจาได้แก่ การเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งตนในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาได้ให้นโยบายที่ชัดเจนกับทีมเจรจาแล้วว่าจะต้องคานึงถึงผลประโยชน์ของไทยในภาพรวมในการเจรจาเป็นสาคัญ แต่เชื่อมั่นว่า เอฟทีเอฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับไทย ส่วนขั้นตอนต่อไป ไทยจะนาข้อเสนอที่อียูยื่นไปหารือกับทุกภาคส่วน และยืนยันว่ารัฐบาลจะดาเนินการด้วยความโปร่งใส และคานึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศไทยเป็นหลัก ปัจจุบันสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกสาคัญอันดับ 5 ของไทย โดยปี 55 โดยไทยส่งออกไปสหภาพยุโรปมูลค่า 21,729 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้า 6,272.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านการลงทุนอียูเป็นนักลงทุนอันดับ 2 ของไทย โดยมีการลงทุน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยออกไปลงทุนในอียูสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน มีมูลค่าการลงทุน 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ที่มา : http://www.dtn.go.th/filesupload/7_June_2013.pdf)

- พฤษภาคม 2556 นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย สหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยกับอียูได้มีการแลกเปลี่ยนร่างความตกลง ในหลายประเด็นเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น ในการเจรจารอบแรกที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.2556 ณ กรุงบรัสเซลส์แล้ว ซึ่งมีทั้งประเด็นที่สอดคล้องกันและเห็นต่างกัน โดยทางอียูต้องการผลักดันเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การพัฒนาที่ยั่งยืน การค้าบริการและการลงทุน โดยเฉพาะสาขาโทรคมนาคม สาขาการเงิน และสาขาการขนส่ง ส่วนไทยต้องการผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตร เกษตรอุตสาหกรรมและสินค้าอุตสาหกรรม และการลดมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้า ... รายละเอียด

- ไทยเร่งเตรียมการเจรจา FTA รอบแรก กับสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 ประธานผู้แทนการค้าไทย (ดร.โอฬาร ไชยประวัติ) ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-สหภาพยุโรป ได้เป็นประธานการประชุมคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ 2 เพื่อรับทราบสถานะความคืบหน้าการเตรียมการเจรจาในแต่ละกลุ่มเจรจา และหารือประเด็นปัญหาที่อาจมี รวมทั้ง แจ้งกาหนดการของการเจรจารอบแรก ที่จะมีขึ้นระหว่างที่ 27 - 31 พฤษภาคม 2556 ณ กรุงบรัสเซลส์...รายละเอียด

- เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2556 ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมท่าทีในการเจรจา FTA กับ EU โดยได้แต่งตั้งหัวหน้าทีมเจรจา 14คณะ ให้ไปหารือ รับฟังความคิดเห็นจากแต่ละกลุ่มที่เกี่ยวข้อง และให้ทำข้อสรุปเป็นท่าทีในเรื่องต่างๆเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะเจรจาชุดใหญ่ภายในวันที่ 15 พ.ค. 2556 ก่อนที่จะเดินทางไปเจรจากับ EUที่จะมีขึ้นครั้งแรกประมาณวันที่ 27 พ.ค. 2556 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยมีเป้าหมายจะเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2558

สถานะล่าสุด ธันวาคม 2560

พาณิชย์เผยสหภาพยุโรปชื่นชมสถานการณ์ไทยดีขึ้น ลงมติรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประเทศไทยในทุกระดับ พร้อมฟื้นสัมพันธ์เศรษฐกิจและการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 คณะมนตรีการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ลงมติให้รื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการเมืองกับไทยในทุกระดับ รวมถึงการเจรจาFTA ไทย-อียู โดยให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเริ่มเจรจากันต่อภายหลังการเลือกตั้งของไทย ซึ่งการออกแถลงการณ์มติของอียูครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและอียู หลังจากฝ่ายอียูระงับการเยือนไทยของผู้แทนระดับสูงของตนแต่เดือนมิถุนายน 2557

นางสาวชุติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า มติของคณะมนตรีการต่างประเทศของอียูครั้งนี้ สะท้อนถึงพัฒนาการทางการเมืองที่ดีขึ้นของไทย และความสนใจของอียูที่ชื่นชมบทบาททางเศรษฐกิจของไทยในอาเซียน ซึ่งไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานในกรอบความสัมพันธ์อาเซียน-อียู จึงเห็นควรเริ่มรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างเป็นทางการกับไทยได้ในทุกระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป และให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเจรจา FTA ไทย-อียู หลังจากที่ไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ในข้อมติดังกล่าวระบุว่า อียูจะติดตามและให้ความสำคัญกับการจัดการเลือกตั้งในช่วงปลายปี 2561 สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความเห็นของไทย

สำหรับการเจรจา FTA ไทย-อียู ได้เจรจาครั้งแรกเมื่อ 2556 และได้ชะลอการเจรจาหลังเจรจาแล้ว 4 ครั้ง เมื่อเดือนเมษายน 2557 ซึ่งมติของคณะมนตรีการต่างประเทศของสหภาพยุโรปที่มอบหมายให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณารื้อฟื้นการเจรจา FTA ไทย-อียู เป็นการส่งสัญญาณที่ดีและอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมการหารือแนวทางเจรจา FTA ระหว่างกันต่อไป นอกจากนี้ จากการพบปะกับสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศและภาคเอกชนของอียูและไทย ต่างก็พร้อมสนับสนุนให้ไทยและอียูได้เริ่มการหารือระดับเทคนิคอีกครั้ง ซึ่งคณะเจรจาระดับเทคนิคของฝ่ายไทยได้แสดงความพร้อมหารือเมื่ออียูพร้อมหารือกับไทย

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศติดตามพัฒนาการของอียูในการจัดทำ FTA หรือข้อตกลงทางการค้ากับประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยเมื่ออียูพร้อมจะรื้อฟื้นการเจรจา FTA โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าที่สำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย อาทิ กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่ออำนวยความสะดวก รวมทั้งส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่เป็นธรรมด้วย ซึ่งการเจรจา FTA กับอียูถือเป็นความท้าทาย เนื่องจากการเจรจาไม่ได้มุ่งหวังเพียงแต่การลดภาษีนำเข้าสินค้า แต่จะมีประเด็นอื่นที่เชื่อมโยงกับการค้าซึ่งไทยคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแข่งขันทางการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งหากการเจรจา FTA มีความคืบหน้าสามารถหาข้อสรุปได้ คาดว่าจะช่วยดึงดูดการลงทุนและทำให้เกิดการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น

ภายหลังจากการเจรจา FTA ไทย-อียู ชะลอไปเมื่อปี 2557 มูลค่าการค้าระหว่างไทยและอียูมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ดี ในระยะหลังได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยอียูเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 4 และนักลงทุนอันดับ 2 ของไทย ในปี 2559 มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 40,133 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอียูมูลค่า 22,044 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอียูมูลค่า 18,089 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้านการลงทุน ในปี 2559 สหภาพยุโรปมีการลงทุนในไทย 6,731 ล้านเหรียญสหรัฐ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- ข้อมูลประเทศฟินแลนด์

- ข้อมูลประเทศสวีเดน

 


Date Posted: 21/4/2553
Date Modified: 14/12/2560
Number of Views:   61115


Return