Friday, November 21, 2008  
| | |
 Search
  |  
MainMenu


รายละเอียด : FTA รายประเทศ

New Zealand


ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand - New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP)

ไทยและนิวซีแลนด์ได้เริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2547 และสามารถสรุปการเจรจาได้ในเดือนพฤศจิกายน 2547 และมีการลงนามความตกลงฯ ในเดือนเมษายน 2548 เพื่อให้ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ซึ่งจะครอบคลุมทั้งเรื่องการเปิดตลาดด้านการค้าสินค้า บริการ การลงทุน และความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และนโยบายการแข่งขัน เป็นต้น (รายละเอียดความตกลงภาษาอังกฤษ / ภาษาไทย)

การเปิดเสรีการค้าสินค้า
ในภาพรวม ไทยได้รับประโยชน์จากการที่นิวซีแลนด์จะมีภาษี 0 ประมาณ 79% ของรายการสินค้า หรือประมาณ 85% ของมูลค่าการนำเข้าของนิวซีแลนด์จากไทยทันทีที่ความตกลงฯมีผลใช้บังคับ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถปิกอัพ ทูน่ากระป๋อง เม็ดพลาสติก ของปรุงแต่งจากธัญพืช อัญมณีและเครื่องประดับ กุ้งแช่แข็ง เครื่องใช้ไฟฟ้า แก้วและเครื่องแก้ว เป็นต้น สำหรับสินค้าที่เหลือทั้งหมดจะลดภาษีเป็น 0 ภายในปี พ.ศ. 2553 ยกเว้น สินค้าสิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า ซึ่งนิวซีแลนด์จะค่อยๆ ทยอยลดภาษีเป็น 0 ในปี พ.ศ. 2558 (ตารางการลดภาษีของนิวซีแลนด์)
ในทางกลับกัน ไทยจะลดภาษีเป็น 0 สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากนิวซีแลนด์ประมาณ 54% ของจำนวนรายการทั้งหมด หรือ 49% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดจากนิวซีแลนด์ ทันทีที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ โดยสินค้าสำคัญของนิวซีแลนด์ ได้แก่ อาหารปรุงแต่งสำหรับเลี้ยงทารก ไม้และของทำด้วยไม้ ขนแกะ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก สัตว์น้ำ กระดาษและของทำด้วยกระดาษ เครื่องจักร น้ำตาลและของทำจากน้ำตาล ของปรุงแต่งสำหรับบริโภคเช่น วิตามิน และโปรตีน อาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ และผักพืช ผลไม้ และไทยจะค่อยๆ ทยอยลดภาษีเป็น 0 ภายในปี 2553 อีกประมาณ 10% ของการนำข้าจากนิวซีแลนด์ ส่วนสินค้าอ่อนไหวของไทย เช่น นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อวัว เนื้อหมู หัวหอมและเมล็ด เป็นต้น จะทยอยลดภาษีเป็น 0 ในปี พ.ศ. 2558-2563 (ตารางการลดภาษีของไทย)
พร้อมกันนี้ ไทยจะยกเลิกโควตาภาษีสินค้าเกษตร 18 รายการจาก 23 รายการที่ไทยได้ผูกพันไว้ภายใต้ WTO ส่วนที่เหลืออีก 4 รายการ ได้แก่ นมพร้อมดื่ม มันฝรั่ง หัวหอม และเมล็ดหัวหอม ไทยได้ระบุปริมาณให้แก่นิวซีแลนด์เป็นการเฉพาะ (Specific Quota) นอกเหนือจากที่กำหนดให้สมาชิก WTO โดยมีสัดส่วนประมาณ 10% ของปริมาณที่ไทยผูกพันไว้ภายใต้ WTO ปี 2547 ส่วนนมผงขาดมันเนยซึ่งเป็นสินค้าอ่อนไหวมากจะไม่มีการเปิดโควตาเพิ่มเติมให้แต่อย่างใดในช่วงเวลา 20 ปี ก่อนการเปิดเสรี (รายการสินค้าภายใต้โควตาภาษี)
นอกจากนั้น ไทยและนิวซีแลนด์ได้ตกลงให้มีการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguards) สำหรับสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าอ่อนไหวเพื่อให้ภาคการผลิตภายในประเทศมีเวลาปรับตัว กล่าวคือ หากมีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเกินปริมาณที่กำหนด (Trigger Volume) ประเทศผู้นำเข้าสามารถกลับไปขึ้นภาษีที่อัตราเดิมก่อนเริ่มลดหรืออัตรา MFN ในขณะนั้น โดยใช้อัตราใดอัตราหนึ่งที่ต่ำกว่า สำหรับไทยได้มีการใช้มาตรการปกป้องพิเศษสำหรับสินค้า 41 รายการได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เครื่องในสัตว์ นมและครีม หางนม เนย ไขมันนม เนยแข็ง บัตเตอร์มิลค์ น้ำผึ้งธรรมชาติ ส้มแมนดาริน องุ่นสด และมันฝรั่งแปรรูป และไทยสามารถใช้มาตรการนี้ได้จนถึงปี พ.ศ. 2558 และ พ.ศ. 2563 สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมอื่นๆ หากมีการนำเข้าเพิ่มมากขึ้นอันมีสาเหตุเนื่องมาจากการลดภาษีจนทำให้อุตสาหกรรมภายในเสียหายก็สามารถใช้มาตรการปกป้อง (Safeguards) ได้เป็นการชั่วคราว เพื่อให้อุตสาหกรรมภายในมีเวลาปรับตัว (รายการสินค้าของไทยภายใต้ SSG)

