|
Peru
|
|
ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-เปรู |
|
|
|
|
|
ไทยและเปรูได้มีการลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างกัน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2546 ซึ่งครอบคลุมการเปิดเสรี และการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน รวมทั้งการขยายความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นเขตการค้าเสรีโดยสมบูรณ์ภายในปี 2558 (รายละเอียดกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-เปรู) ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มการเจรจาครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2547 และมีการเจรจาไปแล้ว 5 ครั้ง โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาในช่วงกลางปี 2548
การเปิดเสรีการค้าสินค้า
ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยกเลิกภาษีระหว่างกันทันทีที่เริ่มความตกลงไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะครอบคลุมรายการที่มีการนำเข้าระหว่างกันไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าการนำเข้าเฉลี่ย 3 ปี ซึ่งประโยชน์ที่ฝ่ายไทยได้รับกระจายอยู่ในสินค้าอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น รถปิคอัพ printer หลอดไฟฟ้า พลาสติกและผลิตภัณท์ เลนส์แว่นตา ยาง โทรศัพท์ เครื่องขยายเสียง คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร เป็นต้น ในขณะที่สินค้าส่งออกของเปรูที่จะได้แก่ สินแร่สังกะสี สินแร่ดีบุก สารฆ่ารา ด้ายและผ้าทอขนสัตว์ ปลาหมึก ซึ่งเป็นสินค้าวัตถุดิบที่ไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้าอยู่แล้ว
สำหรับสินค้าที่เหลือ ฝ่ายไทยสามารถลดภาษีภายใน 5 ปี ได้ถึง 48% และอีก 2% ซึ่งเป็นสินค้าอ่อนไหวของไทยจะพร้อมลดภาษีเป็น 0 ภายใน 10 ปี และสินค้าโควตาภาษีภายใต้ WTO ที่พร้อมลดภาษีภายใน 15 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเปรูมีท่าทีปกป้องการเปิดเสรีภาคเกษตรมาก อาทิ มี สินค้ามากถึง 32% ของรายการสินค้าทั้งหมดที่ต้องการลดภาษีเกินกว่า 5 ปี ขอให้ถอนข้าวและน้ำตาลออกจากการลดภาษี รวมทั้งขอใช้มาตรการปกป้องพิเศษสำหรับสินค้าเกษตร และคงการเก็บ surcharge สินค้าเกษตร 4 รายการ คือ ข้าว ข้าวโพด นมและผลิตภัณฑ์ และน้ำตาล ทั้งสองฝ่ายจึงยังต้องเจรจาหาข้อสรุปในเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้า ต่อไป
การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน การเจรจาในภาพรวมมีความคืบหน้าเป็นลำดับ แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีท่าทีที่แตกต่างกันในหลักการสำ คัญที่มีผลต่อการเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน เช่น เปรูต้องการใช้แนวทาง negative list ในการเปิดเสรี หรือ การเปิดเสรีทุกสาขา ยกเว้นสาขาที่ยังไม่พร้อม แต่ไทยต้องการใช้แนวทาง positive list หรือ การเปิดเสรีสาขาที่พร้อมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเจรจาจะสามารถหาข้อสรุปได้ไม่ยาก เนื่องจากทั้งสองประเทศไม่ใช่ผู้ส่งออกบริการสำคัญ และจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าหากร่วมมือกันพัฒนาการค้าบริการ เช่น ในด้านการศึกษา/วัฒนธรรม การฝึกอบรม ขนส่ง ท่องเที่ยว สุขภาพ ก่อสร้าง การเคหะ และสุขอนามัย และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน โดยปรับปรุงความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทยกับเปรูฉบับเดิมตั้งแต่ปี 2534 ให้มีความทันสมัยมากขึ้น
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ทั้งสองฝ่ายจะสานต่อโครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วและพัฒนาโครงการใหม่ในสาขาต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การขนส่ง พิธีการด้านศุลกากร การยอมรับมาตรฐานสินค้าร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangement: MRA) และความโปร่งใสในการบริหารจัดการและกฎระเบียบต่างๆ เป็นต้น
พิธีสารระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และ สาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 1 การค้าสินค้า(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 2 กฎแหล่งกำเนิดสินค้า(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 3 มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 4 อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 5 พิธีการศุลกากร(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 6 การบริหารจัดการกฎหมายและกฎระเบียบที่โปร่งใส(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- ภาคผนวก 7 การหารือและการระงับข้อพิพาท(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)
- Appendix 1.1 - Peru's List of Goods
- Appendix 1.2 - Thailand's List of Goods
- Appendix 2 - Tariff Schedule
- Appendix 3 - Used Goods |
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- Fact Book
Date Posted:
10/3/2008
Date Modified:
11/13/2008
Number of Views:
290
Return
|