แหล่งกำเนิดสินค้า
ในการที่ผู้ส่งออกทั้งสองประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรภายใต้ความ ตกลงนี้ สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติของกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ในแต่ละรายการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ 1) สินค้าที่ผ่านการผลิตในประเทศโดยใช้วัตถุดิบภายในทั้งหมด (Wholly Obtained) และ 2) สินค้าที่มีการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Substantial Transformation) โดยการเปลี่ยนพิกัด (Change of Tariff Classification) เพราะการแปรรูป และการใช้วัตถุดิบภายในไทย/นิวซีแลนด์เป็นสัดส่วนสำคัญในการผลิต (Regional Value Content) ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 40 และ 45 ของราคาสินค้า (กฎแหล่งกำเนิดสินค้าภายใต้ CEP)

การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน
ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการภายใน 3 ปี หลังความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ โดยในระหว่างที่ยังไม่มีการเจรจา ทั้งสองฝ่ายจะอำนวยความสะดวกให้คนไทยและนิวซีแลนด์เดินทางไปทำงานและติดต่อธุรกิจในอีกประเทศหนึ่งได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยนิวซีแลนด์จะอนุญาตให้พ่อครัวไทยที่ได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าไปทำงานได้คราวละ 3 ปี และต่ออายุได้อีก 1 ปี โดยมีสัญญาจ้างงาน ส่วนไทยจะอนุญาตให้นักธุรกิจนิวซีแลนด์ที่เข้ามาประชุมและติดต่องานในไทยสามารถยื่นขอ Multiple Entry Visa ณ สถานทูตไทยในต่างประเทศได้ และให้นักธุรกิจเข้ามาประชุมและติดต่องานในไทยได้ไม่เกิน 90 วัน รวมทั้งให้นักลงทุนนิวซีแลนด์ใช้บริการศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 30 ล้านบาท (Side Letter: Temporary Entry for New Zealand Business People in Thailand) /(Side Letter: Temporary Entry for Thai chefs in New Zealand)
ส่วนในเรื่องการลงทุน นิวซีแลนด์จะให้คนไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจทุกประเภทได้ 100% ยกเว้นประมง และหากเป็นการลงทุนที่มีขนาดเกิน 50 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการลงทุนต่างชาติก่อน โดยในอนาคตนิวซีแลนด์จะพิจารณาขยายเพดานการลงทุนที่ต้องขออนุญาตจาก 50 ล้านเหรียญฯ เป็น 100 ล้านเหรียญฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยมากขึ้น ส่วนไทยจะเปิดเสรีการลงทุนทางตรงให้คนนิวซีแลนด์ลงทุนได้ 100% ในธุรกิจผลิตสินค้าบางประเภทโดยเฉพาะธุรกิจที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน โดยต้องนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท อาทิ ธุรกิจผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซอฟแวร์ เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์กระดาษ การแปรรูปอาหารที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะให้การส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันโดยมีสาระสำคัญทำนองเดียวกับความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) (New Zealand's Schedule on Investment) //(Thailand's Schedule on Investment)

ความร่วมมือด้านต่างๆเกี่ยวกับการค้า
ไทยและนิวซีแลนด์จะร่วมมือกันพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและสนับสนุนให้การค้าระหว่างสองประเทศมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เช่น พิธีการด้านศุลกากร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายการแข่งขัน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าระหว่างกัน การจัดอบรมและสัมนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรทั้งสองประเทศ
พร้อมกันนี้ ไทยและนิวซีแลนด์จะจัดตั้งคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหามาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ที่เข้มงวดของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออกสินค้าผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ของไทย ทั้งนี้ สินค้าเบื้องต้น (Priority Products) ที่ไทยได้ระบุไว้เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 2 ปี ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ขิงสด และทุเรียน (Side Letter: Product Priorities for SPS Market Access)

Thailand - New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP

  • Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership Agreement (TNZCEP)
  • Tariff Schedule-Thailand (Cover Sheet)
  • Tariff Schedule- Thailand
  • Tariff Schedule- New Zealand (Cover Sheet)
  • Tariff Schedule- New Zealand
  • Tariff Quotas- Thailand (Cover Sheet)
  • Tariff Quotas Schedule- Thailand
  • Rules of Origin
  • Special Safeguards- Thailand
  • Investment Schedule- Thailand
  • Investment Schedule- New Zealand
  • Side Letter: Product Priorities for SPS Market Access
  • Side Letter: Temporary Entry for New Zealand Business People in Thailand
  • Side Letter: Temporary Employment for Thai Chefs in New Zealand

    เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • - Fact Book
    - ความตกลง
    - โอกาสการเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (คู่มือการใช้ประโยชน์ฯ)

     


    Date Posted: 10/3/2008
    Date Modified: 11/13/2008
    Number of Views:   300


    Return